Splinter Cell: Blacklist

posted on 18 Aug 2013 17:08 by decibelperoxide

Tom Clancy's Splinter Cell ทำไมถึงมีคำนำหน้าว่า Tom Clancy ให้เห็นตลอด  เอ๊ะ!  แล้วนาย  Tom Clancy นี้เขาคือใครกัน ?

                                       

Thomas Leo Clancy Jr. เกิดเมื่อวันที่ 12 เมษายน 1947 ที่บัลติมอร์ รัฐแมรี่แลนด์ เขาเรียนที่โรงเรียน โลโยลา เบรคฟิลด์ ใน ทาวสัน,แมรี่แลนด์ จนจบ Hi-School ในปี1965  จากนั้นเขาก็ไปเรียนต่อ วรรณคดีอังกฤษ ที่มหาลัยโลโยลา ในบัลติมอร์ จนจบในปี 1969 แถม Clancy ยังบอกแบบทีเล่นทีจริงอีกว่า " ที่เขาเลือกเรียนวรรณคดีก็เพราะว่าตัวเขานั้นไม่เก่งทางด้านการคำนวณเท่าไรนัก" ก่อนที่เขาจะเขียนหนังสือเล่มแรก The Hunt for Red October ออกในปี1984 เป็นเรื่องราวของ Jack Ryan ได้ให้การช่วยเหลือการหลบหนีของผู้บัญชาการเรือดำน้ำโซเวียต ที่จะแปรพรรคมาเข้าร่วมกับสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้รับความนิยมจนถูกสร้างเป็นภาพยนต์ในเวลาต่อมา ซึ่งผลงานดีๆดังๆของ Clancy หลายเรื่องได้ถูกยกเอามาสร้างเป็นหนังและ Ubisoft Entertainment ซื้อลิขสิทธิ์ เพื่อนำมาผลิตเป็นเกมอีกมากมายด้วยทั้ง  Red Storm Rising (1986) / Patriot Games (1987) /The Sum of All Fears (1991) /Rainbow Six (1998) /Tom Clancy's Ghost Recon (2001) รวมทั้งซีรีย์ Splinter Cell และ The Division ที่จะออกใน Xbox one ด้วยครับ

 

 

Splinter Cell

ภาคแรกวางจำหน่ายในปี 2002 ใช้เวลาในการพัฒนาเป็นเวลา 2 ปี และถูกจำหน่ายโดยค่าย Ubisoft โดยใช้ Unreal Engine 2 ซึ่งในสมัยนั้นถือว่าเป็นเกมที่ภาพสวยสุดๆแล้ว

เมษายน ปี 2004 ประธานาธิบดีของ Georgia ถูกลอบสังหารโดยคาร์บอมบ์ของกลุ่มผู้ก่อการร้ายคาเมืองหลวง Tbilisi ในเดือนต่อมา Kombayn Nikoladze ชายผู้ทรงอำนาจด้านการเงินที่สุดในเมืองก็ถือโอกาสคิดการใหญ่ออกมาคุมอำนาจทั้งหมดของเมืองด้วยเงินทุนและอำนาจทั้งหมดที่มันมี ซึ่งก็ถือว่าเป็นการปฏิวัติโดยไร้ซึ่งการเสียเลือดเนื้อเสียด้วย และเมื่อ Nikoladze ได้อำนาจทั้งหมดอยู่ในมือ ก็เริ่มหาพันธมิตรโดยให้การช่วยเหลือทั้งเรื่องเงินทุน เทคโนโลยี และข่าวสารต่างๆกับบางประเทศอย่าง เนเธอร์แลนด์  รวมทั้งยังเริ่มใช้นโยบายทางการฑูตกับสหรัฐอเมริกาเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ไมตรีให้ดีขึ้นอีกด้วย

หลายเดือนต่อมา สิงหาคม 2004 Samuel Fisher เจ้าหน้าที่ CIA ประจำยุโรปตะวันออก อดีต U.S. Navy SEAL ที่เคยผ่านสงครามอ่าวเปอร์เซียนมาแล้ว ถูกเรียกตัวมาที่สำนักงานรักษาความมั่นคงแห่งชาติ National Security Agency (NSA) เพื่อเข้าร่วมทีมกับหน่วยงานลับสุดยอด "Third Echelon" ที่ถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่อรับมือกำการแทรกแซงของศัตรูของประเทศ ก่อนที่จะเข้าไป "The Farm" ที่ Camp Peary, Virginia เพื่อเข้าไปพบกับ Irving Lambert เพื่อนเก่าของเขาเป็นหัวหน้าหน่วย และ Anna Grimsdóttír หัวหน้าทีมเทคนิคอัจฉริยะ ฉายา "Grim"  ก่อนที่เข้าคอสฝึกหนักให้เข้ากับทีมงานใหม่ของเขาทันที

 

2 เดือนต่อมา ตุลาคม ปี 2004 แซม ฟิชเชอร์ ถูกส่งเข้าไปยังเมือง Tbilisi เพื่อเริ่มงานแรกทันที ในฐานะสายลับแทรกแซงพิเศษ “Splinter Cell “ แห่งหน่วย Third Echelon

[ เศษเสี้ยวของเซลสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่ซ่อนเร้นจนยากเกินจะมองด้วยตาเปล่าเห็น วงจรชีวิตที่เป็นเอกเทศของตัวเอง  เปรียบได้กับเจ้าหน้าที่ที่สามารถแทรกซึมเข้าได้ทุกที่จนยากเกินศัตรูจะรับรู้และมีอำาจในการตัดสินใจอย่างอิสระโดยไม่ต้องรอคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา สิ่งนั่นจึงเรียกกันว่า “Splinter Cell” ]

 เป้าหมายคือ สืบหาความจริงและเงื่อนงำของเจ้าหน้าที่ CIA 2 คนที่หายสาปสูญไปในขณะที่ถูกส่งเข้ามาก่อนหน้านี้ ซึ่งจากหลักฐานทั้งหมดมุ่งไปที่ คณะรัฐมนตรีของ Nikoladze จากการสืบสวนทั้งหมดโยงไปที่อาวุธทำลายล้างสูงที่เรียกกันว่า "The Ark" ที่ Nikoladze เก็บซ่อนเอาไว้ จนท้ายที่สุดก็ไม่เกินฝีมือของ แซม ฟิชเชอร์ ที่เข้าไปหยุดยั้งแผนการร้ายของ Nikoladze และพวกของมันได้สำเร็จก่อนที่ทุกอย่างจะลุกลามกลายเป็นสงครามโลกครั้งที่ 3 ทำให้ แซม ได้รับความชื่นชมจาก David Bowers ประธานาธิบดีสหรัฐ จนได้รับมอบหมายให้ทำงานลับให้ Third Echelon ในนามของ Splinter Cell เพื่อยับยั้งแผนชั่วของผู้ก่อการร้ายทุกประเภทที่เข้ามาเป็นศัตรูกับสหรัฐอเมริกาบ้านเกิด ..

 

Splinter Cell: Pandora Tomorrow

ภาคสอง วางจำหน่ายในปี 2004 ที่ถูกพัฒนาโดยทีม Ubisoft Shanghai กราฟฟิคภายในเกมได้รับการพัฒนาให้สวยงามขึ้น และมีการเปลี่ยนแปลงเกมเพลย์เล็กน้อยด้วย

อินโดนีเซียใน ในปี 2006 สหรัฐส่งทหารเข้าปฏิบัติการ์ณสร้างเสริมเสรีภาพในเอกราชของติมอร์ตะวันออกในการฝึกอบรมกองกำลังทหารของประเทศเพื่อรับมือกับ “The Darah Dan Doa” กลุ่มแบ่งแยกดินแดนแห่งอินโดนีเซีย นำโดย Suhadi Sadono หัวหน้ากลุ่มที่เคยเป็นอดีต CIA ฝีมือดี เขาไม่พอใจสหรัฐมากที่ให้การช่วยเหลือรัฐบาล ติมอร์ตะวันออก จึงเข้าโจมตีสถานฑูตสหรัฐพร้อมทั้งจับเจ้าหน้าที่ทั้งหมดเอาไว้เป็นตัวประกันเพื่อเป็นการตอบโต้กับอเมริกาและรัฐบาลติมอร์ตะวันออก แต่แผนร้ายก็ต้องสะดุดลงเพราะ 1 ในตัวประกันนั้นคือ Douglas Shetland เพื่อนเก่าของ Sam Fisher นั่นเอง

 

Splinter Cell: Chaos Theory

ภาคสาม วางจำหน่ายในปี 2005 Chaos Theory ได้มีการปรับปรุงในหลายๆส่วนให้ดีกว่าเดิมที่ดูเหมือนว่าจะทำให้ชื่อชีรีย์ Splintercell ในภาคนี้กลายเป็นนวัตกรรมคลาสสิกแห่งยุคสมัยเลยทีเดียว โดยฝีมือของทีมพัฒนา Ubisoft Montreal  ภาคนี้ถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงในหลายๆอย่างในเรื่องของลูกเล่นเล็กๆน้อยๆเช่น ให้ผู้เล่นมีโอกาสเลือกเล่นตามใจชอบทั้งเป้าหมายแรกหรือเลือกเป้าหมายรองโดยมีเส้นทางให้เลือกทำมากขึ้น ในภาคนี้ก็ยังคงเสนอรูปแบบการเล่นแบบลอบเร้นบวกกับปรับปรุงให้สมจริงขึ้น และเพิ่มความฉลาดของระบบ AI ให้มากกว่าเดิมอีกด้วยครับ

กองกำลังป้องกันตนเองแห่งชาติญี่ปุ่นซึ่งถูกตั้งขึ้นเพื่อป้องกันการรุกรานจากภัยคุกคามสมัยใหม่ได้ลงความเห็นเรื่องกฎหมายควบคุมความรุนแรงระหว่างประเทศและภาวะหลังสงครามของชาวญี่ปุ่นซึ่งมีจีนและเกาหลีถูกทำให้ได้รับความเจ็บแค้นจากสงครามครั้งนั้น โดยได้นำไปสู่ความลับของแผนสมคบคิดให้โลกเข้าสู่ห้วงหายนะจากหัวหน้าหน่วยป้องกันตนเองแห่งชาติโดยได้เริ่มปฏิบัติการปล่อยชนวนสงครามต่อต้านประเทศญี่ปุ่นและกล่าวโทษว่าเป็นแผนการโจมตีของเกาหลีเหนือ เหตุการณ์ต่อมาเมื่อประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาได้เข้ามาแทรกแซงโดยอ้างความผูกผันทางกฎหมายจากมาตราที่ 9 ของกฎหมายควบคุมความรุนแรงระหว่างประเทศและภาวะหลังสงครามของชาวญี่ปุ่นนั้นกลับทำให้สหรัฐฯเองถูกโจมตีและตกอยู่ในภาวะวิกฤตด้วยเหมือนกัน ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดนี้บีบคั้นให้เกาหลีเหนือขยายสถานการณ์ก่อสงครามยึดครองอธิปไตยของเกาหลีใต้ ชนวนสงครามครั้งยิ่งใหญ่ที่กำลังระเบิดขึ้นในคาบสมุทรเกาหลีนี้ Sam Fisher จำเป็นที่จะต้องออกโรงเพื่อขัดขวางปฏิบัติการของกลุ่มพันธมิตรระหว่างจอมพลญี่ปุ่นผู้กระหายสงคราม เซียนแฮกเกอร์วิกลจริตและหัวหน้ากลุ่มก่อการร้ายสากลก่อนอภิมหาสงครามครั้งใหม่จะเริ่มขึ้นในคาบสมุทรแปซิกฟิก

 

Splinter Cell: Double Agent

ภาคสี่ วางจำหน่ายในปี 2006 ซึ่งภาคนี้มีการเปลี่ยนแปลงมากมาย ทั้งเปลี่ยนระบบการพรางตัวเป็นแบบใหม่ โดยใช้สีเป็นตัวบ่งบอกโดยดูจากจุดวงกลมด้านล่างซ้ายของจอภาพ และจากเนื้อเรื่องที่ว่าด้วยเรื่องการแทรกซึมและปลอมตัวของแซม ทำให้ภาคนี้มีระบบใหม่เพิ่มเข้ามาด้วย “ระบบความไว้ใจ” โดยแต่ละภารกิจจะมีการจับเวลา ถ้าเราทำภารกิจหลักสำเร็จและมีเวลาเหลือก็จะสามารถไปทำภารกิจอื่นๆได้ แต่เราต้องกลับมายังจุดนัดหมายให้ทันก่อนเวลาหมด ภารกิจต่างๆก็จะถูกแบ่งออกเป็นสองฝ่าย JBA เป็นฝ่ายก่อการร้ายที่แซมไปแฝงตัวอยู่ และก็อีกฝ่ายคือ NSA ซึ่งเป็นฝ่ายรัฐบาลซึ่งส่ง Sam มาทำงาน ทั้งสองฝ่ายจะมีเกจวัดความไว้ใจ ถ้าเราทำภารกิจให้ฝ่ายหนึ่งอีกฝ่ายหนึ่งก็จะไม่ชอบใจ เกจวัดความไว้ใจก็จะลดลง (อย่างเช่นถ้าเราฆ่าคนของฝ่ายรัฐบาล ความไว้ใจของ NSA ก็จะลดลง แต่ถ้าเราไปทำในสิ่งที่ JBA ไม่พอใจอย่างเช่น สั่งให้ฆ่าคนแล้วเราไม่ทำ ความไว้ใจของ JBA ก็จะลดลง) ถ้าลดจนหมดก็เกมโอเวอร์ ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่แปลกใหม่และยุ่งยากในคราเดียวกันสำหรับแฟนประจำลุงแซมเลยทีเดียวครับ

 

ปฏิบัติการครั้งนี้ไม่ใช่ธรรมดา กันยายน ปี 2008 เมื่อดราม่าเข้ามารุมเร้าชีวิตของ แซม ฟิชเชอร์  ซึ่งถึงแม้เขาจะดูเป็นคนหนักแน่น แต่เขาก็เป็นคนธรรมดาคนนึง ถึงแม้ที่ผ่านมาเขาจะเสียเพื่อนร่วมงานไประหว่างการปฏิบัติงานไปมากมาย แต่นั่นคงไม่สร้างความเจ็บปวดให้เขามากกว่าการสูญเสียลูกสาวสุดที่รักจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ข่าวการเสียชีวิตของเด็กสาวคนหนึ่งอาจจะเป็นเรื่องธรรมดาถ้าคนคนนั้นไม่ใช่ลูกสาวของ แซม ฟิชเชอร์  ดูเหมือนว่าเขาจะสูญสิ้นทุกอย่าง เหมือนเขาไม่มีตัวตนอยู่บนโลกนี้ วันๆได้แต่เมาเหล้าท้าตีท้าต่อยใช้ชีวิตอย่างไร้แก่นสาร และแล้วเขาก็ได้รับภารกิจใหม่ที่มีเข้ามา ภารกิจสำหรับผู้ที่ไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว ภารกิจการแทรกซึมโดยการเข้าไปอยู่ในกลุ่มผู้ปฏิบัติการของฝ่ายศัตรู แล้วเขาก็กลับมาปรากฏตัวอีกครั้งเป็นจอมวายร้าย ผู้ก่อคดีหนักไว้หลายคดีจนถูกจับเข้าคุก ภารกิจที่แท้จริงของ  แซม ฟิชเชอร์  เริ่มขึ้นจากตรงนั้นท่ามกลางความไว้ใจระหว่าง 2 ฝ่ายทั้งมิตรและศัตรู ที่ส่งผลต่อจิตใจที่สุดจะแปรปรวนของ แซม ที่ยากจะคาดเดา

 

Splinter Cell: Essentials ภาคเสริม ที่ลงให้เครื่อง PSP ในปี 2006 หลังภาค Double Agent ไม่นานก็ทำออกมาได้ไม่ค่อยดีนักจนคนเล่นแทบไม่ได้จดจำว่ามีภาคนี้อยู่ด้วยครับ

 

Splinter Cell: Conviction

ภาคห้า วางจำหน่ายในปี 2010 ภาคนี้ถือว่าเป็นภาคที่มความเป็นแอ็คชันที่สุดเท่าที่เกมนี้เคยมีมา แถมด้วยระบบลอบเร้นแบบใหม่ที่สามารถจะแฝงตัวเข้าไปในฝูงชนได้ ด้วยภาคนี้ที่ออกจะดราม่าเพราะลูกสาวของ sam ถูกจับตัวไปทำให้ Sam มีรูปแบบใหม่ที่ออกมาในช่วงแรกในแบบมีหนวดเคราสุดโทรม แต่ก็ถูก Ubisoft เปลี่ยนแปลงให้หล่อเนี้ยบเหมือนเดิมในวันวางจำหน่าย ซึ่งภาคนี้เป็นภาคที่ใช้ระบบ Mark and Execute ที่สามารถมาร์คศัตรูและยิงศัตรูหลายๆตัวในพริบตาได้  แถมยังใส่ระบบวิ่งเข้าหาที่กำบังเหมือนกับเกม Gears of War โดตัดระบบ lock pick หรือ การซ่อนศพไปด้วย ถือว่าภาคนี้ถูกทำให้เส้นทางในเกมแคบลงและตรงไปตรงมาขึ้น ทำให้เนื้อเรื่องของภาคนี้สั้นตามไปด้วยครับ