Killer is Dead

posted on 02 Aug 2013 13:46 by decibelperoxide

 

                      

 

                                           บทสรุป Killer is Dead

 

By - Decibel per - oxide
 

 

 

 

โลกในยุคที่เทคโนโลยีรุ่งเรืองสุดขีด จนทำให้การเดินทางไปยังดวงจันทร์และการปลูกถ่ายอัวยวะเป็นเรื่องธรรมดาในชีวิตประจำวันไปจนหมด แม้แต่เหล่าคนชั่วก็พัฒนาความชั่วร้ายตามไปด้วย รวมทั้งสิ่งมีชีวิตที่ทรงภูมิและแปลกประหลาดมากมายจากดวงจันทร์ก็หลุดเข้ามาสร้างความวุ่นวายบนโลกมาขึ้นทุกวัน  จนประชาชนทั่วไปถูกอาชญากรรมประหลาดๆทำร้ายจนเดือนร้อนไปทั่วโลกที่หลายคนเชื่อกันว่า ความเลวร้ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันมีอธิพลมาจาก “ ดวงจันทร์ “ จึงได้มีการก่อตั้งองค์กรนักฆ่า Executioner Office ขึ้นมาเพื่อรับงานไล่ล่าเหล่าอาชญากรที่อยู่ทั่วโลกรวมทั้งอณานิคมบนดวงจันทร์ตามที่มีผู้คนร้องที่เดือดร้อนเข้ามาว่าจ้าง 

 

 

Episode 1: The Man who chose the moon

ในซอยเปลี่ยวท่ามกลางความมืดมิดยามค่ำคืน หนังสือพิมพ์ที่ขึ้นหน้าหนึ่งถึงการหายตัวไปของเด็กๆปลิวไปทั่วบ่งบอกถึงความอันตรายของยุคสมัย ชายคนนึงกำลังหนีเอาชีวิตรอดจากนักฆ่าที่ตามมาอย่างช้าๆเหมือนจะมั่นใจในฝีมือตัวเองแบบสุดขั่ว ชายที่กำลังหนีใช้แขนที่เป็นปืนกลของมันเองยิงเข้าใส่คนที่ตามล่ามันเพื่อหวังจะหยุดการไล่ล่าแต่ดูเหมือนว่ากระสุนทุกเม็ดจะถูกปัดป้องได้ด้วยดาบญี่ปุ่นคู่กายของนักล่าคนนั้นได้จนหมด

[ เรียนรู้การบังคับทิศทางด้วยแกนอนาล็อกซ้าย (L) ]

[ เรียนรู้การบังคับมุมกล้องด้วยแกนอนาล็อกขวา (R) ]

เมื่อไล่ตามไปจนสุดซอย ชายที่กำลังหนีลอบซุ่มเข้ามาด้านหลังนักฆ่าแล้วใช้แขนปืนกลของมันยิงเข้าใส่อย่างจังจนเขาล้มไป ก่อนที่มันจะเดินหนีไปด้วยความย่ามใจในความสำเร็จของตัวเอง แต่นักฆ่าก็ลุกขึ้นมาอีกครั้ง ทำเอาชายที่ถูกไล่ล่าถึงกับหน้าถอดสี ก่อนที่จะถูกดาบญี่ปุ่นฟันขาดสองท่อน ก่อนสิ้นใจอาชาญกรดวงกุดได้เอยว่า

“ อย่าบอกน๊ะว่าแกคือ The Darkness? “ นักฆ่าหนุ่มพูดกลับมาสั้นๆ “Killer is Dead “ ก่อนจะฟันซ้ำจนเป้าหมายตายคาที่ [ กด RT ค้างแล้วปล่อยในการสังหาร ] Dark Matter จากศพของชายเป้าหมายลอยฟุ้งไปทั่วบรรยากาศจนทำให้ดวงจันทร์เป็นสีม่วง บ่งบอกได้ทันทีว่าเขาถูกบางอย่างควบคุมจากบางอย่าง บางอย่างที่สุดจะชั่วร้ายเกินกว่าที่มนุษย์จะรับรู้ …..

 

Episode 2: Killer is Dead

ชายฝั่งด้านตะวันออกของอเมริกา นักฆ่าหนุ่มสุดสำอางค์ Mondo กำลังนัวเนียกับสาวคนโปรดตามประสาหนุ่มเพลย์บอยก่อนจะถูกขัดจังหวะโดยวิทยุสั่งการให้เข้ามารับงานต่อไปจาก Bryan หัวหน้าองค์กร Mondo จึงต้องทิ้งให้สาวรอไปก่อนแล้วรีบเข้าไปที่พื้นที่เป้าหมายอย่างมุ่งมั่นทันที ทำเอา Bryan ต้องพูดประครองให้ Mondo อย่าใจร้อนเพราะเป้าหมายคราวนี้คือ Damon แวมไพร์ที่เก๋าเกมส์ไม่น้อย เมื่อ Mondo เข้ามาจนถึงโรงแรมเป้าหมายก็ได้รับการติดต่อมาว่า มิกะ เพื่อร่วมงานของ Mondo กำลังเดือดร้อน ขณะที่ศัตรูกลุ่มแรกก็เริ่มออกมา Wires สิ่งมีชีวิตประหลาดที่มาจากดวงจันทร์ที่เป็นศัตรูพื้นฐานของโลกที่วุ่นวายแห่งนี้

เรียนรู้ระบบการต่อสู้ของ Mondo ในช่วงแรกที่ต้องเรียนรู้คือการใช้ดาบญี่ปุ่นคู่กาย Gekkou ในการฟาดฟันศัตรู ซึ่งก็สามารถฟันคอมโบปกติด้วยปุ่ม X และท่า Moon Slash ท่าโจมตีดาบหมุนวนรอบตัวด้วยการกด X ค้างแล้วปล่อย โดยในการจัดการศัตรูจะมีไอเทมต่างๆที่ตกลงมาให้เก็บและต้องเรียนรู้คือ

 


Wire Symacee - ไอเทมที่เก็บแล้วเติมพลังชีวิตทันที

Energy Core – ไอเทมที่เก็บแล้วเติมเกท Blood ทันที

Moon Crystals – ผลึกสีเหลืองทองที่ใช้สำหรับ Upgrade Skill

Health Gem – ไอเทมที่เก็บสะสมจนครบจำนวนเพื่อเพิ่ม Level ระดับของเกทพลังชีวิต

Bloody Rose -  ไอเทมที่เก็บสะสมจนครบจำนวนเพื่อเพิ่ม Level ระดับของเกท Blood  

 

จากนั้นลุยเข้าไปด้านในจนสุดทางเดินจะพบ Miki อยู่กับ Damon ซึ่งก็ยังโชคดีที่มันไม่ได้ทำอันตรายอะไรกับเธอ Damon กลับมุ่งไปที่การสนทนากับ Mondo มากกว่าเขาฝากทักทายไปยัง Bryan หัวหน้าของ Mondo และเพื่อนเก่าของเขา ซึ่ง Mondo ก็บอกแค่เพียงว่า Bryan ไม่ได้มาด้วยแต่เขาได้รับคำสั่งจาก Bryan ให้มาจัดการกับแก Mondo จึงเข้าไปจัดการ Damon ทันทีโดยจะเข้าโหมด Burst Rust แบบอัตโนมัติให้ฟันมันให้เต็มที่ได้เลย

.. ภาพจะตัดมาที่ห้องออฟฟิศของ Bryan ที่กำลังนั่งดื่มไวน์ร่วมกับ Damon ในสภาพเลือดท่วมตัว หลังจากชื่นชมรสชาติของไวน์ชั้นเลิศแล้ว Damon ก็ถามย้ำอีกครั้งกับ Bryan ให้แน่ใจว่าไม่ได้ยุ่งกับ the Darkness ซึ่ง Bryan ก็ยอมรับว่า ตอนนี้ยัง Damon ชื่นชมฝีมือของ Mondo หนุ่มนักฆ่าที่เขาเพิ่งปะฝีมือมาว่า เป็นเด็กหนุ่มฝีมือดีและอยากให้ Bryan เลี้ยงดูให้ถูกทางด้วย ก่อนที่ไวน์ที่ Damon ดื่มไปทั้งหมดจะกระอักออกมาตามบาดแผลทั่วร่างกายจากฝีมือของ Mondo จนตายไปในที่สุด ….

 

Episode 3: A Woman of pain

2 อาทิตย์ต่อมา … ท่าเรือแห่งนึงในยุโรป ในเรือที่เป็นที่พักของ Mondo เขาก็ได้รับจดหมายติดต่อมาจากองค์กร Executioner Office ว่าให้เข้าไปพบ Mondo จึงปลุก Mika เพื่อที่ร่วมฝึกงานกันมา (แต่ที่มานอนกับ Mondo ได้เพราะเขาคิดกับเธอแบบพี่น้องน๊ะ) เพื่อออกเดินทางไปเข้าพบ Bryan Roses หัวหน้าผู้ก่อตั้งองค์กร Executioner ก่อนที่ Bryan จะบอกถึงผลการทดสอบเขาเป็นเจ้าหน้าที่ขององค์กรว่า Mondo Zappa ผ่านการทดสอบเป็นนักฆ่าขององค์กร Executioner Office อย่างเต็มตัวแล้ว แต่ Mika Takekawa สาวน้อยบ้องแบ๊วจากญี่ปุ่นที่มาฝึกงานพร้อมกับ Mondo นั้นไม่ผ่านการทดสอบ ทำเอา Mika เซ็งไปเลย แต่ Mondo ก็ตกลงที่จะให้ Mika เป็นผู้ช่วยของเขาด้วย ทำให้ Mika ดีใจแบบสุดๆ จากนั้น Bryan จะแนะนำให้รู้จัก Vivian Squall สมาชิกคนสำคัญอีกคนขององค์กรซึ่งก็มีฐานะเป็นผู้บังคับบัญชาของ Mondo ด้วย ก่อนที่ทั้งหมดจะเข้าไปคุยเรื่องงานกับ Robert ผู้ว่าจ้างที่มาขอความช่วยเหลือ อลิซ ภรรยาของเขาที่เปลี่ยนแปลงไปเหมือนถูกสิ่งชั่วร้ายควบคุมอยู่ ซึ่งเขาก็ได้วาดรูปให้เห็นถึงความน่ากลัวของร่างที่เปลี่ยนแปลงไปของอลิซให้ดู ก่อนที่ Vivian จะมอบหมายงานนี้ให้กับ Mondo ให้ไปจัดการให้จบภายหนึ่งอาทิตย์ ซึ่ง Mondo ก็ยืนกรานว่าเขาคงไม่ใช้เวลานานขนาดนั้นแน่นอน …

 

Mondo และ Mika เข้าพื้นที่เป้าหมายคือบ้านของอลิซ ซึ่งภายในบ้านก็ดูสวยงามและปกติดี ก่อนที่จะเข้าไปในห้องด้านในคุยกับ อลิซ่า เธอจะบอกให้ไปช่วย อลิซ น้องของเธอที่เปลี่ยนไปและตอนนี้พลังที่ชั่วร้ายนี้ก็ควบคุมบ้านหลังนี้ไว้จนหมดแล้ว เมื่อออกมาที่ห้องโถงกลางจะพบว่าบ้านได้มีสภาพบิดเบี้ยวสลับกลับหัวไปจนหมด เสียงเชื้อเชิญจากอลิซให้หาทางขึ้นไปหาเธอที่ชั้นบนดังขึ้นและจบลงพร้อมประตูที่เปิดออก เมื่อเข้าไปในห้องด้านในจะพบพวกศัตรูที่เริ่มออกมาโจมตี

 

เรียนรู้ระบบการต่อสู้ของ Mondo ในช่วงนี้คือการ การ์ด (กด B ) และการแดชหลบ Dodge (ดันแกนซ้ายบังคับทิศทาง + B) ซึ่งเมื่อทำการแดชหลบศัตรูในจังหวะที่พอเหมาะพอดีก็จะสามารถใช้ท่า Burst Rush โจมตีต่อเนื่องเพื่อเพิ่มคอมโบและความเสียหายของศัตรูได้อีก โดยท่านี้เป็นท่าจำเป็นพื้นฐานที่ต้องใช้ในทุกที่ทุกเวลาในการต่อสู้เอาตัวรอดและยังจะทำให้เพิ่มเกท Blood เพิ่มในจำนวนมากอีกด้วย / จากนั้นเรียนรู้การใช้ท่า Guard Break ในการทำลายการ์ดหรือโล่ของศัตรูด้วยการกด Y ซึ่งท่านี้จำเป็นมากในการจัดการศัตรูที่มีโล่และชอบการ์ด ซึ่งหลังจากทำลายการ์ดมันแล้วก็จะทำให้ Mondo โจมตีปกติได้อย่างมีประสิทธิภาพเหมือนเดิม

 

จัดการศัตรูในห้องให้หมดจะได้ไอเทม เค้ก มาแล้วนำเอากลับมาให้ อลิซ่า ในห้องเมื่อกลับออกมาห้องโถงก็จะเปลี่ยนแปลงไปอีกจนประตูทางขวาเปิดออก เข้าไปด้านในจะเป็นห้องสวนป่าซึ่งจะเริ่มมีพวก Wire ที่ไม่สามารถใช้ดาบฟันโจมตีแบบปกติเพื่อฆ่ามันได้

 

เรียนรู้ระบบการต่อสู้ของ Mondo ในช่วงนี้คือท่า Adrenaline Burst โดยการกด RT + X ซึ่งจะต้องใช้ค่าของเกท Blood ด้วย โดยจะเป็นการโจมตีแบบเผด็จศึกแบบรุนแรง  ท่านี้สามารถทำให้ศัตรูที่กำลังอ่อนแอตายในทันที แต่ถ้าเป็นศัตรูที่แข็งแกร่งระดับรองบอสหรือบอสจะต้องทำให้มันมึนงงหรืออ่อนแอลงก่อนถึงจะใช้ท่านี้จัดการมันลงได้ในดาบสุดท้าย โดยการใช้ท่า Adrenaline Burst นั้นจำเป็นต้องควบคู่ไปกับการบริหารเกท Blood ที่อยู่ใต้เกทพลังชีวิตด้วย ซึ่งเมื่อค่าพลังของเกท Blood หมดจะสามารถเพิ่มได้ในระหว่างการต่อสู้ด้วยการทำคอมโบอย่างต่อเนื่องจนเกท Blood เริ่มเพิ่มขึ้น ซึ่งการใช้ ท่า Adrenaline Burst ให้สอดคลองกับเกท Blood จะต้องวางแผนการโจมตีให้เหมาะสมจึงจะทำให้เกิดประสิทธิภาพในการต่อสู้อย่างมาก

 

จัดการศัตรูในห้องสวนป่าให้หมดแล้วเก็บช่อดอกไม้กลับไปให้ อลิซ่า ห้องก็จะเปลี่ยนรูปร่างทำให้ประตูด้านในอีกบานเปิดออก เข้าไปในห้องเด็กที่มืดสนิท Mondo จะพบ Mika กำลังยืนงงกับโคมไฟที่เป่ายังไงก็ไม่ดับ แต่ดูเหมือน Mondo จะงงว่า Mika เข้ามาในห้องนี้ได้ยังไงมากกว่า ? ซึ่งการจะดับโคมไฟที่อยู่ที่พนังได้ก็ต้องอาศัยปืนที่แขนกลของ Mondo นั่นแหละ

 

เรียนรู้ระบบการต่อสู้ของ Mondo ในช่วงนี้คือการใช้ Sub Weapon แขนกล Cybernetic Arm “Musselback” โดยช่วงแรกจะสามารถใช้โหมดปืนกลได้อย่างเดียวโดยการกด LT + RT ในการยิง ซึ่งการยิงแต่ละครั้งจำเป็นต้องใช้ค่าพลังของเกท Blood ด้วยทุกครั้ง ซึ่งถ้าอัพเกรด Musselback โหมดปืนกลให้ดีๆจะสามารถจัดการศัตรูที่บินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากๆ

 

จากนั้นใช้ Musselback ยิงไปที่โคมไฟทั้ง 4 ด้านของพนังให้ดับให้เร็วที่สุดก่อนที่มันจะติดขึ้นมาจะทำให้ห้องมืดลงและทำให้เห็นช่องทางลับออกมา เปิดเข้าไปจัดการศัตรูแล้วเก็บโถเก็บเครื่องประดับกลับมาให้ อลิซ่า ศัตรูมากมายจะออกมาจัดการให้หมดแล้วบ้านจะเริ่มเปลี่ยนรูปร่างจนมีบันไดเปียโนออกมาให้ขึ้นไปที่ห้องด้านบนได้แล้ว [ถึงตอนนี้จะสามารถเก็บ Moon Crystals มากพอที่จะใช้ในการ Upgrade Skill แรกของ Mondo ได้แล้ว โดยการกดปุ่ม Start เข้าเมนู Status และ Upgrade ได้เลย]

 

 

Skill ต่างๆแบ่งออกเป็น

Attack Skill

- Piercing Katana  ท่าโจมตีด้วยการกด ปุ่มทิศทางลงล่าง + B แล้วตามด้วย X ในการพุ่งโจมตี

- Upper Slash ท่าโจมตีด้วยการกด ปุ่มทิศทางลงล่าง + ขึ้นบนตามด้วย X ในการโจมตีตวัดขึ้น

- Spin Slash ท่าโจมตีด้วยการกด ปุ่ม X ค้างเพื่อหมุนโจมตีด้วยดาบรอบตัว

- Counter Shot ในขณะที่ศัตรูยิงมา ปุ่มทิศทางลงล่าง + B แล้วตามด้วย X ในการเค๊าท์เตอร์

- Counter Smash หลังจากการ์ด (กดB) แล้วกด Y โจมตีตามไปจะเป็นการจับศัตรูกระแทกพื้น

 

Sub Weapon Skill

- Bullet Shot Plus  เพิ่มอัตราการยิงรัวของโหมดปืนกลให้แขนกล

- Gunner’s Eye  เมื่อกด LT เล็งยิงทำให้เวลาเดินช้าลง

- Freeze Shooter Plus เพิ่มอัตราการทำให้เป็นน้ำแข็งของโหมดปืนน้ำแข็งให้แขนกล

- Drill Plus  เพิ่มอัตราความรุนแรงของโหมดสว่านให้แขนกล

- Charge Cannon plus เพิ่มอัตราความรุนแรงของโหมดปืนแคนน่อนให้แขนกล

 

Special Skill

- High Mobility เพิ่มความเร็วในการแดชหลบ

- Guard Crush  สามารถกด Y ค้างเพิ่มความรุนแรงในการใช้หมัดโจมตีทำลายเกราะได้

- Healing สามารถกด LB เพื่อใช้เกท Blood มาเติมพลังชีวิตได้ (นิดหน่อย)

- Automatic Health Recovery พลังชีวิตเพิ่มขึ้นอัตโนมัติระหว่างการเดินทาง

- Gekkou Neo เพิ่มความรุนแรงให้กับดาบ Gekkou

 

เมื่อขึ้นบันไดไปชั้นบนระหว่างทางถ้าฟันโจมตีรูปปั้นข้างๆทางเดินจะพบกับ Scarlett พยาบาลสาวสุดเซ็กซี่และซาดิสต์ การเจอเธอในจุดที่เธอซ่อนอยู่แปลว่าสามารถปลดล็อกโหมด Challenge ของเธอได้ โดยสามารถเข้าไปทดสอบฝีมือได้ในจุดที่เธออยู่บน World Map และจะได้ค่า Blood จนเต็มหลังจากเธอไปแล้วทุกครั้งอีกด้วย

ในห้องด้านในจะได้พบกับ อลิซ ที่นั่งรออยู่ Mondo พยายามเข้าไปบอกว่า อลิซ่าน้องของเธอกำลังห่วงเธอมากๆ  ในขณะที่คุยกันอยู่ดีๆเธอก็เริ่มที่จะแสดงความเจ็บปวดออกมา เธอบอกว่าเริ่มเจ็บปวดตั้งแต่พบกับชายที่ชื่อ David ที่มาพร้อมกับแสงจันทร์ ก่อนที่ความเจ็บปวดของเธอเริ่มจะหายไปเมื่ออลิซค่อยๆกลายร่างเป็นแมงมุมปีศาจที่สุดแสนจะน่าเกลียดขนาดใหญ่ออกมา Boss Alice

พยายามเข้าไปโจมตีสลับกับแดชหลบเพื่อใช้ท่า Bu