DARK

posted on 30 Jun 2013 16:14 by decibelperoxide

                                                        

 

                                               บทสรุป DARK

 

BY – Decibel per – oxide

 

Chapter 0 – Salvation 

เรื่องราวเริ่มขึ้นในความมืด ชายคนนึงรู้สึกตัวขึ้นมาในบาร์แห่งนึงพร้อมกับอาการปวดหัวอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงกระซิบของเทพธิดาที่เขาเห็นเป็นแสงจ้า เหมือนเธอพยายามจะสื่อสารอะไรบางอย่างจนความทรมานต่างๆเริ่มหายไป แต่ในหัวสมองของเขากลับว่างเปล่าจนแทบไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่นอกจากชื่อของตัวเอง Eric Bane

 

เมื่อลองเดินสำรวจพูดคุยในบาร์ดู ทุกคนดูเหมือนจะรู้จัก Eric ดีกว่าตัวเขาเองเสียอีกแม้แต่สาวบาร์เทนเดอร์ยังรู้เลยว่าเขาชอบดื่ม Bloody Mary ชายที่บาร์เข้ามาแนะนำตัวว่าเขาชื่อ Tom เขาจะบอกให้ไปคุยกับ Rose หัวหน้าของที่นี่ซึ่งเธอจะตอบคำถามที่อยากรู้ได้ทุกอย่าง กับ Tom นั้นสามารถพูดคุยถามข้อมูลเบื้องต้นถึงเรื่องต่างๆ และในบางโอกาสยังมีเควสย่อยให้เก็บสิ่งของที่เขาต้องการในฉากมาให้ (ซึ่งในครั้งแรกนี้ Tom จะให้ไปตามหาหนังสือของเขามาให้ ) รวมทั้งสามารถฝึกการเรียนรู้พลังแวมไพร์เบื้องต้นในโมหด Tutorial ได้อีกด้วย

 

Tutorial

- เรียนรู้เกี่ยวกับคลื่นความรับรู้ ซึ่งจะแสดงขึ้นมาเมื่อสายตาศัตรูเริ่มพบเห็นว่าทำให้รู้ว่ามันมาจากทิศทางไหนเพื่อหลบเลี่ยงก่อนที่มันจะสังเกตเห็นได้

- เกท VITAE ทางซ้ายบนของจอสำหรับใช้ Skill พิเศษ 1 หลอดต่อการใช้ Skill 1 ครั้ง และสามารถเพิ่มได้ด้วยการดูดเลือดของศัตรู

- LT ใช้ในการเข้าที่กำบัง

- แกนอนาล็อคซ้าย LS กดลงตรงๆเพื่อหมอบต่ำ

- เรียนรู้การลอบฆ่าจากด้านหลัง

[A ค้าง – ดูดเลือด] เลือดของศัตรูจะทำให้เกท VITAE เต็ม 1 คนต่อ 1 หลอด

[A – ฆ่า]

[X –ใช้ Skill ในการฆ่า]

- RB ใช้ Skill Shadow Leap ซึ่งก็คือการเทเลพล็อท ทำใหสามารถเคลื่อนตัวไปตามจุดต่างๆได้อย่างรวดเร็วรวมทั้งยังสามารถใช้ในการเทเลพล็อทเข้าไปจัดการศัตรูที่อยู่ไกลๆโดยทำให้มันไม่ทันตั้งตัว

- LB ใช้ในการลากศพของศัตรูที่ลอบฆ่าไปแล้วเพื่อให้พ้นจากสายตาศัตรูตัวอื่น ซึ่งเมื่อมีการพบเห็นศพของพวกเดียวกันศัตรูจะเปิดสัญญาณเตือนภัยและออกค้นหาทันที

 

 

- RT ใช้ Vampire Vision จะทำให้เห็นตำแหน่งของศัตรูเป็นเงาสีแดงอย่างชัดเจน เพื่อง่ายต่อการติดตามความเคลื่อนไหวของศัตรู

- ปุ่ม Back ใช้เปิด Skill Menu ซึ่งสามารถอัพเกรด Skill ต่างๆได้ด้วย Power point (XP) ที่ได้จากการฆ่าศัตรูและรางวัลเมื่อผ่านเงื่อนไขของ Mission ต่างๆ

- Y ใช้เปิด Ability Menu โดยจะสามารถเลือก Skill ต่างๆที่มีนำมาใช้ลงในช็อตคัทที่ปุ่มทิศทางเพื่อสะดวกในการใช้งานได้ ซึ่งในช่วงการฝึกจะมี Skill แรกติดมาให้คือ Regeneration หรือความสามารถในการักษานั่นเอง เมื่อกด X ใช้ Skill ก็จะทำให้ฟื้นพลังชีวิตที่เสียไปขึ้นมาได้

 

Ability Skill

INHERENT POWER (ความสามารถพื้นฐาน)

- Instant kill เพิ่มความรุนแรงในการโจมตีให้มากขึ้น

- Shadow Leap เพิ่มระยะทางในการเทเลพล็อทให้ไกลขึ้น

- AUSFEX เพิ่มความมองเห็นในการใช้ Vampire Vision ให้กว้างและมีรายละเอียดมากขึ้น

- FEED เพิ่มความเร็วในการดูดเลือดศัตรูให้เร็วมากขึ้น  

 

VERPIRIC POWER (ความสามารถในการต่อสู้)

- Shadow Kill เมื่อกด X จะเป็นการพุ่งโจมตีสังหารศัตรูในระยะไกล ใช้ประโยชน์ในการสังหารศัตรูไปพร้อมๆกับการเคลื่อนที่ไปยังจุดต่อไปได้ในเวลาพร้อมๆกันอย่างรวดเร็ว

- Shadow Grip เมื่อกด X จะเป็นการสังหารแบบใช้พลังจิตบีบคอศัตรูจากระยะไกลให้ตายได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งถ้าอัพเกรดจนถึงขึ้นสูงสุดจะทำให้สามารถฆ่าศัตรูจากระยะไกลแล้วศพของศัตรูก็จะสลายไปอีกด้วย

- Distract เมื่อกด X จะเป็นการสร้างกับดักขึ้นด้านหลังศัตรูเพื่อให้ศัตรูหันกลับไปดู เพื่อให้ใช้จังหวะนี้เข้าไปจัดการกับมันได้ โดยเหมาะสำหรับศัตรูที่ยืนเฝ้าอยู่กับที่และไม้เคลื่อนที่

- Regeneration เมื่อกด X จะเป็นรักษาอาการบาดเจ็บ (เติม HP)

- Obfuscation เมื่อกด X จะทำให้เพิ่มพลังโจมตีในขณะที่อยู่ในความมืด

- Domination เมื่อกด X จะทำให้ทำให้ศัตรูมึนงง 1 คน โดยการชีเป้าหมาย

- Presence เมื่อกด X จะทำให้ทำให้ศัตรูมึนงงเป็นกลุ่มโดยการกระแทกกับพื้น

- Celerity เมื่อกด X จะทำให้เพิ่มความเร็วในการเข้าโจมตีศัตรู (เราเคลื่อนไหวเท่าเดิมแต่ทำให้ศัตรูช้าลงนั่นเอง)

 

PASSIVE POWER (ความสามารถสำหรับสเตตัสของร่างกาย)

- Assassin ทำให้เดินเบาขึ้น

- Toughness เพิ่มความแข็งแกร่งและพลังชีวิต

- VITAE เพิ่มจำนวนเกทในการใช้ Skill

- Awakened instincts ทำให้ มีสัญชาติญาณทุกอย่างดีขึ้น ถึงขนาดในขณะที่ใช้เทเลพอร์ตชี้เป้าเพื่อวาร์ปไปที่จุดต่างๆก็จะมีรูปขึ้นให้ดูว่า ตรงจุดที่เทเลพอร์ตไปนั้นศัตรูจะเห็นหรือได้ยินหรือไม่โดยจะแสดงออกมาให้เห็นเป็นรูปดวงตา แปลว่าเมื่อเทเลพอร์ตไปตรงนั้นศัตรูจะเห็นนั่นเอง ซึ่งเป็นความสามาถที่ทำให้การเดินทางสะดวกขึ้นเยอะมาก

 

- Y ใช้เปิด Ability Menu โดยจะสามารถเลือก Skill ต่างๆที่มีนำมาใช้ลงในช็อตคัทที่ปุ่มทิศทางเพื่อสะดวกในการใช้งานได้

 

 

 เดินขึ้นไปบนห้องด้านบนจะพบกับ Rose เธอจะบอกสิ่งที่ Eric แทบช็อคเมื่อเธอบอกว่าเขาเป็นแวมไพร์เหมือนทุกคนที่บาร์ Sanctuary แห่งนี้ ซึ่ง Eric ไม่เชื่อในสิ่งที่ Rose พูดจน Tom เข้ามาใช้ปืนยิงใส่เพื่อทดสอบ ร่างของ Eric ก็สลายกลายเป็นควันจนหลบกระสุนได้ทันที Eric พยายามถามถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเขากับ Rose ซึ่งเธอเองก็ตอบไม่ได้ว่าอะไรเกิดขึ้นกับ Eric แต่พวกเธอกำลังต่อสู้กับมันอยู่ก็คือองค์กร Geoforge Corporation บริษัทที่ทำธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อมในการบังหน้าแต่แท้ที่จริงพวกมันมีเป้าหมายที่จะเปลี่ยนแวมไพร์ทั้งหมดให้กลายพันธ์สิ่งมีชีวิตประหลาดที่เรียกว่า Ghoufs ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของมัน Eric พยายามบอกถึงอาการปวดหัวที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดตั้งแต่รู้สึกตัวขึ้นมา Rose จึงบอกว่าเป็นเพราะยังไม่ได้ลิ้มรสเลือดเป็นครั้งแรก เธอจึงแนะนำให้ไปจัดการกับ John Blooming ศัตรูคู่อริของเธอหนึ่งในนักวิจัยของ Geoforge ที่หลบซ่อนตัวอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ เพื่อดื่มเลือดของมันจะทำให้อาการทั้งหมดหายไป Eric ไม่มีทางเลือกด้วยความอยากรู้เขาจึงตกลงจะทำตามที่ Rose บอกทันที …

 

Chapter 1 – A New Hope

Eric เดินทางมาจนถึงพิพิธภัณฑ์ Harding Museum ด้านหน้าพบว่าเพวกการ์ดของพิพิธภัณฑ์นั้นโดนทำร้ายจนหมดโดยกลุ่มติดอาวุธ M17 ขององค์กร Geoforge ที่บุกเข้ามา จากนั้นก็เริ่มทำการลอบเข้าไปด้านในได้เลย ขึ้นไปชั้นบนไปเปิดสวิตซ์ประตูชั้นบนก่อนแล้วขึ้นบันไดด้านหน้าไปจนถึงประตูนิระภัยด้านบน รอให้ Rose เปิดประตูให้แล้วลอบเข้าไปด้านในต่อจนถึงชั้นล่างแล้วเข้าไปที่ห้องส่วนในจะเข้ามาจนถึงห้องโถงของพิพิธภัณฑ์ซึ่งจะพบว่าพวกการ์ดของที่นี่ได้ออกมาจัดการพวกหน่วย M17 จนหมด แต่ไม่ต้องดีใจไปเพราะการ์ดของพิพิธภัณฑ์ก็อยู่ในฐานะศัตรูของ Eric เช่นกัน ห้องโถงที่ค่อนข้างกว้างและการ์ดมากมาย เส้นทางที่ผู้เล่นจะลอบเข้าไปนั้นมีมากมายตามแต่เทคนิคการเล่นของแต่ละคน โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ประตูด้านในสุดของชั้นล่าง ซึ่งเส้นทางด้านซ้ายจะค่อนข้างมีตำแหน่งการเดินของศัตรูที่ค่อยข้างง่าย พยายามอัพจนได้ Skill Shadow Kill และ Shadow Grip มาใช้ก่อนจะทำให้การผ่านทางสะดวกมากขึ้นมา

 

ระบบการเล่นหลักขั้นพื้นฐาน

ระบบการเล่นหลักของเกมนี้คือการหลบเร้นและลอบฆ่าครับ เพราะถึงแม้ว่า Eric ในฐานะแวมไพร์นั้นจะมีความสามารถเหนือมนุษย์แต่เขาก็อ่อนแอ่เกินกว่าที่จะลุยกับศัตรูตรงๆ ในพื้นที่กว้างและมีศัตรูที่ต้องจัดการมากมายนั้นผู้เล่นสามารถหาทางไปตามแต่ใจต้องการได้อย่างอิสระ เพียงแต่ต้องศึกษาความสามารถของ Skill ต่างๆให้ดีๆและสังเกตและจดจำเส้นทางการเดินของศัตรูแต่ละตัวให้ดีมากๆอีกด้วย อาศัยความใจเย็นผสมผสาน Skill ที่มีให้ใช้ให้เกิดประโยชน์ให้มากที่สุด เราอาจไม่จำเป็นต้องจัดการศัตรูทุกตัวที่เห็นเพื่อผ่านทางไปอย่างราบรื่น แต่ถ้าแน่พอก็จัดการให้หมดก็จะทำให้ได้ค่า XP ที่ใช้อัพ Skill มากขึ้นอีกด้วยครับ ..

 

เมื่อลอบเข้าประตูในไปได้จะเข้าไปถึงลิฟต์จนถึงชั้นบนจะเริ่มพบกับพวก Ghoufs หรือ Ghost สิ่งมีชีวิตที่กลายพันธ์มาจากพวกแวมไพร์ที่องค์กร Geoforge พยายามสร้างมันขึ้นมา พวก Ghost จะไม่สามารถใช้ Vampire Vision ในการตรวจหาได้พบแถมยังดูดเลือดไม่ได้อีกด้วย จึงต้องจัดการมันอย่างรวดเร็วที่สุดก่อนอื่นเลย ลอบเข้าไปจนถึงห้องเก็บสมบัติในสุสานโบราณจะพบ Blooming กำลังหั่นศพมนุษย์เพื่อทำการทดลองอยู่ เมื่อมันเห็น Eric เข้ามามันจึงเรียกลูกน้องพร้อม Ghost เข้ามาจัดการทันที พยายามลอบจัดการพวกศัตรูให้หมดในห้องต่างๆจนเข้าไปจนถึงห้องด้านบนของพิพิธภัณฑ์ได้ซึ่งจะพบ Blooming ออกมาสู้ด้วย Boss Blooming นั้นจะใช้ปืนกลเข้ามายิงโจมตีพร้อมด้วยลูกน้องอีกหลายคน พยายามลอบจัดการลูกน้องมันให้หมดก่อนแล้วค่อยลอบไปจัดการดูดเลือด Blooming จากด้านหลังได้เลย ถึงแม้ Eric จะดูดเลือด Blooming ได้แล้วแต่ดูเหมือนอาการของเขาจะไม่ได้ขึ้นเลย เสียงกระซิบเตือนจากนางฟ้าตนนึงก็ยังคงย้ำเตือนกับเขาตลอดว่า Wrong Blood อยู่เหมือนเดิม ทำให้ Eric มีเรื่องที่ต้องถามกับ Rose ให้รู้เรื่อง …

 

..เมื่อจัดการ Blooming ลงได้แล้ว Eric รีบกลับที่บาร์ Sanctuary เพื่อเข้าไปสอบถามกับ Rose ถึงเรื่องเหตุผลที่เธอเคยบอกว่าอาการของเขาจะดีขึ้นเมื่อได้ดูดเลือด Blooming ไปแล้ว Rose จะบอกว่ามันจะค่อยๆดีขึ้นมาเอง ก่อนที่เธอจะบอกถึงเป้าหมายใหม่ที่จะให้ Eric ไปจัดการก็คือ Viad แวนไพร์รุ่นใหญ่อีกคนที่ทำงานให้ Geoforge ก่อนจะออกเดินทางเข้าไปคุยกับ Tom, June ที่เป็น D.J และ บาร์เทนเดอร์ เพื่อถามข้อมูลเกี่ยวกับ Viad และรับเควสย่อยที่ต้องเอาข้อมูลของ Geoforge มาให้พวกเธอ จากนั้นเข้าไปคุย Rose เพื่อออกเดินทางไปที่ตึก Geoforge Tower ได้เลย …

 

Chapter 2 – Following an Angel

 

 

Eric เดินทางเข้ามาที่ตึก Geoforge Tower ที่อยู่กลางของบริษัท Geoforge เพื่อไล่ล่า Viad ที่อยู่ด้านใน ที่ด้านหน้าทางเข้า พยายามลอบผ่านการ์ดมากมายเข้าไปจนถึงประตูหน้าให้ระวังประชาสัมพันธ์ที่อยู่ด้านด้วยเมื่อมันเห็นมันจะเรียกการ์ดให้เข้ามาทันที ลอบจัดการการ์ดเข้าไปที่ประตูด้านในจนถึงห้องควบคุม ทำการปิดระบบรักษาความปลอดภัยทั้งหมด แล้วลอบเข้าไปด้านในต่อจนถึงประตูนิรภัยที่ปิดอยู่ Rose จะบอกให้ลองไปหา ID Card ด้านในมาใช้เปิดจากนั้นลอบเข้าไปด้านในออฟฟิศต่อ ลอบจัดการศัตรูขึ้นไปชั้นบนเข้าไปเก็บ ID Card ในห้องด้านในมา (ในห้องทำงานอย่าลืมสำรวจคอมเก็บข้อมูลของ Geoforge มาให้ June ที่เป็นเควสย่อยด้วย )  ในขณะที่กำลังย้อนกลับมาพวกการ์ดจะเริ่มเปิดสัญญาณเตือนภัยจนพวกการ์ดเริ่มเข้ามาในห้องมากมาย ลอบจัดการพวกมันจนหมดจนกลับมาถึงที่ประตูนิรภัยแล้วเปิดเข้าไปด้านในแล้วขึ้นบันไดหนีไฟขึ้นชั้นบนจนมาถึงห้อง Geoforge Park ห้องนี้จะเป็นห้องสวนป่าที่มีต้นไม้รกปกคลุมมากมายง่ายในการลอบฆ่ามาก พยายามลอบเข้าไปจนถึงบันไดทางขึ้นชั้นบน Eric จะเห็นอุปกรณ์แปลกที่ส่องไฟสีม่วงออกมา Rose จะรีบบอกถึงอันตรายถึงเครื่องยิงแสง UV กับ Eric ทันทีว่าแสง UV นั้นเป็นสามารถทำอันตรายกับแวมไพร์ถึงตายได้เลย ย้อนลงบันไดมาทำลายแผงไฟควบคุมที่อยู่ใต้บันไดก่อน เมื่อเครื่องยิงแสง UV ดับลงก็สามารถเดินผ่านเข้าไปด้านในได้ ขึ้นลิฟต์ต่อไปจนถึงห้องของ Viad ที่อยู่ชั้นบน เมื่อสำรวจดูแล้วจะไม่พบว่ามันอยู่ที่นี่ แต่ในขณะที่กำลังกลับออกมาพวกการ์ดก็เข้ามา พยายามลอบจัดการมันให้หมดแล้วย้อนกลับมาที่ลิฟต์เพื่อขึ้นไปชั้นบนต่อ ด้านบนจะเต็มไปด้วยการ์ดของ Geoforge กับพวก Ghost มากมาย ลอบจัดการมันแล้วลงไปที่พื้นด้านล่างสำรวจที่จุดหมายทั้ง 2 จุดก็ยังไม่พบวี่แววของ Viad Rose จึงเปิดลิฟต์ให้ขึ้นไปชั้นบนสุดต่อ เมื่อออกมาที่ชั้นบน Eric จะถามถึงตำแหน่งของ Viad แต่ยังไม่ทันขาดคำ กระสุนปืน Rifle ที่ยิงจากระยะไกลด้วยฝีมือ Viad ก็ยิงเข้ามาทันที

 

Boss Viad นั้นรออยู่ชั้นบนสุดของทางเดินและระดมยิงลงมาตลอด แต่สิ่งที่ยากคือต้องลอบจัดการพวกการ์ดมากมายตามทางเพื่อขึ้นไปจนถึงชั้นบนก็จะพบ Viad ที่เทเลพอร์ทย้ายตำแหน่งไปมาอยู่ตลอด แต่ไม่ต้องกลัวเพราะแค่รออยู่ที่เดิมมันก็จะวาร์ปกลับมาที่เดิมให้เข้าไปดูดเลือดมันได้ไม่ยากมาก Eric จำใจดูดเลือด Viad อีกครั้ง เสียงกระซิบจากเทพธิดาคนเดิมก็เริ่มบอกใบ้กับ Eric ถึงชายที่ชื่อ Steiner ทำให้ Eric ต้องกลับไปหาข่าวกับ Rose ที่บาร์อีกครั้ง

 

..เมื่อจัดการ Viad ลงได้แล้ว Eric รีบกลับที่บาร์ Sanctuary เพื่อเข้าไปสอบถามกับ Rose ถึงชายที่ชื่อ Steiner ที่เขาได้รับการบอกใบ้มา เมื่อมาถึงบาร์จะไม่เจอ Rose ที่ห้องทำงาน Eric จึงเข้าไปคุยกับ Tom เพื่อสอบถามเรื่องของถึงชายที่ชื่อ Steiner ซึ่ง Tom ก็รู้จัก Victor Steiner เป็นอย่างดีในฐานะแวมไพร์รุ่นใหญ่อีกคน เมื่อคุยกับ Tom จบเอาเควสย่อยไปส่งให้บาร์เทนเดอร์ให้เรียบร้อย แล้วขึ้นไปที่ห้องของ Rose จะพบว่าเธอกลับมาแล้ว Eric สอบถามถึงเรื่อง Steiner ซึ่ง Rose จะบอกว่ายังเร็วเกินไปที่จะสู้กับ Steiner แต่ด้วยความดึงดันของ Eric Rose จึงต้องยอมบอกที่ซ่อนตัวของ Steiner ซึ่งอยู่ที่ Club Atlantis …

 

Chapter 3 – Atlantis

Eric เดินทางมาถึงที่ Club Atlantis เขาต้องพยายามเข้าไปหาตัว Steiner ให้ได้ถึงแม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าทำไปเพื่ออะไรด้วยซ้ำ สิ่งเดียวที่เขาคิดได้คือ Steiner น่าจะสำคัญมากพอที่เทพธิดาลึกลับพยายามบอกใบ้ให้เขาตลอดเวลา ที่หน้าทางเข้าจะเต็มไปด้วยมนุษย์มากมายที่มาเที่ยว ซึ่งด้านหน้าจะมีเพียงการ์ดธรรมดา Eric ที่ต้องการเพียงเข้ามาหาข้อมูลจาก Steiner จึงพยายามที่จะเลี่ยงการต่อสู้ด้วยกันลอบหลบการ์ดและกล้อง CCTV เพื่อเข้าไปที่ประตูด้านในโดยห้ามให้พวกการ์ดเจอเด็ดขาด เมื่อเข้ามาที่บาร์ส่วนในได้แล้ว Rose จะวางแผนให้ Eric ไปวางระเบิดควันเพื่อล่อให้พวกการ์ดด้านในออกมา ลอบเข้าไปวางระเบิดควันในถังขยะทั้ง 4 จุดให้หมดแล้วขึ้นไปรอที่ด้านบน เมื่อจุดระเบิดควันแล้ว พวกการ์ดจะออกมาจากประตูใหญ่ ลอบจัดการพวกมันแล้วเข้าไปด้านในประตูได้เลย เข้ามาต่อจนถึงบาร์ของแวมไพร์ที่ซ่อนอยู่ด้านในที่เป็นบาร์อาโกโก้ ในช่วงที่พวกการ์ดกำลังยืนดูการเต้นของสาวๆอยู่ เป้าหมายที่ต้องคือลอบเข้าไปที่ประตูทางฝั่งซ้ายของเวที

- โดยจะเลาะจากห้องน้ำฝั่งซ้ายแล้วลอบผ่านกล้อง CCTV ไปทางซ้ายต่อก็จะเข้าประตูไปเลยก็ได้ เส้นทางสั้นกว่าแต่ก็เสี่ยงกับการเจอศัตรูมากกว่า

- แต่ถ้าลอบขึ้นบันไดทางขวาขึ้นไปชั้นบนจะมีไอเทม XP Point ให้เก็บและยังสามารถจัดการศัตรูเพื่อเก็บค่า XP Point ได้อีกด้วย จากนั้นค่อยเทเลพอร์ตจากชั้นบนมาพื้นด้านบนเวที แล้วค่อยเทเลพอร์ตลงเข้าประตูด้านซ้ายก็ได้เหมือนกัน

เมื่อเข้ามาด้านในแล้วลอบขึ้นไปชั้นบนกดสวิตซ์เปิดประตูด้านนอกแล้วย้อนกลับออกมาหน้าเวทีจะพบพวกการ์ดปล่อยพวก Ghost ออกมาต้อนรับแล้ว ลอบจัดการพวกมันตามสมควรเพื่อไปที่ประตูฝั่งซ้ายเข้าไปด้านในจนถึงโรงรถ ซึ่งจะมีทั้งพวกการ์ดและ Ghost มากมาย พยายามลอบเข้าไปทางฝั่งซ้ายจะมีรถให้กำบังสายตามากมาย แล้วค่อยเทเลพอร์ตข้าม Ghost 2 ตัวที่เฝ้าทางอยู่เข้าไปที่ประตูสุดทางได้ ระหว่างทาง Eric พยายามติดต่อไปหา Rose แต่ดูเหมือนเธอจะหายไปและไม่ติดต่อกลับมา เมื่อเข้ามาในห้องพวกการ์ดจะลงมาจากลิฟต์ ลอบจัดการพวกมันแล้วเข้าไปด้านในต่ออจนถึงห้องโถงใหญ่ก็จะได้พบ Victor Steiner กำลังเล่นเปียโนอยู่ แวมไพร์รุ่นใหญ่ที่ทรงอำนาจสูงสุดในเขตนี้เดินมาทักทายอย่างนุมนวลแต่หน่วยติดอาวุธของมันก็เข้ามาล้อมรักษาความปลอดภัยอย่างเต็มกำลังเช่นกัน มันเปิดโอกาสให้ Eric ถามทุกอย่างได้เต็มที่ พยายามเลือกถามเรื่องต่างๆให้ครบถ้วนก่อนโดยไม่ต้องเลือกประโยคจบบทสนทนาอย่าง I Need your Blood หรือ Talk Enough ระหว่างที่คุยกัน Eric พยายามจะให้ข้อมูลที่น่าจะเป็นประโยชน์กับ Steiner เพื่อแลกกับสิ่งที่เขาอยากจะรู้เกี่ยวกับตัวเขาเองที่กลายเป็นแวมไพร์ แต่ดูเหมือน Steiner จะไม่ต้องการข้อมูลอะไรเลยกับ Eric เขาจึงไม่มีทางเลือกที่ต้องเข้าไปสู้กับ Steiner แบบตรงไปตรงมา และสุดท้ายแวมไพร์รุ่นเก๋าก็ได้เปรียบในการต่อสู้แน่นอน แต่ในขณะที่ Eric กำลังจะเสียท่า หน่วยล่าแวมไพร์ M17 ก็บุกเข้ามามากมาย พวกมันระดมยิงใส่ Steiner และจับตัวมันไป แต่ Eric โชคดีที่หนีออกมาได้ แต่เขาก็อดนึกไม่ได้ตอนที่ M17 บุกเข้ามาเหมือนกับวาเป็นการช่วยเหลือจากนางฟ้าที่คอยนำทางเขามาตลอด ซึ่งเขาอาจนึกไปเองก็เป็นได้ ….

 

Chapter 4 – The Hole

หลังจากที่ Eric หนีออกมาจาก Club Atlantis ได้สำเร็จเขาก็มุ่งหน้ากลับไปที่บาร์ Sanctuary เช่นเคย แต่ตอนนี้ระหว่างทางกลับเต็มไปด้วยหน่วย Vampire Hunter M17 พร้อมอาวุธหนักเข้าควบคุมพื้นที่จนเต็มถนนซอกซอย สิ่งที่ควรจำคือ พวกทหารเกราะหนักต่างๆในหน่วย Vampire Hunter นั้น Eric จะไม่สามารถดูดเลือดหรือโจมตีจากด้านหน้าได้เลย ซึ่งต้องลอบฆ่าจากด้านหลังอย่างเดียว

- ที่พื้นที่แรกลอบจัดการธรรมดาด้านหน้าให้หมดแล้วเลาะทางฝั่งซ้ายจะสามารถเทเลพอร์ตหัวหน้าทหารเกราะหนักที่คุมอยู่ด้านในไปที่ซอยด้านหลังต่อได้ (แล้วค่อยลอบจัดการมันจากด้านหลังก็ได้ถ้าอยากจะทำ)

- เข้ามาในซอยด้านในจะเต็มไปด้วย หน่วย M17 ไม่แตกต่างกันแถมยังมีกับดักแสง UV ที่วางดักอยู่ด้วย ซึ่งกับดักแสง UV นั้นต้องระวังเป็นพิเศษเพราะถ้าผ่านเข้ามาโดยไม่รู้ตัวจะโดนฉายแสงจนตายทันที (ถ้าหนีไม่ทัน) ซึ่งในพื้นที่นี้จะมีกับดัก UV อยู่ทางด้านซ้าย พยายามลอบเข้าไปทางฝั่งขวาไปที่เป้าหมายคือซากตึกโรงหนังเก่าด้านในให้ได้

- ในซากโรงหนังจะเริ่มมี Ghost ออกมาจากด้านใน พยายามลอบเข้าไปด้านในจนพวกหน่วย M17 เริ่มบุกเข้ามาจัดการ Ghost จนหมดหน่วย M17 ที่เข้ามาให้หมด เมื่อพ้นออกมาจากซากโรงหนังแล้วจะออกมาที่บริเวณด้านหลังของบาร์ Sanctuary

- พื้นที่ด้านหลังของบาร์ Sanctuary นั้นเต็มไปด้วยหน่วย M17 เกราะหนัก , เซนเซอร์จับความเคลื่อนไหวและกับดักแสง UV อีก เป้าหมายคือช่องทางเดินฝั่งขวาสุด เร็วที่สุดก็คือใช้ Shadow Grip จัดการทหารที่เฝ้าอยู่หน้าทางเข้าแล้วเทเลพอร์ตผ่านกับดักแสง UV ไปเลย เมื่อเข้ามาถึงทางเข้าบาร์จากชั้นใต้ดินแล้ว ลอบขึ้นมาตามซากตึกจนกลับมาที่บาร์ Sanctuary ได้

สภาพของ Sanctuary นั้นถูกโจมตีจนยับเยิน เมื่อ Eric เข้าไปสำรวจในห้องทำงานของ Rose จะพบว่าเธอไม่อยู่แล้ว จากนั้นหน่วย M17 ก็จะเริ่มเข้ามาตรวจพื้นที่ พวกมันมาแค่ 4 คนเท่านั้นแต่มันมาพร้อมหัวหน้าหน่วยของมันด้วยซึ่งเป็นทหารเกราะหนักพร้อมปืนกลหนักมาด้วย ซึ่งมันจะไม่สามารถใช้ Skill ใดๆกับมันได้เลยเพราะเกราะพลังแสง UV ของมันที่ป้องกันการโจมตีจากแวมไพร์ได้ทั้งหมด พยายามจัดการพวกลูกน้องของมันให้หมดก่อนแล้วค่อยเข้าไปจัดการกับตัวหัวหน้าโดยการลอบเข้าไปข้างหลังแล้วดึงแกนพลังงานด้านหลัง แต่หลังจากดึงสลักออกแล้วม่านแสง UV จะเริ่มทำงาน รีบหนีออกมาให้พ้นระยะแล้วหาที่หลบต่อ เพราะมันจะเข้าสู่โหมด Alert ออกตามล่า แอบจนกว่าจะหมดโหมด Alert แล้วค่อยลอบเข้าไปดึงสลักจากด้านหลังของชุดมันอีกครั้ง เท่านี้ก็จะจัดการมันได้ หลังจากที่สำรวจจนทั่ว Eric ก็เจอสัญญาณ GPS ที่ Rose น่าจะทิ้งเอาไว้เพื่อให้ตามเธอไป โดยสัญญาณที่ได้จะระบุตำแหน่งไปที่บริษัท CRYOGENIC ในเครือขององค์กร Geoforge นั่นเอง ….

 

Chapter 5 – CRYOGENIC

Eric ตามสัญญาณ GPS ของ Rose มาถึงที่ตึกของบริษัท CRYOGENIC จากนั้นก็ต้องลอบเข้าไปที่ประตูทางเข้าตึก พื้นที่รอบๆตึกด้านนอกนั้นกว้างมากแต่ทางไปที่ประตูเป้าหมายนั้นไม่ไกลแต่จะลอบจัดการทหาร M17 เพื่อเก็บค่า XP Point ก่อนก็สุดแล้วแต่ถ้าคิดว่าคุ้มเสี่ยง เมื่อลอบเข้ามาในตึกได้สำเร็จแล้ว ด้านในตึกของ CRYOGENIC ก็กว้างและมีทหารมากมายไม่แพ้กัน พยายามลอบจัดการศัตรูเข้ามาจนถึงห้องโถงกลางของตึก เป้าหมายคือเข้าไปสำรวจที่คอมที่โต๊ะกลางห้องเพื่อเปิดประตูลิฟต์ด้านใน แต่ก่อนจะกดสวิตว์ที่คอมได้ต้องจัดการศัตรูใกล้ๆให้หมดก่อนซึ่งศัตรูใกล้ๆก็ดันมีแค่ตัวเดียวก็คือ ทหารเกราะแสง UV นั่นเอง การจัดการมันโดยสูญเสี่ยงน้อยที่สุดแต่ก็ต้องเหนื่อยมากที่สุดเช่นกัน โดยต้องพยายามลอบจัดการทหาร M17 รอบๆให้ได้มากที่สุดหรือให้หมดเลยได้ยิ่งดี เพราะการจะเข้าไปดึงสลักชุดเกราะแสง UV นั้นจะทำให้เกิดการ Alert ซึ่งไม่ดีแน่ถ้าทหารทุกตัวบุกเข้ามาพร้อมๆกัน เมื่อจัดการลูกน้องรอบๆจนหมดแล้ว ก็เข้าไปลอบดึงสลักของทหารเกราะแสง UV 2 ครั้งจัดการมันเหมือนเดิม

 

จากนั้นก็จะกดสวิตซ์ที่คอมบนโต๊ะเพื่อเปิดลิฟต์ด้านในได้ ลอบเข้าไปจนถึงลิฟต์ลงมาชั้นล่างจะเข้ามาที่เขตห้องวิจัย Eric จะตามสัญญาณ GPS ของ Rose จนถึงประตูทางเข้าที่มันปิดอยู่ ลอบขึ้นไปชั้นบนเพื่อเข้าไปเก็บกุญแจในห้องด้านในเอาลงมาไขเปิดประตูเข้าไปในโกดังสินค้าที่มีทหาร M17 มากมายในที่แคบๆ ถึงตรงนี้แล้วคงจะมี Skill Shadow Grip ระดับสูงสุดแล้วที่สามารถฆ่าศัตรูจากระยะไกลแล้วจะทำให้ศพสลายหายไปทันทีด้วย พยายามลอบเข้าไปจนถึงห้องด้านในจะเป็นส่วนของห้องทดลองลับ ซึ่งจะพบว่ามีแวมไพร์มากมายถูกจับมาดูดพลังมากมาย เมื่อตามสัญญาณเข้าไปด้านในห้องจะไม่พบ Rose แต่จะพบแค่เครื่องส่งสัญญาณที่วางอยู่ Eric รู้ทันทีว่ามันเป็นกับดัก แต่ก็รู้สายเกินไปเพราะแก็สยาสลบถูกปล่อยออกมาจนทำให้เขาไม่มีทางหนีไปได้เลย ….

 

Chapter 6 – M17 Base

Eric มารู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้งและทันทีที่ลืมตาขึ้นมาเขาก็เห็นนางฟ้าที่คอยนำทางเขามาตลอดอยู่กับเขาแต่มันก็กลับสลายเป็นผู้หญิงคนนึงแทน เธอแนะนำตัวชื่อ Dr. Samantha Field ซึ่งเธอรู้จักกับ Eric ดี ซึ่งความทรงจำที่หายไปของ Eric รวมถึงภาพลวงตาต่างๆที่ออกมาจากสมองของเขาก็คงเป็นรากฐานมาจากผู้หญิงคนนี้แน่นอน แต่เธอเคยทำอะไรกับ Eric เอาไว้นั้นเขายังจำไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว Dr. Samantha ก็อยากจะรำลึกอดีตแต่เธอก็กำลังยุ่งกับขั้นตอนของการทดลองที่เธอเรียกว่า Project Ascension อยู่จึงไม่ได้ตอบคำถามใดๆกับ Eric เลย Dr. Samantha หันไปทำการทดลองกับร่างของ Steiner ที่ถูกจับมาโดยเธอใส่วัคซีนป้องกันแวมไพร์เข้าไป แต่ผลการทดลองไม่สำเร็จยังทำให้ร่างของ Steiner เกิดการกลายพันธ์จนใหญ่โตผิดปกติและมันก็ทำลายห้องทดลองจนราบก่อนที่จะหนีไป เมื่อ Eric มารู้สึกตัวอีกครั้งก็พบว่าเขาไม่ได้ถูกมัดแล้ว ออกมาจากห้องทดลองจะพบว่าที่นี่ถูกทำลายจนราบด้วยฝีมือของ Steiner ในขณะที่หน่วย M17 ก็เข้ามาป้องกันพื้นที่มากมายเช่นกัน จากนั้นลอบเข้าไปด้านในจนถึงลิฟต์ก็จะพบว่ามันใช้ไม่ได้ เลยเข้าไปในห้องทำงานด้านในเพื่อเปิดการมำงานของลิฟต์ก่อนแล้วค่อยกลับมาที่ลิฟต์ จัดการทหาร M17 ที่ออกมาจากลิฟต์แล้วขึ้นไปชั้นบนต่อจนถึงห้อง Genetic Laboratory ลอบจัดการทหารเข้าไปจนถึงห้อง Armory แล้ว Rose จะติดต่อมาว่าเธอหนีออกมาได้แล้ว แต่ Tom ยังโดนจังอยู่จึงจะให้ Eric ไปหาทางช่วย Tom ออกมา จากนั้นเข้าไปในห้องควบคุม 2 ห้องใกล้ๆเพื่อปิดระบบรักษาความปลอดภัยก่อน แล้วเข้าไปจนถึงเขต Cell Block จะพบ Tom ถูกขังอยู่และกำลังจะโดนดูดพลังงานไป ลอบจัดการทหารขึ้นไปที่ห้องควบคุมด้านบนกดสวิตซ์เปิดประตูห้องขังให้หมด ซึ่งจะทำให้พวก Ghost ที่อยู่ด้านในหลุดออกมาด้วย รีบลงไปช่วย Tom ออกมาจากห้องขัง แล้วหลบพวก Ghost มากมายออกมาที่ทางลงชั้นใต้ดิน เข้ามาด้านในตามทางจะถึงห้อง Headquarter จะพบ Dr. Samantha พร้อมทหาร M17 มากมายในห้องควบคุมที่กำลังยิงต่อสู้กับ Steiner อยู่ ซึ่ง Eric ก็จะสังเกตเห็นว่า Rose ก็ถูกจำตัวเอาไว้ที่นี่ด้วย ทันทีที่ Samantha รู้ว่า Eric เข้ามาถึงที่นี่ เธอก็ยินดีที่จะพูดคุยเจรจาด้วยในฐานะเพื่อนร่วมงานที่คุ้นเคยกันมานาน

Dr. Samantha – ไม่ได้เจอกันนานเลยน๊ะ Eric พร้อมจะร่วมงานกันอีกครั้งกับโปรเจคที่ค้างอยู่หรือเปล่า ?

Eric – ฉันอยากรู้ว่าเธอต้องการอะไรจากฉันกันแน่ ถึงต้องทำให้ฉันกลายเป็นแวมไพร์

Dr. Samantha – ฉันน่ะหรอทำ ? นายเองต่างหากที่เต็มใจที่จะเป็นแวมไพร์เพื่อพลังอันยิ่งใหญ่ที่นายต้องการ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการเข้าไปจัดการเหล่าแวมไพร์ผู้อาวุโสทั้งหมดเป็นค่าตอบแทนให้ฉันนิดหน่อยเท่านั้นเอง

Eric – นั่นนะหรอเหตุผลที่ทำให้ฉันเป็นแวมไพร์

Dr. Samantha – นายน่ะคือ Ascension Prototype คนที่มีเลือดพิเศษเป็นส่วนนึงในการทดลองเพื่อสร้างวัคซีนรักษาโรคติดเชื้อแวมไพร์ให้หมดไปยังไงล่ะ แต่ด้วยผลกระทบจากการทดลองทำให้นายความจำเสื่อมไป

 

ขณะนั้น Rose ที่ฟังอยู่จากอีกที่ก็พุดผ่านวิทยุออกมาว่า Dr. Samantha โกหก เพราะเธอได้อ่านรายงานการทดลองแล้วว่า Dr. Samantha มีแผนที่จะทำให้มนุษย์ให้กลายเป็นแวมไพร์เพื่อดึงพลังมาใช้งานและยังจะคิดที่จะควมบคุมเหล่าแวมไพร์ไว้ใช้งานอีกด้วย และสุดท้ายเมื่อการทดลองเสร็จสิ้นเธอก็จะกำจัด Eric ทิ้งทันที …เมื่อ Dr. Samantha โดนรู้ทันเธอจึงสั่งทหาร M17 เข้ามาจัดการกับ Eric และ Rose ไม่ว่าเป็นหรือตายก็ลุยได้เลย จากนี้ทหารจะเข้ามาจำนวนมากจากทุกทางพร้อมอาวุธหนัก รีบออกจากพื้นที่โดยด่วนทางประตูขวานั้นใกล้สุดแต่ก็อันตรายสุด หรือจะอ้อมไปทางประตูซ้ายบนเพื่อลอบเข้าไปยังฝั่งขวาให้เร็วที่สุดเพื่อเข้ามาที่ห้องควบคุมด้านบนจากอีกด้าน Eric จะขึ้นไปจัดการทหารศัตรูช่วย Rose เอาไว้ได้สำเร็จ แต่ยังไม่ได้สวีทกันมาก Steiner ก็บุกเข้ามาอาละวาดเสียก่อน Rose จะบอกให้ Eric ลงไปกดสวิตซ์ควบคุมเสาพลังงานทีละเสาเพื่อจัดการ Steiner ด้วยเครื่องเสียง Boss Ascension Steiner มันจะโดดโจมตีลงพื้นเป็นวงกว้างแต่ก็สามารถวิ่งหลบออกจากรัศมีการทำลายของมันได้ไม่ยากเลย หลบการโจมตีของมันจน Rose เปิดการทำงานของแท่นควบคุมเสาให้ทีละเสา เข้าไปกดสวิตซ์ควบคุมแกนเสาพลังงานเสียงทีละเสา พลังเสียงก็จะโจมตีใส่ Steiner อย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อถึงแท่นควบคุมสุดท้ายที่จะจัดการกับ Steiner ให้สิ้นซาก Eric ก็สังเกตเห็น Dr. Samantha รีบหนีเอาตัวรอดออกไปที่ลิฟต์ก่อนที่ที่นี่จะระเบิด แล้วทีนี้ Eric และคุณจะตัดสินใจยังไงกับทางออกที่ให้เลือก …

- ไม่สนใจ Dr. Samantha แล้วกดสวิตซ์อันสุดท้ายเพื่อจัดการ Steiner ซึ่งจะส่งผลให้ Dr. Samantha หนีไปได้ จนสุดท้าย Eric และ Rose ก็จะมีงานร่วมการเพื่อไล่ล่า Dr. Samantha เพื่อแก้แค้นในการเจอกันครั้งต่อไป..

- ไม่กดสวิตซ์เพื่อจัดการกับ Steiner แล้วรีบออกไปตาม Dr. Samantha ซึ่งจะส่งผลให้ Eric จัดการแก้แค้นกับ Dr. Samantha ได้สำเร็จ แต่ Rose ก็ต้องตายไปพร้อมกับ Steiner

 

 

 

** ไม่ว่าจะเลือกถ้าไหนไปเป็นฉากจบ ก็สามารถโหลดเซฟมาเลือกอีกทางได้อีกครั้งเพื่อดูอีกฉากจบนึงได้ **

 

------------------------------------- THE END ---------------------------------------------------