บทความ

posted on 25 Oct 2011 14:04 by decibelperoxide

 

   

                    

             บัญญัติ 10  ประการสำหรับผู้ที่อยากลองสร้างสรรงาน บทสรุป

 

1. ต้องมีความอยากเล่นเกมที่มากเกินคนปกติ

ความเสี้ยน หรือ ความอยากในพจนานุกรมของเหล่าเกมเมอร์ก็คือ การมีอารมณ์ร่วมโดยอัตโนมัติตั้งแต่เริ่มการรอคอยวันที่เกมวางจำหน่ายจนแผ่นมาถึงมือซึ่งจะเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ที่หงุดหงิดสุดกระวนกระวายประดุจดั่งผู้หญิงที่กำลังเป็นประจำเดือน นั่นแหละ จะเป็นสิ่งจุดประกายที่ดีอันแรกในการสร้างสรรงานที่เกี่ยวกับเรื่อง เกม  ที่สำคัญที่สุด ซึ่งก็ถือว่าโชคดีครับ เพราะคุณสมบัติแห่งความเสี้ยนเกมนี้นั้น มีอยู่ในกมลสันดานของเหล่าเกมเมอร์แทบทุกคนอยู่แล้วโดยแทบไม่ต้องปลูกฝังอะไรกันเลยล่ะ

 

2. ต้องเป็นคนชอบขีดๆเขียนๆ ที่สามารถเปลี่ยนแปลง ความคิดออกมาเป็นแนวคิดได้

การเขียนแทนการจดจำเป็นประตูแห่งการสะสมความรู้ที่เพิ่มพูนโดยที่เราไม่รู้ตัว ผมว่าข้อนี้เป็นข้อสำคัญของนิสัยพื้นฐานสำหรับคนที่จะทำงานนี้เลยน๊ะ ซึ่งคนที่มีนิสัยชอบเขียนอาจดูมีไม่เยอะแต่ก็สามารถปลูกฝังได้ไม่ยาก เพราะการขีดๆเขียนบันทึกสิ่งต่างๆรอบๆตัวจนเป็นนิสัย ก็จะส่งผลให้ นำข้อมูลต่างๆที่ฟุ้งกระจัดกระจายในสมองมาไล่เรียงเป็นตัวหนังสือได้แม้ในขณะเรา เล่นเกม จนสุดท้ายบันทึกที่เราขีดๆเขียนๆไว้ก็จะกลายเป็น บทสรุป ได้ในที่สุด

 

3. การเลือกเล่นแบบไม่ต้องเลือก

อย่าตั้งข้อจำกัดต่างๆให้ตัวเองในการเล่นเกม ไม่ว่าจะ พระเอกต้องหล่อ , รอ Eng หรือ เพราะไม่ชอบเกมแนวนั้นแนวนี้ จงจำไว้ว่า เกมทุกเกมทำบทสรุปได้หมด ตั้งแต่เกมเดินลุยทางตรงจนถึงเกมภาษาที่ปริศนาที่ซับซ้อน ถ้ารู้จักเสริม สอดแทรก ใส่ เกร็ดความรู้ต่างๆของเกมลงไปอย่างเหมาะสม รู้จักใช้ความรัก ความเข้าใจของเราต่อเกมที่จะเล่นแล้วงัดจุดเด่นของมันออกมาก่อนจะนำเสนอออกมาในสไตล์ของตัวเอง ก็จะสามารถสร้างงานต่างๆออกมาได้หลากหลายรูปแบบไม่มีวันจำเจ และบางครั้งก็อาจทำให้เกมที่ไม่ค่อยสนุกดูดีขึ้นได้ด้วยการปรุงรสจากบทสรุปได้เหมือนกัน

 

4. รู้จักศึกษาข้อมูลของเกมก่อนที่จะเล่น

เนื่องจากเกมในยุคใหม่นี้ เกือบทั้งหมดแทบจะมีจุดบอกทางไปต่อให้อยู่ตลอดไม่เว้นแม้กับเกมภาษา ผมจึงคิดว่า จุดสำคัญที่สุดในบทสรุปในยุคนี้ที่ต้องเน้นคือฉากเปิดเรื่องและฉากจบ เพราะมันคือ 2 ส่วนที่ทำให้คนอ่านเข้าใจที่มาที่ไปของเกมทั้งหมดได้ เพื่อทดแทนเพลย์เกมที่มีจุดชี้บอกทางอยู่แล้วนั่นเอง ซึ่งจะเขียนออกมาได้ดีก็ต้องอาศัยการหาข้อมูลที่ดีด้วย เหมือนจะเป็นเรื่องที่เวอร์ถ้าจะเห็นว่า จะอะไรกันนักหนากับอีแค่เล่นเกม แต่การรับรู้ เนื้อเรื่อง ชื่อตัวละครหลัก ชื่อศัตรู , ชื่อไอเทม , ชื่อสถานที่ และทุกๆอย่างที่สำคัญๆในเกมที่จะเล่นเท่าที่จะทำได้  ยิ่งในยุคที่ข้อมูลข่าวสารพุ่งเข้าหาคุณจากทุกด้านจนแทบรับไม่ไหวแบบนี้มันคงจะเกินกว่าข้ออ้างว่า ไม่รู้ ของคุณจะถูกนำมาใช้ได้แน่นอน

จงจำไว้เสมอว่า “ไม่มีหรอกคนที่ ไม่รู้ จริงๆ น่ะ จะมีก็แต่คนที่ขี้เกียจหา ความรู้ เท่านั้นแหละ”

เพราะ ความสงสัยหรือไม่รู้ของคนๆหนึ่งต่อคำว่า ” ไม่รู้ “ จริงๆของเขานั้นก็ต่อเมื่อเขาค้นหามันเต็มที่แล้วเท่านั้น  เมื่อเจอความรู้ที่ควรจำที่ไหนคุณต้องจด จด จดเอาไว้เป็นข้อมูลหลักพื้นฐานของตัวเองให้มากที่สุด เพราะเชื่อผมเถอะยิ่งคุณรู้เนื้อเรื่องของเกมมากขึ้นเท่าไหร่ก็จะทำให้เล่นเกมสนุกและสร้างสรรผลงานให้ดีขึ้นมากเท่านั้น

 

5. เล่นติด เล่นไม่ผ่าน จะทำยังไงล่ะ ?

ปัญหาใหญ่ที่หลายคนกังวลกันมากคือ กลัวเล่นแล้วไปต่อไม่ได้ ทางออกง่ายๆก็คือ พยายามเห็น ปัญหาในเกม เป็นเรื่องท้าทายที่จะสนุกไปกับมัน และจงจำเอาไว้ว่า ทุกปริศนาในเกมถูกสร้างมาให้ผู้เล่นผ่านมันไปไม่ว่าทางใดก็ทางนึงเสมอ และวิธีแก้ปัญหาก็ใช่ว่าจะต้องใช้หลักวิชาการที่ต้องผ่านการร่ำเรียนอย่างหนักเสมอไป เพราะปัญหาหลายๆอย่างในเกมนั้น สามารถใช้หลักการในความเข้าใจและตีความเนื้อเรื่องของเกมในการแก้ไขปัญหาได้ เราควรพึงยึดหลักไว้เสมอว่า เราทำอะไรไปล่าสุดแล้วมันต้องทำยังไงต่อตามเหตุและผลตามความน่าจะเป็น ก็จะเห็นทางสว่างในการไปต่อได้แน่ๆ  แต่ที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าจะติดยังไง “ จงอย่าหยุดเล่นเกมทุกครั้งที่เล่นไม่ผ่าน” (ซึ่งร้อยทั้งร้อยคนที่เล่นไม่ผ่านก็จะเลิกเล่นทันทีที่ติด จริงหรือไม่ ?) เพราะระหว่างที่เรากำลังใช้ความพยายามในการเล่นให้ผ่านอย่างต่อเนื่อง ประสบการ์ณความถูก ผิด ต่างๆที่ได้มาก็จะค่อยๆซึมซับเข้ามาในสมองและสร้างเสริมให้มันช่วยไขปริศนาที่ค้างคาให้พบทางไปต่อได้อย่างแน่นอน

 

6. เลิกขี้ขลาดและหวาดกลัวในการเล่นเกม  

เรื่องนึงที่หลายคนมักจะหวาดกลัวทุกครั้งที่เล่นเกมก็คือ ไปทางนี้ได้มั๊ย เก็บไอ้นี่ได้มั๊ย ทิ้งไอ้นี่ดีมั๊ย ไม่ต้องสนใจมากมายครับ อยากให้สนุกกับความผิดพลาดและการหลงทาง จำไว้ว่า ยิ่งคุณหลงทางมาเท่าไหร์คุณก็จะรู้มากกว่าคนอื่นมากเท่านั้น เล่นไปตามสัญชาติญาณ ดีไม่ได้ไม่เป็นไร เพราะทุกอย่างที่ผิดพลาดในเกม คือ การเดินทางที่สามารถเริ่มใหม่ได้เสมอ จากผิดก็จะกลายเป็นถูก จากไม่รู้ก็จะเปลี่ยนเป็นรู้ และทุกความผิดพลาดที่เริ่มต้นใหม่ด้วยคำสั่ง Continue จะเปลี่ยนเป็น ฝีมือที่ดีขึ้น ในการเดินทางครั้งใหม่อย่างแน่นอน 

 

7. อย่ามัวแต่คิดหวังว่ามันต้องสมบูรณ์แบบ

หลายคนมักพูดว่า เขียนไม่เป็น ไม่รู้จะเขียนอะไร ซึ่งก็ต้องบอกว่า รากฐานของบทสรุปก็คือบันทึกการเดินทางในการเล่นเกมของคุณเองนั่นแหละ เจออะไรเขียนอย่างนั้น เจออะไร แก้ยังไง ผ่านไปได้ยังไง ก็เขียนไปตามแนวทางของคุณด้วยคำพูดที่เป็นของตัวเอง (ยกเว้นฟลุคผ่านซึ่งนั้นถือว่าเป็นเรื่องซวยที่สุดของคนเขียนบทสรุป ..ฮา)  อีกทั้งคุณยังสามารถสอดแทรกแนวคิด อารมณ์ร่วม และทุกอย่างที่คุณเห็นสมควรว่า ดีและมีประโยชน์กับคนอ่านเข้าไปได้ด้วย และจงจำไว้เสมอว่า ไม่มีบทสรุปไหนสมบูรณ์แบบที่สุดให้คุณต้องกังวลจนลังเลที่จะลงมือทำแน่นอน   

 

8.ลดละเลิกภาษาที่ มักง่าย , อวดเก่ง หรือ ขี้เกียจ

ภาษาที่คุณไม่ควรจะนำเสนอในบทสรุปนั้นมีมากมายซึ่งส่วนใหญ่เกิดจาก การที่ผู้เขียนมักชอบคิดแทนคนอ่าน และคิดเอาเองว่าคนอ่านจะรู้เหมือนที่ตัวเองรู้ ซึ่งบางครั้งผู้เขียนอาจเผลอนำเสนอไปโดยไม่รู้ตัว เช่น 

- ภาษาในแบบมักง่ายจากยุคโบราณ

“ เริ่มเกมให้เราเดินออกจากบ้าน ” ให้ไปที่นั่น ให้ไปที่นี่  จงหลีกเลี่ยงการแทนชื่อตัวเอกด้วยคำว่า เรา และพยายามใช้คำว่า ให้ เป็นตัวเชื่อมประโยคให้น้อยที่สุด ไม่มีหลักฐานทางวิชาการที่จะใช้อ้างอิงหรอกครับ ผมรู้แต่ว่า ทุกครั้งที่อ่านเจอจะรู้สึกว่า “ คนเขียนมันมักง่าย” ทุกครั้งจริงๆครับ ^_^

“เข้าไปพบบอส ปีศาจปลาวาฬ ปีศาจหมา 3 หัว “ บอส ทุกตัวมีชื่อแน่นอน แต่ถ้าจนปัญญาที่จะหามา ชื่อแบบคิดขึ้นเองจากการดูรูปร่างของมันก็ขอให้เป็นทางเลือกสุดท้าย

“หลังจากจัดการมันได้ก็จะพบฉากจบที่สวยงาม” ประโยคในบรรทัดจบที่สุดมักง่ายที่หลายคนมักจะทำกันมากที่สุด

- ภาษาจากความอวดเก่งและขี้เกียจ

“เข้าไปเจอบอส ก็สู้ๆ ง่ายๆ หมูๆ จากนั้นก็กลับออกมา แล้วลุยๆไปผ่านบอสกระจอกๆอีกตัวก็จบ “

- ภาษาจากศัพท์แสงชั้นสูงเวอร์ๆก็ลดลงบ้าง

“จากนั้นให้เอา อีโคโนะ กุรันกิ ไปให้ มาคุโตะ ที่หมู่บ้านของ คันโตะ ที่อยู่ทางเหนือของภูเขา มิโดริ โคโมะ ปิ๊ “

ซึ่งชื่อไอเทมและสถานที่ต่างๆที่ผมเคยเกริ่นว่ามันสำคัญก็จริงๆ แต่เขียนรูปพรรณอย่าง่ายๆของสิ่งนั้นๆกำกับไว้ก็จะทำให้คนอ่านเข้าใจมากขึ้น

 และภาษาที่ มักง่าย , อวดเก่ง หรือ ขี้เกียจ เหล่านี้นี่แหละที่จะบั่นทอนความน่าเชื่อถือในบทสรุปของคุณโดยที่คุณไม่รู้ตัว

 

9. อย่าให้ หน้ากระดาษ และ เดธ ไลน์ เป็นตัวทำลายจินตนาการ

การบริหารหน้ากระดาษและเวลาที่ได้รับมาในการสร้างผลงานเป็นเรื่องจำเป็นที่ยิ่งใหญ่จริงๆครับ เพราะบางครั้งคุณอาจโชคไม่ดีพอที่จะมีสิทธิ์เลือกพื้นที่ให้ได้มากพอกับความฟุ้งเฟื้อให้กับภาษาที่รักความผจญภัยของคุณได้ แน่นอนว่ามันอาจยากที่จะพยายามเอาชนะระบบพื้นที่ถ้าว่ากันในรูปแบบของหนังสือ แต่คุณก็ยังมีพื้นที่อิสระให้เลือกอีกมากมายทั้ง Blog ส่วนตัวหรือ Facebook ในการสานต่อการผจญภัยของคุณได้ แต่ผมก็ยังยืนยันว่า หน้ากระดาษที่จำกัด + ระยะเวลาที่มีน้อยนิด ไม่มีวันได้ผลลัพท์ที่เป็น บทสรุปที่ดี ได้อย่างแน่นอน จึงอยากจะแอบวิงวอนฝากถึงเจ้าของพื้นที่ในทุกหัวหนังสือ เล็งเห็นข้อจำกัดที่จะบั่นทอนความสวยงามของการนำเสนอของนักเขียนบทสรุปทุกคนด้วยครับ

 

10 . ทุกเครดิตนั้นล้ำค่า

ในโลกนี้ไม่มีใครเก่งทุกเรื่อง แต่ในโลกของข้อมูลในยุคปัจจุบันไม่ใช่เรื่องยากเลยในการค้นหาความรู้ที่ต้องการ จงอย่าลืมว่า ทุกอณูแห่งความรู้ต่างๆย่อมมีที่มาที่สั่งสมมาจากที่ใดหรือจากประสบการ์ณความรู้ของใครคนหนึ่งเสมอ การให้เครดิตข้อมูลที่เราค้นคว้ามาได้ก็ถือว่าเป็นมารยาทและการให้เกรียติอย่างสูงสุดกับเจ้าของข้อมูลอย่างดีที่สุด ซึ่งผมรับรองว่าถ้าคุณลืมมารยาทที่ว่านี้คุณอาจจะเจ็บและจำไปจนวันตายจริงๆน๊ะ ขอบอก ^_^

 

สุดท้าย จงจำไว้ว่า

บทสรุป ไม่ได้กำเนิดเกิดจากความฉลาดล้ำ แต่มันเกิดจาก ความโง่เขลาบนพื้นฐานแห่งความรำคาญของผู้เขียนที่เคยเฝ้าแต่ถามผู้อื่นและไม่เคยได้รับคำตอบกลับมา

บทสรุป ไม่ได้เริ่มต้นที่การเดินทางที่ยิ่งใหญ่จากสุดปลายฟ้า แต่มันเริ่มจากบันทึกความทรงจำจากปลายปากกาของเราเอง

ว่างๆ ก็ลองขีดๆเขียนๆ บันทึกการเดินทางในการเล่นเกมของคุณดูน๊ะ ไม่แน่ บันทึกการเดินทางเล็กๆของบางคนก็อาจเป็นทางสว่างๆในการนำทางที่ยิ่งใหญ่ของอีกหลายๆคนก็เป็นได้ครับ 


 

******************************************************************

 

ภาพรวมความเป็นไป ไตรมาสแรกในยุคเปลี่ยนผ่านของ Gen ใหม่

 

มกราคม ความสงบเงียบก่อนการเปลี่ยนแปลง แต่คุณก็ยังได้ลิ้มรสเกมในเจนเก่าที่ยังหลงเหลืออยู่บ้างทั้ง PS3 และ Xbox360 ไม่ว่าจะเป็นการได้รับบทสุดยอดทหารบุกเดี่ยวอย่าง Rambo The Video Game ถ้ามันไม่เลื่อนอีกเป็นครั้งที่ 2 น๊ะ  จากนั้นก็จะได้เข้าร่วมมหาสงครามในยุคเซนโกกุใน Sengoku BASARA 4 ก่อนที่จะได้รับบทนักสู้เพื่อเข้าแย่งชิงดราก้อนบอลอีกครั้งในเกมต่อสู้ Dragon Ball Z: Battle of Z ปิดท้ายด้วยการกลับไปรับบทสาวน้อยนักผจญภัย Lara Croft อีกครั้งใน Tomb Raider เวอรชั่น Definitive Edition ที่ปรับปรุงใหม่ให้สวยงามและคมชัดขึ้นสำหรับเครื่องยุคเจนใหม่อย่าง PS4 และ Xbox One เสมือนต้องการให้คุณคุ้นชินกับการเริ่มเข้าสู่ยุคของเจนใหม่อย่างช้าๆ

จากนั้นท่ามกลางความเงียบสงบก็จะเริ่มรู้สึกถึงความสั่นสะเทือนของคลื่นความสนุกจากยุคเก่าที่ย่างกายเข้ามาเมื่อเริ่มเข้าเดือน กุมภาพันธ์ ประเดิมด้วยการผจญภัยแรกกับการกลับมาอีกครั้งของเกม RPG ตะวันตกที่ดีที่สุดในยุคเก่าอย่าง Fable ภาคแรกจาก Xbox ตัวแรกที่ถูกนำมาปรับปรุงกราฟฟิกใหม่ทั้งหมดให้แบบ HD ในเวอร์ชัน Anniversary เอ็กคลูซีฟให้เฉพาะเครื่อง Xbox360 เท่านั้น จากนั้นก็จะได้สวมวิญญาณยากูซ่าในรูปแบบซามูไรนอกกรอบอีกครั้งกับ Ryu ga gotoku ในภาค Ishin ซึ่งจะออกมาให้วัดกันระหว่างทั้ง PS3 และ PS4 ด้วย  ในเวลาไล่เรี่ยกันคุณก็จะได้สวมบทบาทผีดูดเลือดใน castlevania lords of shadow 2 จบและจะเจอกับเกมโนเนมที่คุณต้องเล่นถ้าชอบเกมแนววางแผนการรบในแบบ ไฟร์ เอมเบลม กับเกมที่คุณอาจไม่คุ้นชื่ออย่าง Natural Doctrine ที่ออกให้ทั้ง PS3 และ PS4  ถัดมาคุณก็จะได้ย้อนอดีตกับการกลับมาอีกครั้งของเกมแนวซ่อนเร้น หัวขโมยมุมมองบุคคลที่ 1 สุดคลาสิคจากยุคเก่าที่ถูกปรับปรุงกราฟฟิกใหม่หมดในรูปแบบ HD ร่วมสมัยกับ Master Thief edition ที่จะออกให้ครบกับเครื่องทั้ง 2 ยุค และถ้าคุณยังว่างพอและอายุเกิน 30 ก็อาจจะได้รู้สึกตื่นเต้นกับ ขุนพลประจัญบาน การ์ตูนลูกผู้ชายชื่อดังที่มาในรูปแบบเกมต่อสู้ในชื่อที่แสนจะอ่านยากอ่านเย็นว่า Sakigake otokojuku ให้กับ PS3 เท่านั้น และ ปิดท้ายด้วยการกลับมา(ทำไม) ของสุดยอดเกมสร้างกับดักที่เคยโด่งดังในยุคเก่า ใช่แล้วครับ ภาคที่ 4 ของ คาเงโร่ หรือ Deception IV : Blood ties กับ PS3 และ Psvita จ้า จบเดือนกุมภาด้วยอารมณ์ที่เสมือนการเดินตั้งไข่ของยุคใหม่ที่กำลังก้าวเดินไปด้วยความไม่มั่นใจ 

และแล้วการเปิดฉากที่แท้จริงในขุมพลังของเครื่องยุคใหม่ก็จะเริ่มขึ้นเมื่อย่างเข้าเดือน มีนาคม เปิดม่านด้วยเกมจากเครื่องยุคเก่าแต่เปี่ยมไปด้วยรสชาติใหม่ๆที่หลายๆคนกำลังแอบคาดหวังกับ Yaiba Ninja Gaiden Z กับ PS3 และ Xbox360 ถัดมาก็จะได้พบกับเกมโรคจิตสุดขั่วอย่าง Dark Soul 2 ที่กลับมาให้คุณเครียดต่อผ่านเครื่องยุคเก่าล้วนๆเสียด้วย ตามด้วยเกมที่เป็นความหวังในฐานะผู้บุกเบิกทางในยุคใหม่ของฝั่ง Microsoft กับ Titanfall ที่ยังใจดีออกให้ทั้ง Xbox360 และ Xbox One ด้วย จากนั้นกลางเดือนถ้าโชคดีและไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงก็จะได้เล่นเกมระดับตำนานอย่าง Metal Gear Ground Zero ปฐมบทแห่ง Metal Gear V ที่ออกทั้ง PS3, Xbox360 และ PS4 ด้วย ซึ่งจะมาพร้อมเกมตะลุมบอนของสุดยอดตัวละครมากมายหลายตัวจากเกม J – Stars Victory VS ของ PS3 และ Psvita และ ปิดท้ายด้วยมหาสงครามที่ไม่เคยจบสิ้นของ Koei Sengoku Musou ในภาคที่ 4 ที่จะออกให้กับ PS3 และ Psvita ครับ จบเดือนด้วยความสมานฉันท์ ประดุจน้ำเย็นแห่งยุคใหม่ที่ช่วยประลอมให้ยุคเก่าอย่างฉันท์มิตร

เบาะๆกับไตรมาสแรกของชะตากรรมที่เหล่าเกมเมอร์อย่างคุณๆต้องเจอกัน สรุปภาพรวมในภาษาง่ายๆได้ว่า ใน 3 เดือนแรกของยุคเจนเนอเรชั่นที่ 8 สำหรับคนที่ยังไม่มีเครื่องเน๊กซ์เจนในครอบครอง หรือ คนที่ครอบครองเครื่องเน็กซ์เจนได้แล้วนั้น ยังคงมีเกมเล่นแบบพออยู่พอกิน แบบวินวินทั้ง 2 ฝ่ายครับ แต่ก็ใช่ว่าจะให้คุณทำเป็นทองไม่รู้ร้อนกับความปราณีปรานอมนี้น๊ะครับ เพราะทั้งหมดเหมือนจะเป็นการเตือนเบาๆกับหลายๆคนให้เริ่มมองหาหนทางใหม่ เครื่องเกมในยุคใหม่ที่เข้ากับตัวตนของแต่ละคนทันทีที่โอกาศและโชคชะตาของแต่ละท่านจะอำนวย ซึ่งเชื่อผมเถอะว่า ช่วงเวลาให้การตักเตือนนี้จะไม่ได้ดำเนินไปนานนักหรอกครับ

 

ป.ล จับตาการก้าวย่างระหว่างยุคเก่าและยุคใหม่ของแบบต่อเนื่องได้ที่นี่น๊ะครับ ^_^

 http://decibelperoxide.blogspot.com/2013/12/games-of-december-5.html

 

 ****************************************************************

 

การผจญภัยท่ามกลางความไม่รู้ในโลกในยุคที่ข้อมูลยังไม่กว้างไกล ความสุขที่ต้องแลกมาด้วยความพยายามและความอดทน อยากรู้มั๊ยว่า ทำไมเกม ภาษา จึงสนุกไม่รู้ลืม ?

 

กาลครั้งหนึ่งเมื่อนาน นานมาแล้ว ย้อนอดีตไปเมื่อ 30 กว่าปี ในยุคที่ขอบเขตในการเล่นเกมยังคับแคบ ยังมีอิสระภาพในการผจญภัยที่กว้างใหญ่ทั้งความคิดและจินตนาการที่แฝงเข้ามาให้ได้สัมผัสในรูปแบบของเกมที่เราเรียกกันในสมันนั้นว่า “เกมภาษา” หรือ ให้ถูกตามหลักของภาษาก็เรียกกันว่า “เกม RPG” (Role playing Game) ที่ทำเอาคนเล่นเกมส่วนหนี่ง(ที่ไม่น้อย)ในสมัยนั้น หลงไหลได้ปลื้มกันแบบไม่รู้ลืม แต่ในขณะเดียวกันก็มีคนเล่นเกมอีกมากมายที่ไม่เคยก้าวย่างผ่านเข้ามาในดินแดนแห่งการผจญภัยนี้อันเนื่องมาจากแนวความคิดอันแตกต่างที่เรียกกันสั้นๆว่า “เล่นไม่เป็น”

ในซอกอารมณ์ของคนเล่นเกมสายเกมภาษาที่อายุ 30 ขึ้นคงไม่ต้องไปค้น Wiki เพื่อหาจุดกำเนิดของคำว่าเกมภาษาว่ามันเคยเริ่มต้นมาในโลกใบนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร์ในเชิง ตัวเลข แต่ความสนุกและความตื่นตาตื่นใจของเกมภาษามันได้ฝังแน่นในเชิง อารมณ์ที่ไม่มีวันจางหาย อยู่ในกมลสันดานตั้งแต่วันที่เล่นเกมภาษาครั้งแรกไม่ว่ามันจะเป็นเกมอะไรก็ตามสำหรับพวกเขาก็ตาม ตั้งแต่สมัย 18 Bit ที่ตัวละครยังขนาดเท่าเม็ดถั่วมายืนขยับดาบยิกๆจนถึงการต่อสู้ที่ไม่เคยเห็นแม้กระทั้งหน้าตาตัวละครนอกจากรูปแบบการกวัดแกว่งอาวุธที่หน้าจอ แต่ด้วยระบบการเล่นที่เต็มไปด้วยความน่าค้นหา ตั้งแต่การหาทางแก้ปริศนาในภาษาที่ไม่คุ้นเคย ความแข็งแกร่งที่ต้องแลกมาด้วยการนั่งเก็บเลเวลแบบข้ามคืน มากมายความลับที่ต้องค้นหา และ จุดเซฟ ที่พึ่งพิงสำคัญประดุจบุพพารีท่ามกลางการเดินทางที่ยาวนานเพื่อบันทึกการเดินทางที่ยากเข็นไม่ให้กลายเป็นแค่ฝุ่นควัน จนถึงความสวยงามสุดปรารถนาสุดท้ายในฉากจบของเกม มันเป็นความไม่ธรรมดาที่แตกต่างที่นำพาไปสู่ผลลัพท์คือ ความสนุกที่ต้องแลกมาด้วยความพยายามและความอดทน มาให้กับคนเล่นเกมในยุคนั้นจนเปลี่ยนมันเป็น ความคลั่งไคล้ ไปในที่สุด

การเล่นเกมภาษาท่ามกลางความไม่รู้ในโลกในยุคที่ข้อมูลยังไม่กว้างไกล แต่ความกันดารทางข้อมูลกับกลายเป็นสินทรัพย์ทางความคิดของคนเล่นเกมได้มากมาย ยิ่งไม่รู้ยิ่งค้นหา จนทำให้คนเล่นเกมภาษาต้องทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้ข้อมูลในการผ่านเกมมาให้ได้จนสนิทชิดเชื้อกับเกมที่ตัวเองกำลังเล่นแบบทะลุปรุโปร่งทุกเส้นทางโดยไม่รู้ตัว และทุกคำตอบจากทุกปัญหาที่เราค้นหากันมาไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ทำให้คนที่รักที่จะเล่นเกมภาษาเข้าใจกันดีว่า ความไม่รู้ของคนๆหนึ่งต่อคำว่า ” ไม่รู้ “ จริงๆของเขานั้นสมควรเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเขาค้นหามันเต็มที่แล้วเท่านั้น

จนเวลาล่วงมาจนถึงยุคที่โพลิก้อนหนาแน่น ตัวละครเม็ดถั่วถูกยืดแขนยืดขาใส่หน้าใส่ตาจนภาพลักษณ์ออกมาอย่างสง่างามในยุคปัจจุบัน จำนวนของเกมภาษาที่วัดตามสัดส่วนความต้องการของคนยากไร้จากอดีตกาลกลับน้อยลงจนแทบไม่เหลือ ที่มีอยู่ก็แทบจะหาแกนหลักของตัวตนของเกมภาษาที่คุ้นเคยแทบไม่เจอ ทุกปริศนา ทุกการค้นหามันกลับถูกเปลี่ยนไปจนหมดสิ้นท่ามกลางความงดงามของเทคโนโลยี่ในกราฟฟิกที่ถูกใส่เข้ามาทดแทน เราจะไม่ต้องหาที่ไปต่อเพราะมันชี้บอกทางให้ แถมยังยัดเยียด Auto Save ระบบการเซฟอัจฉริยะที่รู้ดีที่จะเซฟให้ทุกทีโดยไม่สนว่าคุณจะต้องการหรือไม่เข้ามาในเกมภาษาอีก เรียกได้ว่า แม้โดนเต่ายักษ์กระทืบตายก็สามารถเกิดใหม่ได้อีกครั้งที่แทบเท้ามันอย่างสบายๆ ระบบอำนวยความสะดวกจนเกิดพอดีจนทำให้ความพยายามและความอดทนที่เป็นหัวใจของเกมภาษาหายไปจนแทบหมดสิ้นไปด้วย

จึงเป็นเรื่องน่าเสียดายที่คนเล่นเกมที่รักในเกมภาษาในยุค Next Gen อดที่จะได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศการเล่นเกมที่สนุกแบบมืดแปดด้านอย่างช่วยไม่ได้ เพราะเกมภาษาในยุคใหม่ไม่ได้ทำให้ได้สัมผัสถึง ความยากแบบไม่มีตัวช่วยที่ทำให้สัมผัสถึงจินตนาการจากความไม่รู้ของผู้เล่นเติบโตขึ้นอีกแล้ว บรรยากาศในตำนานที่ว่านั้นจึงเป็นความทรงจำที่ไม่มีวันลืม ซึ่งทั้งหมดที่ว่ามาคนที่ไม่เคยก้าวข้ามเข้าสู่พรมแดนของเกมภาษาคงไม่มีวันรู้แน่นอน

และไม่ว่า เกมภาษาในยุคใหม่จะเปลี่ยนแปลงไปยังไง ก็แค่หวังในใจว่า ความสนุกในเกมภาษาคงจะยังไม่หมดไปในการผจญภัยครั้งใหม่ที่เราอาจไม่คุ้นเคย …..

 

**********************************************************************

อินเตอร์เน็ต เปิดโลกกว้างหรือสร้างโลกส่วนตัว

ใครจะคิดว่าในยุคแห่งการเชื่อมต่อที่ไร้พรหมแดนทีมีระบบ อินเตอร์เน็ต เป็นสื่อกลางทางอิเล็กโทนิกที่ได้นำพา จิตใจ ของหลายๆคนมาสร้างอณานิคมขนาดย่อมๆ ขอบเขตเล็กๆเท่าที่มายาคติของแต่ละคนพึงจะมีขึ้นมาเป็นสังคมสังเคราะห์ เพื่อแทนที่สังคมแห่งความเป็นจริงที่คุณตราหน้าว่ามันเน่าเหม็น อย่างน้อยๆก็นานพอที่จะทำให้คุณรู้สึกปลอดภัยในพื้นที่ที่คุณควบคุมได้ แต่บางครั้งมันอาจนานเกินไปจนมันได้กลายเป็นสังคมเดียวที่คุณรู้สึกว่า คุณมีตัวตน

การสื่อสารที่หมายความตามท้องเรื่องว่าเคยเป็นการติดต่อ การแลกเปลี่ยนข้อมูลจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งหรือกลุ่มหนึ่ง ก็กลับกลายเป็นการสื่อสารในทิศทางเดียว เป็นการสื่อสารจากตัวคุณไปสู่คนอื่นในสังคมอยู่ฝ่ายเดียว คุณโยนปัญหา โยนความเจ็บปวด โยนความทุกข์ใจ กับข้อความสั้นๆที่เต็มไปด้วยประโยคที่ไม่มีแม้ประธานหรือกรรม ไปให้คนอื่น ยามคุณรู้สึกทุกข์ และ แสดงสิ่งที่คุณมีเหนือคุณอื่น ยามคุณรู้สึกสุข และทุกๆย่างก้าวของสังคมที่คุณสร้างขึ้นก็ถูกแทนที่ด้วยการ อยากทำอะไรให้คนอื่นรับรู้ กินอาหารที่คนอื่นไม่ได้กิน แล้วแอบเฝ้ามองเงียบๆรอให้คนอื่นเข้ามารับรู้ด้วยอย่างมีความสุข นั่นแสดงให้เห็นว่า หลายคนกำลังได้แต่นั่งรอความรู้สึกดีๆของคุณอื่นผ่านการสื่อสารกลับด้านในสังคมสังเคราะห์ของคุณอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นการแสดงตัวตนของคุณ ความเห็นแก่ตัวของคุณ ความน่ารังเกียจของคุณ ไม่ต่างกับสังคมแห่งความจริง

มันกว้างมากไปหรือ ที่คุณจะแสดงความอบอุ่นในการสื่อสารผ่านปลายนิ้วของคุณ จำได้หรือเปล่าว่ามีกี่ครั้งที่คุณทักทายคนอื่นก่อนด้วยคำทักทายที่แฝงไปด้วยความคิดถึง ตักเตือนคนอื่นก่อนที่เขาจะผิดพลาด ให้กำลังใจคนอื่นก่อนที่เขาจะท้อถอย หลายคนลืมที่จะเริ่มต้นแสดงความรู้สึกดีๆไปให้คนอื่นก่อนอีกแล้ว ไหนๆเราก็สร้างสังคมส่วนตัวให้แยกออกมาจากสังคมที่เราว่ามันแย่กว่าแล้ว จะดีแค่ไหนถ้าเราหันมาใส่ใจเพื่อนที่เรามีและสื่อสารกับเขาด้วยความจริงใจที่ทำง่ายๆแค่ปลายนิ้วขยับ อย่างน้อยๆสังคมสังเคราะห์ที่คุณสร้างขึ้นอาจสวยงามกว่าสังคมในชีวิตจริงที่คุณว่ามันเน่าเห็นเหมือนที่คุณตั้งใจไว้แต่แรกก็เป็นได้น๊ะ ^_^

 ******************************************************************