Tomb Raider

posted on 06 Mar 2013 19:33 by decibelperoxide

 

                   

กำเนิดใหม่ Tomb Raider ที่สร้างสรรโดยทีมงาน Crystal Dynamics ซึ่งเคยฝากผลงานที่เคยทำให้กับซีรีย์ Tomb Raider กับภาค Legend, Anniversary และ under World มาแล้วหลายภาค อาจจะประสบความสำเร็จบ้างแต่ก็ไม่ถึงขีดสุด เมื่ออยู่ภายใต้การควบคุมของ Eidos Montreal จึงทำให้ผลงานที่เคยทำออกมาไม่เป็นตัวของตัวเองเท่าไหร์ Crystal Dynamics ต้องรอคอยให้ฝันของตัวเองเป็นจริงเมื่อ Square – Enix เข้ามาควบกิจการของ Eidos การนำ Tomb Raider มาปฏิสนธิใหม่ โดย Kart Stewart Director ของ Crystal Dynamics ภายใต้การดูแลจาก Square – Enix เมื่อทาง Crystal Dynamics ได้ใช้จินตนาการตามเจตนารมณ์ของพวกเขาอย่างเต็มที่ Lara Croft จึงถูกจับมาปรับโฉมใหม่อีกครั้งให้กลับสู่ต้นกำเนิดอีกครั้งในแบบที่พวกเขารอคอยมาถึง 4 ปีเต็ม  โดย Rhianna นักเขียนบทสาวที่เคยประสบความสำเร็จจากการสร้างตัวตนให้กับตัวละครอย่าง Faith จาก Mirror Edge และ Noriko จาก Heavenly Sword มาแล้ว Lara โฉมใหม่ในรูปลักษณ์ของเด็กสาวไร้เดียวสา หวาดกลัว และลังเลทุกครั้งในการทำร้ายคนอื่นถึงแม้คนนั้นจะเป็นศัตรูของเธอก็ตาม ถึงขนาดที่เธอยังว่ายน้ำไม่เป็นเสียด้วยซ้ำ ด้วยความธรรมดาของเด็กสาวคนนึงผ่านโชคร้ายบนเส้นทางที่เธอเลือกเดิน ทั้งหมดถูกส่งผ่านมาถึงตัวผู้เล่นให้ได้เอาใจช่วยและผลักดันให้เธอก้าวพ้นอุปสรรค์เพื่อไปสู่นักผจญภัยที่ยิ่งใหญ่ในอนาคตได้ โดยทั้งหมดทั้งปวงในภาคนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อ Time Line เนื้อเรื่องในเกม Tomb Raider ภาคที่ผ่านมาแต่อย่างใด ในทางกลับกันกลับทำให้เนื้อเรื่องสมบรูณ์และสวยงามขึ้นอีกหลายเท่าทวีคุณ …

 

 

                                    บทสรุป Tomb Raider

 

BY – Decibel per - oxide

 

    

“ การเดินทางครั้งแรกของฉัน เป้าหมายครั้งแรกขอฉันที่ฉันกำหนดเอง ไม่ใช่ความรู้ในตำราเหมือนที่เคยเรียนจบมา แต่เป็นโลกแห่งความเป็นจริงที่ฉันต้องการค้นหาการผจญภัยแบบของฉันเองซักครั้ง … หรือ การผจญภัยต่างหากที่ค้นพบตัวฉัน ทำให้ฉันค้นพบบางสิ่ง บางสิ่งที่ทำให้ฉันสามารถก้าวเดินต่อไป บางสิ่งที่ทำให้ฉัน ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป “   

 

 

Coast of Japan, เรือ Endurance วันที่ 22 ในการเดินทาง , 23.00 น. ……

Lara Croft นักศึกษาด้านโบราณคดีที่เพิ่งจบใหม่ๆ กำลังรำพึงรำพันถึงเรื่องราวและเป้าหมายที่ต้องพยายามไปให้ถึง การพจญภัยที่เธอเดินเข้าค้นหาเพียงด้วยแค่คำว่า สัญชาติญาณ แต่สิ่งที่ไม่เคยคาดหวังก็เกิดขึ้นเมื่อเรือ Endurance เข้าไปเจอพายุใหญ่ทำให้มันแตกออกเป็น 2 ซีก ผู้โดยสารมากมายต้องตกลงไปในทะเลที่เชี่ยวกราด Lara พยายามวิ่งไปหากัปตัน Roth ที่ยื่นมือออกมาเพื่อพยายามจะช่วยเธอ แต่ก็สายเกินไปกระแสนำกระแทกจน Lara ตกลงทะเลไป Lara พยายามทรงตัวเพราะเธอว่ายน้ำไม่แข็งมากนัก จนขึ้นมาถึงฝั่งได้สำเร็จ ในขณะที่สติกำลังเลือนลาง เธอได้ยินเสียงเพื่อนๆดังมาจากบนเกาะ เธอพยายามร้องเรียกให้ช่วยอย่างสุดเสียง เมื่อพยายามทรงตัวขึ้นยืนจากอาการมึนงงกับเรื่องที่เกิดขึ้น เธอก็ต้องร่วงลงอีกครั้งด้วยหมัดขวาตรงเข้าที่หน้าจากชายนิรนามจนสลบไป …

 

Lara รู้สึกตัวขึ้นมาในถ้ำแห่งหนึ่งในสภาพที่ถูกแขวนห้อยหัว พยายามดิ้นไปมา (ใช้แกนอนาล็อกซ้ายดันซ้าย – ขวา ไปมา ) จนทำให้ศพใกล้ไปโดนคบไฟไหม้ลามไปที่ไม้ด้านบน ขยับซ้ายขวาต่อให้ตัวไปโดนกับไฟ จนทำให้หลุดจากเชือกตกลงมาด้านล่าง โชคยังดีที่เธอหลบพ้นเหล็กแหลมที่ตั้งอยู่ แต่มันก็เสียบเข้าสีข้างจนบาดเจ็บอยู่ดีเดินเข้าด้านในสำรวจเก็บคบไฟ (กด X – สำรวจ) เอาไปเผาทำลายแผงไม้ที่กั้นทางตรงหน้า (กด X ค้าง) ผ่านน้ำตกเข้าไปจนถึงห้องด้านในจะพบมีแผงไม้และถังน้ำมันขวางทางอยู่

 

เรียนรู้การใช้ Survival Instincts (กด LB) ทำให้สามารถมองเห็นจุดสำคัญของปริศนาที่ต้องแก้ชัดขึ้น รวมถึงสามารถใช้ดูไอเทมต่างๆที่ซ่อนอยู่ในแผนที่ได้ชัดขึ้นด้วย ซึ่ง Survival Instincts ถือว่าเป็นระบบเอาตัวรอดที่สำคัญมากที่ต้องใช้ในการเล่น …

- เข้าไปจุดคบเพลิงกับไฟด้านขวา

- ปีน (กด A – กระโดด , ปีน ) นั่งร้านขึ้นด้านซ้ายเอาคบเพลิงจุดไฟไปที่ผ้าให้มันลามไปถึงถังน้ำมันที่ขวางทางจนระเบิดเปิดทางไปต่อได้

เข้าด้านในตามถ้ำแคบๆต่อระหว่างทางจะพบชายที่บ้าคลั่งพยายามมาจับตัว ( ใช้แกนอนาล๊อกซ้ายขยับซ้าย – ขวาและกดปุ่มที่ขึ้นมาให้ทันเพื่อเอาตัวรอด ) จนสามารถผ่านเข้ามาถึงห้องต่อไปซึ่งจะพบ แผงไม้และถังน้ำมันขวางทางอยู่ทางซ้ายและจะมีน้ำตกกั้นไม่สามารถนำไฟมาจุดระเบิดได้

- ผ่านเข้าถ้ำทางขวาก่อนจะพบ กระเช้าที่ถูกมัดอยู่ ขึ้นไปจุดคบเพลิงลงมาเผาเชือกที่มัดกระเช้าออกให้หมด กระเช้าจะลอยขึ้นด้านบน

- ขึ้นไปนั่งร้านทางขวาโดดไปที่กระเช้าแล้วจะทำให้ กล่องตกลงมาใส่ช่องทางขวา

- โดดกลับมาที่นั่งร้านทางขวา จุดไฟใส่กล่องไม้ในตะแกรงเหล็ก แล้วกระแทก (กด Y) ให้กล่องไม้ที่ติดไฟไหลไปที่ถังน้ำมันในถ้ำด้านในจนระเบิดเปิดทางไปต่อได้

จากนั้นเข้าด้านในต่อ พยายามหนีเอาตัวรอดจากพวกที่มาตามล่าและถ้ำที่กำลังถล่ม ( ด้วยการกดปุ่มตามที่ขึ้นมาให้ทัน ) จนสามารถออกมาที่หน้าออกจากถ้ำได้สำเร็จ

 

 

     

 

 

เดินเลาะลงไปตามไหล่เขาของชายฝั่งทะเลจนถึงถ้ำด้านล่างด้านในจะพบซากเครื่องบินโบราณแขวนอยู่ ใช้มันเพื่อเกาะปีน ( LS + A ) ข้ามมาที่ทางออกของถ้ำอีกฝั่ง เลาะริมหน้าผาไปจนพบกำแพงอิฐ วิ่งไต่กำแพง ( กด A ระหว่างวิ่งกระโดดขึ้นกำแพง) แล้วขึ้นไปบนเนินดินจะพบกระเป๋าของ Sam ซึ่ง Lara จะเก็บ กล้องวีดีโอ , ไม้ขีด และ วิทยุสื่อสาร มาใช้ จากนั้นเลาะลงล่างไปจนถึงหน้าผาที่เป็นแค้มป์เก่า Lara จะพยายามจุดไฟด้วยไม้ขีดด้ามอันเดียวที่เหลืออยู่เพื่อใช้สร้างความอบอุ่น

 

 

ระหว่างนั้นเธอเปิดวีดีโอที่ Sam บันทึกเอาไว้ระหว่างที่อยู่บนเรือ  Samantha Nishimura หรือ Sam ชื่อเล่นสั้นๆที่ Lara ใช้เรียกเพื่อนซี้ของเธอ Sam เดินทางมาในฐานะฝ่ายบันทึกภาพในการทำสารคดีชิ้นนี้ โดยเพราะแม่ที่เป็นคนโบตุเกส และ พ่อเป็นคนญี่ปุ่น ทำให้เธอชำนาญทางของทะเลญี่ปุ่นอยู่พอสมควร ในขณะที่ Lara นั้นเป็นฝ่ายข้อมูลในการค้นหาสมบัติโบราณของเจ้าหญิงโบราณของญี่ปุ่น ซึ่ง Lara นั้นมักจะมีปากเสียงกับ Dr. James Whitman เจ้าของรายการสารคดีด้านโบราณคดีชื่อดังอย่าง " Whitman's World " เป็นประจำในเรื่องตำแหน่งของสมบัติโบราณ ซึ่ง Dr. Whitman นั้นตามหาตามทฤษฎี แต่ Lara นั้นใช้ สัญชาติญาณ ในการค้นหา แต่ทุกคนรวมทั้ง กัปตัน Conrad Roth ที่เป็นคนสนิทของพ่อและแม่ของ Lara เองก็มักจะเห็นด้วยกับสัญชาติญาณของเธอจนทำให้ Dr. Whitman ต้องหยุดพูดไปทุกครั้ง ถึงแม้เส้นทางที่ Lara เลือกที่จะไปนั่นคือเส่นทางมรณะกลางทะเลที่เรียกกันว่า สามเหลี่ยมปากมังกร ก็ตาม และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ Lara รู้สึกผิดที่นำพาทุกคนให้มาเจอโชคร้ายแบบนี้ …

 

ออกจากแค้มป์แล้วเข้าในป่าต่อ เป้าหมายคือหาอาหารประทังชีวิต จนเข้ามาเห็นศพที่ตายแขวนอยู่บนต้นไม้พร้อมกับธนู Lara คิดจะเอาธนูมาใช้ในการป้องกันตัวและล่าสัตว์เธอจึงปีนขึ้นไปบนบ้านร้างโดดไปถึงต้นไม้และดันเอาศพตกลงมาเก็บเอาธนูมาใช้จนได้

 

การใช้ธนู

LT + RT - เล็งยิงธนู

LS แกนอนาล็อกซ้าย – สลับข้างยิง

RS แกนอนาล็อกขวา – ซูมยิง

จากนั้นก็มองหากวางหรือกระต่ายที่อยู่แถวๆนี้แล้วจัดการล่ามาให้ได้ 1 ตัว Lara จำใจต้องลงมือชำแหละเอาเนื้อมากินประทังชีวิตทั้งๆที่สงสารและไม่เคยทำมาก่อน จากนั้นมุ่งหน้ากลับไปที่แค้มป์ที่ผ่านมาเพื่อพักผ่อนซึ่งจะทำให้ที่นี่กลายเป็น Base Camp แรกของเกมทันที

 

 Base Camp – เป็นที่สำหรับพักผ่อน เซฟเกม (แบบ Auto Save) และสำหรับ Upgrade Skill ความสามารถด้านต่างของ Lara โดยใช้ Skill Point ที่ได้มาจากการกระทำต่างๆทั้งการแก้ปริศนาสำเร็จ การกำจัดศัตรูรวมถึงการล่าสัตว์ด้วย ซึ่ง Upgrade Skill ที่สามารถทำได้ตอนนี้คือ

 

Survivor Class:

Animal Instincts - เมื่อใช้ Survival Instincts (กด LB) จะทำให้เห็นสัตว์ที่จะล่า, ศัตรู และไอเทมในแผนที่ชัดเจนขึ้น (เป็นสีเหลือง)

Survivalist - ทำให้สามารถค้นพบสัตว์และไอเทมพิเศษมากขึ้น

Advanced Salvaging - ทำให้สามารถค้นพบกล่องไอเทมพิเศษ (salvage ) ได้มากขึ้น

Bone Collector - ทำให้สามารถค้นพบซากสัตว์ที่เป็นวัตถุดิบพิเศษได้มากขึ้น

Arrow Retrieval - ทำให้สามารถเก็บธนูที่ยิงไปจากศพศัตรูกลับมาใช้ได้

Scavenging - ทำให้สามารถเก็บกระสุนจากศพศัตรูได้มากขึ้น

Climber's Agility – ทำให้มีแรงในการปีนป่ายมากขึ้นและลดการบาดเจ็บจากการตกจากที่สูง

Orienteering - ทำให้ค้นหาสิ่งที่ซ่อนอยู่ในฉากแผนที่ได้มากขึ้น

Cartography - ทางเข้าซากโบราณทุกแห่งจะแสดงขึ้นมาในแผนที่ให้เห็นทั้งหมด

 

Hunter Class:

Steady Shot - ทำให้เป้าในการยิงธนูโฟกัสไปที่เป้าหมายได้เร็วกว่าเดิม

Ammo Capacity - เพิ่มจำนวนการเก็บกระสุนให้เพิ่มมากขึ้น

Heavy Lifter - เพิ่มจำนวนการแบกสำภาระทุกอย่างให้มากขึ้น

Accomplished Killer - เมื่อจัดการศัตรูด้วยลูกเล่นแปลกๆ (ยิงหัว ) จะได้ค่าประสบการ์ณมากขึ้น

Bow Expert - ทำให้สามารถใช้ท่าสังหารโดยใช้ลูกธนูปักศัตรูในระยะใกล้ได้ และปลดล็อก headshot reticleด้วย

Pistol Expert - ทำให้สามารถใช้ท่าสังหารโดยการยิงปืนในระยะใกล้ได้ และปลดล็อก headshot reticleด้วย

Rifle Expert - ทำให้สามารถใช้ปืน Rifle สังหารศัตรูในระยะใกล้ได้รุนแรงและเร็วมากขึ้น

Shotgun Expert - ทำให้สามารถใช้ปืน Shotgun สังหารศัตรูในระยะใกล้ได้รุนแรงและเร็วมากขึ้น

 

หลังจากอัพความสามารถตาม Skill Point ที่มีตามใจชอบแล้ว Lara จะได้ยินเสียงกัปตัน Roth ติดต่อมาทางวิทยุสื่อสารทำให้ทั้งคู่ดีใจมากที่ทั้ง 2 ฝ่ายยังปลอดภัย กัปตัน Roth จะบอกให้ Lara ระวังตัวและรีบเดินทางมาที่ Coastal forest โดยด่วน จากนั้นออกจากแค้มป์แล้วเดินไปจนถึงซากบ้านร้างที่ตอนนี้ Lara จะพบว่าประตูมันเปิดออกและมีเสียงเพลงสวดดังแว่วมาเรื่อยๆ ตามเสียงเข้าไปในบ้านจนพบทางลงชั้นใต้ดิน โดดลงไปจะพบภาพวาดโบราณมากมาย เข้าไปในสุสานโบราณซึ่งจะเริ่มมี Relics ชิ้นแรกให้เก็บสะสมด้วย ใช้คบเพลิงเผาเปิดทางเข้าห้องด้านใน Lara จะเก็บขวานโบราณได้ ซึ่งจะสามารถใช้มันงัดประตูทางออกอีกฝั่งออกไปได้ ( ขวานจะสามารถงัดของเล็กได้เท่านั้น ) เมื่อปีนออกมาที่ทางออก ขึ้นไปตามทางบนเนินจะพบกับ Sam และชายแปลกหน้าคนนึงที่อยู่กับเธอซึ่งมันแนะนำตัวว่าชื่อ Madsius

 ซึ่ง Sam เชื่อใจว่าเขาเป็นคนในพื้นที่แถมยังเล่าประวัติเรื่องเล่าเกี่ยวกับเจ้าหญิงญี่ปุ่นกับพลังวิญาณของเธอไปเรื่อยจน Lara เผลอหลับไป ..เมื่อตื่นขึ้นอีกครั้งจะพบ Madsius และ Sam หายไปหมดแล้ว ขณะที่กำลังออกตามหา Lara ก็โชคร้ายโดนกับดักสัตว์จนขยับไม่ได้เข้าไป ในขณะที่ฝูงหมาป่าที่หิวโหยมากมายกำลังเข้ามารุมทึ้งเธอ พยายามใช้ธนูจัดการหมาป่าที่บุกเข้ามาให้หมด แล้วซักพัก Reyes และ คนที่รอดชีวิตบนเรือทุกคนจะตามมาพบและช่วย Lara เอาไว้ได้ ทั้งหมดจะปรึกษากันโดยจะแยกกันไปตามหา กัปตัน Roth และ Sam ที่หายไปกันก่อน โดย Lara จะแยกมากับ Dr. Whitman เพื่อออกตามหา กัปตัน Roth…

 

หลังจากที่ Lara พักผ่อนที่แค้มป์จนหายเหนื่อยแล้ว ก็เดินไปหา Dr. Whitman ได้เลย ระหว่างทางจะพบฝูงหมาป่าเข้ามาโจมตีตลอดทาง [ ใช้ท่าหลบ LS + B ] จัดการมันให้หมดผ่าน Day Camp :The Gate ทางขวาไปแล้วจะพบ Dr. Whitman ที่หน้าทางเข้าวิหารโบราณซึ่งเมื่อทั้งคู่สำรวจจนพบแกนหมุนในการเปิดประตูแล้วแต่ Lara จะพบว่าแกนหมุนอีกอันมันหักและขวานที่มีอยู่ก็งัดไม่ขึ้นเพราะมันเล็กเกินไปอีก จากนั้นเดินกลับมาที่ Day Camp :The Gate แล้วจะมีเมนู Salvage ขึ้นมาใหม่

 

Salvage คือเมนูสำหรับอัพเกรดอาวุธต่างๆที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพดีขึ้นโดยใช้ Point วัตถุดิบที่ได้จากการค้นหาตามลังและกล่องต่างๆนั่นเอง สามารถอัพเกรดเพิ่มความรุนแรง เพิ่มความแม่นยำ เพิ่มจำนวนกระสุน และติดตั้งอุปกรณืเสริมต่างๆได้ ซึ่งอาวุธแต่ละชนิดยังสามารถเปลี่ยนรูปทรงได้ด้วย ทั้งจากตามเหตุการ์ณในเนื้อเรื่องและจากการเก็บชิ้นส่วนของอาวุธที่ได้จากศัตรูประเภท บอส หรือ ตามกล่องที่หายากต่างๆมาให้ครบแล้วก็จะสามารถทำให้อาวุธชิ้นนั้นๆเปลี่ยนประเภทและเพิ่มประสิทธิภาพไปอีกได้

จากนั้นก็ทำการอัพเกรดขวานให้แข็งแกร่งขึ้นด้วยราคา 50 Point แล้วกลับไปหา Dr. Whitman ที่หน้าทางเข้าวิหาร ก็จะสามารถหมุนแกนคันโยกเปิดประตูได้แล้ว และจากนี้ขวานก็จะสามารถงัดกล่องไอเทมใหญ่ๆที่เคยงัดไม่ออกให้เปิดออกได้แล้ว

 

Mountain Temple..Lara และ Dr. Whitman เข้ามาจนถึงด้านในวิหารโบราณที่เต็มไปด้วยเทวรูปและภาพสลักโบราณมากมาย ขณะทั้งคู่กำลังดื่มด่ำกับความลึกลับของที่นี่ ด้านในก็จะพบกับกองกำลังติดอาวุธที่อยู่ที่นี่ เท่าที่ Lara ได้ฟังเสียงการสนทนาของพวกมันรู้มันทีว่าเป็นคนรัสเซีย พวกมันมาล้อมพร้อมด้วยอาวุธครบมือ Lara เธอพยายามจะขัดขืนและต่อสู้ แต่ Dr. Whitman กลับยอมวางปืนแต่โดยดีทำให้พวกมันเข้ามาจับตัวทั้งคู่ได้ พวกรัสเซียพยายามจะฆ่า Dr. Whitman ทำให้ Lara หาจังหวะนี้ออกมาได้ ขณะที่พวกมันออกตามหา ใช้ความมืดอำพรางตัวหลบพวกมันไปเรื่อยๆโดยเป้าหมายคือขึ้นเนินไปที่ซากอาคารด้านบน ถึงแม้ Lara จะเข้าไปแอบอย่างปลอดภัยแล้วแต่พวกรัสเซียคนนึงก็ตามมาจนเจอ มันพยายามจะยิง Lara จนเกินการแย่งปืนไปมากันขึ้นสุดท้ายปืนก็ถูกยิงออกมาโดยพวกรัสเซียเป็นฝ่ายล้มจมกองเลือดไป ทำเอา Lara ที่ไม่เคยฆ่าคนมาเลยในชีวิตต้องพยายามตั้งสติกับอาการตกใจของเธอเองอย่างที่สุด ทหารรับจ้างรัสเซียผู้โชคดีคนนี้อาจะไม่รู้เลยว่าเขาได้ถุกบันทึกว่า เขาเป็นเหยื่อรายแรกจากฝีมือของ Lara Croft ไปแล้ว

จากนั้นเก็บปืนสั้นมาใช้ ( เรียกใช้โดยการกดปุ่มทิศทางลงล่าง ) จากนั้นก็เข้าไปด้านในต่อเก็บกระสุนมาใช้แล้วจัดการพวกรัสเซียที่เจอให้หมด ลุยไปตามซากบ้านที่กำลังไฟไหม้จนถึงด้านบน ..

Base Camp : Mountain Temple ซึ่งตอนนี้จะสามารถใช้เมนู Fast Travel ( การเดินทางไปมาระหว่างจุด Base Camp ต่างๆ ) ได้แล้ว

จากนั้นมุดเข้าไปตาทมซากบ้านที่ไฟไหม้จะพบพวกรัสเซียมากมายด้านใน เรียนรู้ระบบ Stealth Kill การลอบฆ่าจากด้านหลัง ( Y ) ( X )

พยายามลอบฆ่าให้มากที่สุดเพราะที่จะเป็นที่แคบและพวกรัสเซียจะมีระเบิดเพลิงที่ร้ายกาจอยู่ด้วยซึ่งจะทำให้ไฟไหม้พื้นที่อย่างรวดเร็วจนไม่มีที่ยืน พยายามจัดการพวกมันให้หมดแล้วข้ามสะพานแขวนโดดเข้าไปด้านในต่อจนถึงหน้าหมู่บ้าน Plateau ก็จะพบ กัปตัน Roth กำลังสู้กับพวกหมาป่าอยู่ หลังจากเขาจัดการมันหมดแล้ว Lara จะรีบเข้าไปช่วยจะพบว่าเขาบาดเจ็บ ซึ่งก่อนที่จะเดินทางต่อเขาจะให้ Lara ไปเอากล่องพยาบาลที่หมาป่าขโมยไปที่ถ้ำของมันให้ก่อน ไม่ทันขาดคำกัปตัน Roth ก็ล้มสลบลงไป ทำให้ Lara ทำอะไรไม่ถูกจนต้องลากเขาไปนอนที่ Base Camp : Village Plateau ก่อน ส่วนเธอก็รวบรวมความกล้าที่ต้องลุยเข้าไปที่ถ้ำของพวกหมาป่าต่อ จากนั้นเดินเข้าไปที่บ้านร้างในจุดเป้าหมายขึ้นไปชั้นบนสุดแล้วมองที่เสาโคมไฟทางมุมซ้ายจะสามารถโดดโหนไปที่ซากเครื่องบินจนปีนขึ้นไปจนถึงถ้ำด้านบนได้ จุดไฟแล้วเข้าไปตามทางที่มืดมิดในถ้ำจนถึงด้านในก็จะพบกล่องพยาบาล เก็บแล้วกลับออกมาจัดการกับหมาป่าที่ออกมาแล้ว นำกลับไปทำการรักษาให้ กัปตัน Roth ที่แค้มป์จนเขาหายดีและได้สติคืนมา

 

กัปตัน Roth จะทั้งแปลกใจและดีใจที่ลูกคุณหนูอย่าง Lara สามารถทำอะไรได้มากมายกว่าที่เขาคิดแถมยังช่วยชีวิตเขาไว้อีกด้วย ซึ่งพ่อแม่ของ Lara ต้องภูมิใจแน่นอน Roth จะบอกให้ Lara ปีนขึ้นไปที่หอคอยสื่อสารบนยอดเขาเพื่อส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือจากพวกหน่วยกู้ภัย โดยเขาจะให้ขวานสำหรับปีนเขากับเธอมา พร้อมกับให้กำลังใจกับ Lara ที่กำลังถอดใจที่ต้องลุยปีนภุเขาสูงต่ออีกครั้ง เมื่อได้ขวานปีนเขามาแล้ว ตอนนี้จะสามารถกด X ที่ภูเขาที่สามารถปีนได้ใช้ Survival Instincts (กด LB) ดูจะเห็นเป็นสีชัดขึ้นมา จากนั้นไปที่เป้าหมายแล้วปีนขึ้นไปด้านบนเรื่อยๆจนถึงด้านบนที่สะพานข้ามน้ำตก ทางมองทางขวาของสะพานจะพบถ้ำเล็กที่สามารถโดดเข้าไปได้นั่นคือ ถ้ำลับ หรือ Optional Tomb นั่นเอง ซึ่งถ้ำลับเหล่านี้จะซ่อนอยู่ตามสถาณที่ต่างๆที่ต้องตาดีๆมองหากันเอาเอง ไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องแต่จะได้ Upgrade Point จำนวนมากเป็นค่าตอบแทน

 

- Optional Tomb -

เมื่อเข้ามาด้านในจนถึงห้องโถงจะพบกระเช้าที่มีถึง 4 อันมัดอยู่ กระแทก (Y) ตะแกรงทางขวาให้กระเช้าลอยสูงขึ้นแล้วรีบโดดเกาะเพื่อโหนไปอีกฝั่ง จุดไฟแล้วโหนกลับมาที่กระเช้าเผาทำลายถุงทั้ง 4 ออกให้หมดแล้วโดดกลับมา กระแทก (Y) ตะแกรงทางขวาอีกครั้ง กระเช้าจะขึ้นสูงสุด รีบโดดเกาะและโดดต่อไปเกาะที่พนังหินปีนขึ้นด้านบนก็จะพบหีบสมบัติด้านใน ซึ่งก็จะได้ Upgrade Point จำนวนมากคุ้มค่าเหนื่อยๆ

 

 

 

จากนั้นย้อนกลับออกมาที่สะพานปีนเขาขึ้นด้านบนต่อจัดการศัตรูที่หมู่บ้านด้านบนให้หมดแล้วโหนสลิงมาที่หน้าถ้ำด้านล่างรีบจัดการศัตรูให้หมดแล้วเข้าถ้ำทะลุออกไปฝั่งตรงข้ามจะพบ Base Camp Broken Tunnel ขณะพักเหนื่อย Lara จะดูวีดีโอที่ Sam บันทึกไว้อีกครั้ง ในวีดีโอบอกให้รู้ถึงความสัมพันธ์ของผู้คนบนเรือมากมายทั้ง Alex Weiss ที่เป็นโปรแกรมเมอร์ประจำทีม Joslin Reyes หญิงแกร่งอดีตแก็งค์สเตอร์สาวจากนิวยอร์กที่ดูเหมือนจะใช้เวลาว่างสร้างความสัมพันธ์พิเศษกับ กัปตัน Roth อยู่ตลอด รวมทั้งภาพการให้กำลังจากจาก กัปตัน Roth ถึง Lara Croft เพื่อให้เธอก้าวต่อไปด้วยความมั่นใจอีกด้วย

ดูจบแล้วเดินทางต่อ จนถึงซากอาคารด้านหน้าของหอคอยสื่อสาร จัดการศัตรูให้หมดแล้วปีนขึ้นด้านบนโหนสลิงเข้าไปที่ตึกส่วนในต่อ ที่หน้าทางเข้ากำจัดศัตรูที่ออกมาให้หมดแล้วเข้าไปด้านในต่อ เข้าไปในอาคารจนถึงห้องรมแก็ส ปีนเข้าไปทางช่องด้านบนเปิดวาล์วแก็สทางขวาแล้วศัตรูจะเริ่มออกมา รีบปีนกลับออกมาแล้วใช้ตะเกียงที่มีมากมายในห้องขว้างเข้าไปในช่องด้านบนจะทำให้เกิดการระบบทำให้ศัตรูตายจนหมดและทางก็ถูกเปิดให้ไปต่อได้แล้ว เข้าไปเก็บปืนกล Submachine Gun จากทหารแล้วใช้มันส่งเจ้าของไปสวรรค์ต่อได้เลย

 ( Submachine Gun เรียกใช้โดยการกดปุ่มทิศทางไปทางขวา ) เข้าไปจนถึงห้องควบคุมจะพบว่ามันพังหมดแล้ว Lara จึงติดต่อไปยัง Alex Weiss เพื่อนเซียนคอมของเธอ ซึ่ง Alex จะบอกว่าให้เอาเครื่องส่งไปติดไว้บนยอดเสาวิทยุเลย จากนั้นมุดผ่านท่อไอน้ำออกไปด้านนอกจะพบว่าเป็นพื้นที่มีหิมะตกจนหนาทึบและเสาวิทยุที่ตั้งตะหง่านอยู่บนเขาซึ่งเป็นที่ที่ Lara ต้องปีนขึ้นไปแม้ไม่เต็มใจก็ตาม เข้ามาจะพบ Day Camp : Bridge Overlook ซึ่งถึงตรงนี้จะมีเมนูอัพเกรดใหม่ขึ้นมาอีกคือ BRAWLER UPGRADE skill สายต่อสู้ระยะประชิดที่จำเป็นต่อการเอาตัวรอดของ Lara ที่สุด (เพราะที่ผ่านมาเธอไม่สามารถสู้ในระยะประชิดได้เลย )

 

Brawler Class:

Pain Tolerance - เพิ่มความทนทานในการต่อสู้และทำให้พลังชีวิตพื้นตัวเร็วขึ้น

Dirty Tricks - กด B และ Y จะเป็นการใช้ฝุ่นขว้างใส่ศัตรูทำให้มันเสียจังหวะเพื่อหลบหนีหรือโจมตีต่อได้

Axe Strikes - กด Y 2 ครั้งจะทำให้ใช้ขวานต่อสู้ในระยะประชิดได้ทำให้ศัตรูมึนงงไประยะนึง

Axe Expert - กด Y ในจังหวะสวนกลับแบบระยะประชิดจะสามารถใช้ขวานปีนเขาอัดหนักกับศัตรูได้

Dodge Counter  - กด B และ Y จะเป็นการใช้หัวธนูเสียบใส่ศัตรูในจังหวะระยะประชิดได้

Dodge Kill - กด B และ Y จะเป็นการจัดการศัตรูในจังหวะระยะประชิดได้รุนแรงขึ้น.

Dodge Kill Mastery - กด B และ Y จะเป็นการจัดการศัตรูในจังหวะระยะประชิดให้ตายภายในครั้งเดียว

จากนั้นโหนเกาะซากสะพานข้ามไปฝั่งตรงข้ามจนถึงหน้าตึกควบคุมด้านใน จัดการศัตรูที่ออกมาให้หมดปิดท้ายด้วยทหารที่ใช้โล่ขนาดใหญ่ ซึ่งต้องใช้การวิ่งหลบ ( LS + B ) ในการทำให้มันเปิดโล่ออกแล้วถึงยิงสวนเข้าไปได้ จัดการแล้วเก็บชิ้นส่วนธนูจากตัวมันมาด้วยแล้วเข้าไปด้านในต่อจนถึงชั้นบนจะพบ Base Camp : Radio Tower ซึ่งจากนี้ Lara ต้องปีนขึ้นไปตามเสาวิทยุบนยอดอาคารจนถึงด้านบนสุด

เธอจะเอาเครื่องส่งสัญญาณใส่เพื่อส่งวิทยุขอความช่วยเหลือออกไป ( ใช้แกนอนาล็อกปรับสัญญาณจนกว่าจะเจอคลื่นที่ชัดเจน ) หลังจากลุ่นจนสุดตัวว่าจะมีใครได้รับสัญญาณหรือไม่ ปลายทางก็ตอบกลับมา Lara รีบบอกตำแหน่งให้ส่งหน่วยกู้ภัยมารับทุกคนออกจากเกาะนี้ทันที ท่ามกลางการโห่ร้องยินดีจาก Alex เพื่อนของเธอที่ถึงกับยกย่อง Lara เป็นฮีโร่กันเลย จากนั้นโหนสลิงกลับลงมาด้านล่าง Lara จะพยายามระเบิดถึงน้ำมันเพื่อบอกจุดหมายให้รู้ เข้าไปในอาคารทางขวาเก็บหินไฟมาก่อน จากนี้เมื่อกด X ค้างแล้วจะสามารถจุดไฟได้ทุกที่ได้เลย แล้วออกมาเปิดวาล์วน้ำมัน แล้วจุดไฟให้มันระเบิดขึ้นมา จากนั้นจะเริ่มเห็นเครื่องบินกู้ภัยกำลังร่อนลงจอดแต่กลับมีเมฆพายุประหลาดที่จู่ๆก็เข้ามาก่อกวนทำให้เครื่องบินเสียหายจนต้องร่อนลง นักบิน 2 นายโดร่มหนีเหลือแต่เครื่องบินที่ล่อนลงมาหา Lara แบบเต็มๆ พยายามวิ่งหลบหนีซากเครื่องบินที่ตกมาใส่ให้พ้น

เมื่อปลอดภัยดีแล้วเธอจึงรีบเข้าไปหานักบินที่โดดร่มลงมาที่จุดใกล้สุดก่อน แต่พอไปถึงพวกศัตรูจะออกมาและฆ่านักบินทิ้งก่อนที่จะลุยเข้ามาหา Lara ต่อ จัดการพวกมันให้หมด แล้วโดดข้ามเข้ามาด้านใน กัปตัน Roth จะติดต่อกลับมาซึ่ง Lara ก็จำต้องบอกข่าวร้ายกลับไปว่าเครื่องบินกู้ภัยไม่มีมาแล้ว จากนั้นเข้าพักที่ Base Camp : Cliffside Vista ก่อน..

จากนั้นเข้าไปต่อจนถึงหมู่บ้าน Lara จะโดนกับดักซึ่งต้องห้อยหัวยิงศัตรูที่เข้ามาให้หมดเมื่อทิ้งตัวลงมาแล้ว Lara จะนำเชือกและธนูมาประกอบกันเป็นธนูเชือกขึ้นมา ซึ่งทำให้ธนูที่ใช้อยู่มีความสามารถใหม่ขึ้นมาคือ Rope Arrows โดยการกด RB ในขณะเล็งยิงธนูจะทำให้สามารถยิงธนูเชือกออกไปได้ ซึ่งมันจะสามารถใช้กับสิ่งของต่างๆที่มีเชือกสีขาวๆพันเอาไว้ จะทำให้สามารถดึงให้มันพังลงมาได้ รวมถึงยิงไปที่ศัตรุก็จะเป็นการดึงให้เสียจังหวะได้ด้วย จัดการศัตรูที่บุกเข้ามาด้วยธนูเชือกให้หมด แล้วเข้าไปด้านในต่อจนถึงสะพานขาด เรียนรู้การทำสะพานเชือก โดยยิงธนูเชือกไปที่สิ่งของที่มีเชือกมัดอยู่โดยเมื่อยืนอยู่ใกล้ๆเสาจะสามารถเอาเชือกมัดกับเสาจนทำเป็นสะพานเชือกข้ามไปที่ต่างๆได้ ใช้ธนูเชือกดึงประตูถ้ำให้เปิดออกแล้วเข้าผ่านไปด้านในจะพบ กัปตัน Rothรออยู่ที่หน้าหมู่บ้านเชิงเขา ที่ Base Camp Village Overlook

ขณะนั้นนักบินอีกคนที่ยังรอดชีวิตจะติดต่อมาเพื่อขอความช่วยเหลือ ซึ่งจะพบสัญญาณควันอยู่ไม่ไกลจากนี้ แต่ กัปตัน Roth จะบอกให้ Lara กลับไปรวมกับพวกเพื่อนเพื่อออกตามหา Sam แล้วออกจากเกาะนี้ให้เร็วที่สุดจะดีกว่า เขายังสอนให้ Lara รู้ถึงคำว่าสิ่งสำคัญกับบางสิ่งที่ต้องยอมปล่อยไป เพราะเราไม่สามารถช่วยคนทุกคนได้ แต่ Lara จะบอกว่าเธอเข้าใจเรื่องนั้นดี แต่จะให้หันหลังปล่อยให้คนที่พอจะช่วยได้ต้องตายเธอคงทำไม่ได้ Lara จึงเข้าไปด้านในต่อเพื่อช่วยนักบินทันที จากนั้นใช้สะพานเชือกทำทางไต่เข้าไปจนถึงจุดที่มีสัญญาณไฟของนักบิน แต่จะไม่พบนักบินอยู่แล้ว เธอจึงต้องตามรอยเข้าไปในถ้ำต่อ เข้าพักที่ Base Camp: Arid Canyon (ซึ่งถ้าเก็บชิ้นส่วนของธนูจากบอสและที่ต่างๆที่ผ่านมาจนครบก็จะสามารถอัพเกรดธนูเป็น Recursive Bow ได้ด้วย)  เข้าด้านในต่อจนถึงหน้าวิหาร CHASM TEMPLE ที่มีลมพัดอย่างรุนแรงรอบๆ จะพบนักบินอยู่อีกฝั่งของสะพาน แต่พอข้ามไปหาพวกคนเถื่อนจะออกมาพร้อมกับหัวหน้าของมัน ยังไม่ได้รู้ชื่อเสียงเรียงนามมันก็ส่งลูกน้องมาจับตัว Lara เอาไว้จนได้ซะแล้ว

Lara ถูกจับไปมัดแขวนในห้องขับที่เต็มไปด้วยศพ พยายามดิ้นจนหลุดออกมาให้ได้แล้วหลบเขาไปในโพรงด้านในซึ่งจะพบกับชายร่างใหญ่ที่สวมชุดเกราะหนักที่ดูหน้ากลัวเดินเข้ามา มุดหนีเข้ามาด้านในต่อ เก็บปืน Shotgun จากศพข้างทางมาใช้ แล้วเข้าไปต่อจนถึงสุสานโบราณ ซึ่งเมื่อ Lara ลองสำรวจดูแล้วเธอจึงมั่นใจว่าเป็นสุสานของ Himiko เจ้าหญิงญี่ปุ่นในตำนานแน่นอน ในขณะที่ Lara กำลังเพลิดเพลินกับปริศนาในห้องพวกศัตรูมากมายก็บุกเข้ามา ทดลองใช้ Shotgun กับพวกมันได้เลย จัดการให้หมด แล้วใช้ธนูเชือกดึงระฆังเล็กให้เหวี่ยงไปกระแทกประตูให้พังแล้วหนีเข้าไปด้านในต่อจนถึง Base camp : Sheltered AL COVE พักผ่านแล้ว เดินทางต่อ ใช้ Shotgun ยิงทำลายแผ่นไม้เข้าไปด้านในต่อจนออกมาด้านนอก Lara ต้องเดินเลาะพนังฝ่าลมแรงเข้าไปจนถึงหน้าต่างห้องด้านซึ่งจะเป็นห้องโถงใหญ่ที่มีระฆังใหญ่อยู่กลางห้อง จัดการศัตรูที่ออกมาให้หมดก่อน

-  ขึ้นไปชั้นบน เปิดหน้าต่างซ้ายแล้วลมจะพัดเข้ามาทำให้ระฆังเล็กปลิวลอยสูงขึ้น จากนั้นก้ใช้ธนูเชือกดึงกลับมาให้เกิดแรงเหวี่ยงให้ลมพัดไปกระแทกของระฆังใหญ่กลางห้องเสาด้านขวาจนพัง

-  จากนั้นก็เปิดหน้าต่างขวาแล้วดึงระฆังไปกระแทกเสาทางซ้ายจนพัง

- จากนั้นเปิด 2 หน้าต่างเลยแล้วใช้ธนูเชือกดึงเหวี่ยงระฆังเล็กให้ไปกระแทกระฆังใหญ่จนตกลงไปด้านล่างทำให้พื้นเป็นโพรงใหญ่

โดดลงไปในโพรงด้านล่างจะพบเจ้ายักษ์ตามมาไล่ล่าซึ่งต้องพยายามเอาตัวรอดหนีไปตามทางที่กำลังไฟไหม้จนโดดไปเกาะที่สะพานแขวนด้านนอกได้ทัน แต่เธอก็ต้องลงมาจนถึงด้านล่างของหมู่บ้านเชิงเขาอีกที ยังไม่ทันได้พักหายเหนื่อย Sam ก็ติดต่อมาว่าเธอกำลังโดนจับมาที่ปราสาทโบราณแห่งหนึ่ง Lara จึงต้องรีบออกเดินทางไปช่วย Sam ต่อทันที  

แวะเข้าพักที่ Base camp : Mountain Descent ก่อนค่อยเดินทางต่อ ใช้ธนูเชือกทำทางเข้าด้านในจน Lara พลัดตกลงไปที่น้ำตกซึ่งต้องพยายามหลบสิ่งกีดขวางที่น้ำพัดเข้ามาให้พ้นจนเธอตกลงไปห้อยกับซากเครื่องบินโบราณ Lara พยายามหยิบร่มชูชีพก่อนที่ตัวเองจะตกลงมาแล้วใช้ร่มชูชีพร่อนไปตามป่าทึก บังคับหลบหลีกต้นไม้ต่างๆเข้าไปจนถึงด้านใน Lara จำต้องตัดเชือกร่มจนตัวเองตกลงมากระแทกพื้นจนบาดเจ็บสาหัสที่หน้าทางเข้าเมืองโบราณ SHANTY TOWN ซึ่งปราสาทญี่ปุ่นบนเนินเขานั่นคือเป้าหมายที่ Lara จะต้องหาทางขึ้นไปช่วย Sam ให้ได้

 แต่ตอนนี้สภาพเธอสะบักสะบอมบาดเจ็บอยู่ จึงต้องรีบไปหายามารักษาตัวก่อน ตอนนี้ก็ต้องลุยจัดการศัตรูด้านในให้หมดไปพร้อมๆกับร่างกายที่บาดเจ็บเคลื่อนไหวลำบากของ Lara ไปจนถึงซากเครื่องบิน ใช้ธนูเชือกดึงเปิดประตูท้ายเครื่องออก Lara จะเข้าไปหายาจากเครื่องบิน แต่พบเพียงแค่ไฟแช็กที่ศพนักบิน เธอทำได้แค่ใช้ลูกธนูกับไฟจากไฟแช็กในการห้ามเลือดและฆ่าเชื้อที่บาดแผลเท่านั้น ซึ่งก็เพียงพอที่ทำให้เธอเดินทางต่อได้แล้ว จากนั้น Lara จะใช้ธนูมารวมกับไฟแช็กจนทำให้ผสมออกมาเป็น ธนูไฟ Fire Arrows มาใช้ ( ขณะเล็งยิงธนูกดปุ่มทิศทางขึ้นบนจะเปลี่ยนเป็น ธนูไฟได้ ) จากนั้นก็ใช้ธนูไฟจัดการศัตรูมากมายที่เข้ามาจากในหมู่บ้านให้หมด และพักที่ Base Camp : Helicopter Hill ก่อนแล้วค่อยเข้าไป  หาไอเทมต่างให้หมดก่อนเข้าไปที่ประตูด้านในจะพบพวกศัตรูออกมาโจมตีอีกรอบ จัดการพวกมันให้หมดซึ่งจะมีถังน้ำมันให้ระเบิดใส่เป็นตัวช่วยได้ด้วย แล้วใช้ธนูไฟยิงเผาไม้ที่กั้นประตูออกก่อนก็จะสามารถให้ขวานงัดเปิดประตูเข้าไปด้านในได้แล้ว ..

 

เข้ามาด้านในต่อผ่าน Camp: Ancient Gate เข้าไปเก็บไอเทมด้านในให้หมด ( ซึ่งถ้าเก็บชิ้นส่วนปืน Rifle มาจนครบแล้วก็จะได้ปืน Assault Rifle มาใช้ ) เข้าไปจนพบกับ Grim ลูกเรืออีกคนที่ยังรอดชีวิตเพราะเขาแอบอยู่บนเครนมาตลอด ขณะที่ Lara กำลังปีนขึ้นไปหาพวกศัตรูก็บุกมามากมายพร้อมไดนาไมท์ที่รุนแรง พยายามจัดการมันให้หมดแล้ว Lara จะหาทางขึ้นไปหา Grim โดยใช้ธนูเชือกทำสะพานเชือกโหนขึ้นไปด้านบนเครนอีกฝั่ง เมื่อเข้ามาถึงจัดการศัตรูให้หมด แล้วจะพบว่าพวกศัตรูได้จับ Grim เป็นตัวประกันและบังคับให้ Lara ยอมแพ้ แต่ดูเหมือน Grim จะไม่ยอมเสียศักดิ์ศรี เขายอมผลักตัวเองลงไปตายกับพวกศัตรูทันทีโดยไม่ลังเล  ทำให้ Lara เสียใจมากๆ ในขณะที่กำลังโหนเชือกขึ้นไปบนเครนพวกศัตรูจะออกมาตัดเชือกจน Lara ต้องโดดไปเกาะกำแพงในขณะที่พวกมันกำลังจะยิงซ้ำ ลูกปืนปริศนาก็ยิงมาจัดการศัตรูจนหมด ซึ่งคนยิงก็คือ Roth นั่นเอง

 

หลังจากแจ้งข่าวการตายของ Grim ให้ Roth รู้แล้วขณะนั้นเฮลิคอปเตอร์กู้ภัยจะติดต่อมาว่ากำลังจะเข้าไปรับตัวทุกคนออกมา ทำให้ Lara เกิดมีความหวังขึ้นมาบ้างแล้ว จากนั้นพักผ่อนที่ Base Camp: Vista Tower แล้วโดดเกาะสะพานเข้าไปต่อ โดยต้องรอจังหวะให้ Roth ยิงศัตรูให้หมดก่อนแล้วเขาจะบอกให้ไปได้ เกาะไปจนถึงบนสะพาน จากนั้นวิ่งหลบการโจมตีของศัตรูจนมาถึงในถ้ำด้านใน Lara จะติดต่อให้ Roth ไปหาเฮลิคอปเตอร์กู้ภัยก่อนแล้วค่อยมารับ ส่วนเธอจะหาทางไปช่วยทุกคนออกมาก่อน  เข้าไปด้านในจนพบกับ Mathius เจ้าแห่งลัทธิ Sun Queen

กำลังนำตัว Sam ไปทำพิธีบูชายันญ์ให้กับราชินีฮิมิโกะที่มันพยายามจะนำพลังของนางมาใช้ควบคุมกองทัพซามูไรปีศาจ จน Lara ต้องพยายามเข้าไปช่วยแต่ด้วยคนของพวกมันเยอะกว่า Lara จึงโดยจับไปเผาบูชายันญ์พร้อมๆกับ Sam แต่ขณะที่ Mathius กำลังจะสั่งให้เผาทั้งคู่ทั้งเป็นก็เกิดมีลมพัดกระหน่ำเข้ามาทำให้ไฟดับลง ถึงแม้มันจะทำให้ทั้งคู่รอดชีวิตแต่ Mathius มันก็คิดไปไกลกว่านั้น มันคิดว่า Sam คือผู้ที่ถูกเลือกจาก Himiko จึงเปลี่ยนแผนจากบูชายันญ์เป็นจะใช้ร่างของ Sam เป็นที่รองรับวิญญาณของ Himiko เพื่อการเกิดใหม่แทน มันจึงสั่งให้จับตัวทั้งคู่ไปขังไว้ก่อน แต่ในขณะนั้น Lara ก็ฉวยโอกาศกระโดดหนีพวกมันลงไปที่แอ่งน้ำด้านล่างได้ทัน

 

พยายามลอบจากแอ่งน้ำเข้าด้านในถ้ำต่อ โดยในตอนนี้ Lara จะมีอาวุธเหลือแค่ธนูกับขวานเท่านั้นเอง ระหว่างทางจะพบกับแก็สที่เป็นควันสีเหลืองๆ หากเข้าใกล้มากมายจะบาดเจ็บถึงตายได้ แต่ก็สามารถใช้ธนุไฟยิงมันให้เกิดการระเบิดได้เช่นกัน เข้าไปจนถึง Day Camp : The Pit พักผ่อนแล้วเข้าไปด้านในต่อจนถึงห้องโถงด้านล่างของถ้ำ จัดการพสกบ้าคลั่งให้หมดแล้วเข้าไปเปิดวาล์วแก็สที่หน้าประตูด้านในแล้วยิงธนูไฟทำให้มันระเบิดเปิดทางไปต่อได้ เข้าไปด้านในจะเริ่มพบศัตรู ลอบจัดการพวกมันให้หมดแล้วเข้าไปจนถึงประตูที่กั้นทางอยู่ ขึ้นเนินไปด้านบนก่อนจะมี Base Camp : Catacombs ให้พักผ่อน จากนั้นเปิดวาล์วแก็สแล้วยิงธนูไฟให้ระเบิดจะทำให้กรงทางขวากระเด็นไปที่สุดทางของห้องก็จะสามารถใช้มันในการปีนข้ามไปด้านในต่อได้แล้ว เข้าไปด้านในจะพบพวกลัทธิ Sun Queen กำลังทำพิธีอยู่กลุ่มใหญ่จัดการยิงธนูไฟใส่แก็สที่พุ่งขึ้นมาก็ระเบิดตายทั้งกลุ่มได้แล้ว จากนั้นเข้าด้านในจะพบประตูทางขวาที่ปิดอยู่

- ใช้ธนูเชือกดึงโคมไฟเหล็กให้มาทางขวาหน้าประตู

- เข้าไปเปิดวาล์วทางซ้ายแล้วยิงธนูไฟให้ระเบิด

- แรงระเบิดทำให้ โคมไฟเหล็ก กระเด็นไปกระแทกประตูจนพังได้

จากนั้นจะเกิดการระเบิดอย่างต่อเนื่องจน Lara ต้องรีบวิ่งหนีเข้าด้านในให้ทัน เข้ามาจนถึงห้องที่พวก Alex , Jonah และ Reyes โดนขังอยู่ จัดการศัตรูที่เฝ้าอยู่ให้หมด ทุกคนจะแสดงความดีใจที่ Lara ตามมาช่วยพวกเขา

สิ่งที่ต้องทำก็คือหาทางทำลายแท่นด้านล่างของกรงขังเพื่อให้มันพังลงมาเพื่อให้ทุกคนหลุดออกมา

- เข้าไปด้านในเปิดวาล์วแก็สยิงธนูไฟให้ระเบิดจะทำลายฐานของกรงขังอันแรกได้

- ปีนขึ้นชั้นบนโดดไปตามแผ่นเหล็กไปด้านบนของกรงขัง ยิงธนูไฟใส่แก็สสีเหลืองทางซ้ายให้กระถางกระเด็นมาทางขวา แล้วรีบยิงไปที่จุดแก็สทางขวาต่อให้กระถางกระเด็นต่อเนื่องไปทำลายฐานของกรงขังอันที่ 2 ออก แรงระเบิดทำให้ Lara กระเด็นตกลงไปแต่โชคดีที่ Jonah ช่วยไว้ได้ทัน

 

- จากนั้นโดดไปฝ้งตรงข้ามต่อจะพบวาล์วแก็ส 2 อัน เปิดแก็สทั้ง 2 อันแล้วมันยืนเยื้องทางขวาแล้วยิงธนูไฟเพื่อให้ทั้ง 2 วาล์วระเบิดพร้อมๆกัน

- แรงระเบิดจะทำให้กรงขังกระเด็นไปด้านบนและเพื่อนๆทุกคนก็จะเป็นอิสระ

 

หลังจากช่วยทุกคนออกมาได้แล้ว Lara จะบอกให้ทุกคนหนีออกไปก่อนส่วนเธอจะหาทางออกเอง จากนั้นก็พยายามวิ่งหนีไฟไหม้ออกมาตามทางจน Lara ไปพบบันทึกถึงแผนการต่างๆของ Mathius พร้อมแผนที่ Lara จึงเก็บมาด้วย แล้ววิ่งหนีไฟต่อจนเข้าไปพบ Dr.Whitman ที่หายไปนานแต่กลับมาอยู่ที่นี่อย่างปลอดภัยด้วย Lara เริ่มสงสัยบางอย่างในตัวเขาแต่ก็ไมีเวลาพอที่จะสนใจตอนนี้ ก่อนที่ Dr.Whitman จะขอแยกไปเก็บหลักฐานบางอย่างก่อน เข้าไปจนถึงห้องด้านในจะพบ Mathius ที่กำลังโน้มน้าวให้ Sam ให้เชื่อว่าเธอมีสายเลือดที่ถูกเลือก และให้ยอมร่วมมือกับเขาในการใช้ร่างของธอในการให้กำเนิดใหม่ของราชินี Himiko อีกครั้ง เมื่อทหารมารายงานว่า Lara หนีออกไปได้ มันจึงออกจากห้องไป จังหวะนั้น Lara จึงเข้าไปจัดการยามที่เฝ้าอยู่เพื่อช่วย Sam ออกมา เก็บอาวุธทั้งหมดกลับมาจากศพทหาร ขณะที่กำลังจะพบ Sam หนี Mathius ที่เดินกลับเข้ามาในห้องพร้อมกับ Dr.Whitman ที่อ้างว่าเขาโดนจับอีกแล้ว พวกศัตรูมากมายก็บุกเข้ามาทันที จัดการศัตรูเกราะหนักทั้งหมดที่เข้ามา เก็บชิ้นส่วนปืน Shot gun ของมันมาด้วยแล้วลุยพวกศัตรูเข้าไปด้านในจนออกมาที่ลานกว้างจะพบกับป้อมปืนกลของศัตรูยิงถล่มเข้ามา พยายามหลบตามที่กำบังเพื่อไปปีนพนังฝั่งซ้ายแล้วโหนสลิงเข้าไปอักทหารปืนกลซะ แต่ Lara ก็ต้องตกลงไปที่พื้นล่างซึ่งกำลังจะเป็นเป้านิ่งให้ปืนกล แต่เธอก็เก็บปืนยิงลูกระเบิดถวนั้นยิงถล่มจนทหารแหลกละเอียดไปพร้อมป้อมปืนกล จากนั้น Lara จะเอาไปติดตั้งกับปืน Rifle ก็จะได้ปืน Granage  Launcher  มาใช้ (กด RB ) แล้วใช้มันยิงถล่มเปิดประตูเข้าด้านในต่อเข้าไปกำจัดศัตรูที่เข้ามาให้หมด ด้านในจะมี Base Camp : SOLARII FORTRESS ให้พักผ่อน (ถ้าเป็นชิ้นส่วนของปืน Shot gun มาจนครบก็จะได้ปืน Pump – Action Shotgun มาใช้ )

 

จากนั้นปีนขึ้นป้อมที่กำลังไฟไหม้ลุยเข้าไปด้านในจนถึงลานกว้างจะพบป้อมปืนกลยืงถล่มมาอีกรอบ พยายามหลบไปมาตามที่กำบังจนเข้าไปในซากบ้านฝั่งขวาแล้วใช้ Granage Launcher ยิงออกไปทางช่องหน้าต่างก็จะทำลายป้อมปืนได้พอดี Lara จะเข้าไปหา Sam ที่อยู่อีกฝั่งของประตูให้รีบหนีไปก่อนแล้วเธอจะตามไปที่หลัง จากนั้นก็ต้องวิ่งหนีไฟไหม้ในดงศัตรูปีนชึ้นชั้นบนเรื่อบๆจนถึงดาดฟ้าขณะที่พวกศัตรูมากมายกำลังตามมายิงถล่ม เฮลิคอปเตอร์กู้ภัยก็บินเข้ามารับโดยมีกัปตัน Roth อยู่ในนั้นด้วย หลังจากที่ Lara พยายามอย่างาสุดชีวิตจนโดดขึ้นไปบนเฮลิคอปเตอร์ได้สำเร็จ แต่เธอก็ต้องตกใจเมื่อด้านในมีแค่ Roth แค่คนเดียว ส่วนเพื่อนๆทั้งหมดยังไม่ได้ขึ้นมาด้วยเลย แต่ Roth จะบอกให้ทิ้งทุกคนแล้วรีบหนีเอาตัวรอดกันก่อน แต่ Lara ไม่ยอมถึงกับเอาปืนจี้นักบินให้กลับไปรับทุกคนด้วย ขณะนั้นเองพายุก็โหมพัดเข้าใส่จนเฮลิคอปเตอร์เสียการทรงตัวและตกลงในที่สุด

 

ที่ซากของเฮลิคอปเตอร์ Roth ที่พอขยับตัวได้พยายามช่วยชีวิต Lara จนเธอรู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้ง แต่ Mathius ก็นำลูกน้องมากมาย เข้ามาโจมตีทันที ในขณะที่ Lara ยังพยายามประครองสติของเธออยู่ กัปตัน Roth จึงต้องสู้ยิบตาเพื่อปกป้อง Lara จากศัตรูที่เข้ามาจากทุกทิศทาง จนสุดท้าย Roth ก็ต้องเสียทางโดนขวานของ Mathius เข้าที่กลางหลังจนหมดแรงล้มลง โขคดีที่ศัตรูเองก็ล่าถอยไปเหมือนกัน  เมื่อ Lara เริ่มได้สติเธอและเพื่อนๆทุกคนรีบเข้าไปดูอาการ Roth ซึ่งดูจะสาหัสเกินเยียวยาทำเอาทุกคนถึงกับใจเสีย ก่อนตาย Roth จะบอกกับ Lara ให้พาทุกคนออกจากที่นี่อย่างปลอดภัยให้ได้ ซึ่งถึงตอนนี้ Lara นั้นไม่มั่นใจเลยว่าจะทำได้ แต่ Roth ก็ให้กำลังใจเธอว่า  “ เธอต้องทำได้ เพราะเธอคือคนในตระกูล Croft “ ก่อนจะสิ้นใจตายจากไป Reyes ซึ่งมีความสัมพันธอันลึกซึ้งกับ Roth อยู่ถึงกับเสียใจมากและโทษ Lara ว่าที่ Roth ต้องเป็นแบบนี้ก็เพราะเชื่อในการนำทางของ Lara  หลังจากเผาศพของ Roth แล้ว Reyes จะบอกกับทุกคนว่าจะไปหาเรือมาซ่อมแล้วออกจากที่นี่ทันทีโดยจะไม่ตาม Lara อีกแล้ว จน Sam ต้องเข้าไปปลอบ Lara ให้เข้มแข็งและเดินทางหาทางหนีต่อ Lara ได้แต่นั่งทำใจสักพักก่อนเมื่อพร้อมเธอจะตามไปที่ชายหาดที่หลัง

 

“ เธอต้องทำได้ เพราะเธอคือคนในตระกูล Croft “ ประโยคสุดท้ายที่ Roth บอกกับ Lara ก่อนตายทำให้ความเศร้าของเธอเริ่มหายไปและถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นแทน สมองนักคิดของ Lara จึงเริ่มทำงาน จากหลักฐานที่เธอเก็บมาจากฐานของ Mathius และความเชื่อบางอย่างของเธอทำให้เธอเริ่มมองออกว่า พายุประหลาดที่ทำให้เครื่องบินตกมาตลอดนั้นไม่ใช่พายุธรรมดาแน่นอน มันน่าจะเป็นคำสาปหรือบบางอย่างที่ปกป้องเกาะนี้ไม่ให้ใครออกไปได้มากกว่า ซึ่งการจะออกจากที่นี่ได้ต้องหาทางหลุดพายุนี้ให้ได้ก่อน เมื่อคิดได้แล้วเธอจึงลงไปหาเพื่อนๆแต่กลับไปไม่พบใครแล้ว ในป่าเต็มไปด้วยทหารของศัตรูที่ออกลาดตระเวณอยู่เต็มไปหมด เข้าไปในป่าที่เต็มไปด้วยศัตรูลอบฆ่ามันให้หมดซึ่งที่ป่านี่จะมีหมาป่าเข้ามาโจมตีสมทบอีกด้วย เข้าไปจนถึง Base camp :Hunting Lodge พักผ่อนแล้วลุยเข้าด้านในต่อที่หน้าถ้ำด้านในจะมีศัตรูเฝ้าอยู่ จัดการพวกมันให้หมดแล้วเข้าไปด้านในถ้ำต่อ ในถ้ำที่เต็มไปด้วยหมาป่าที่ถูกจับมาขังในกรงมากมาย ปีนขึ้นชั้นบนแล้วใช้ธนูเชือกยิงคานไม้ให้หันมาทางขวา แล้วบาร์ที่ใช้โหนจะหันตามมารีบโดดโหนไปเกาะพนังแล้วปีนขึ้นไปชั้นบนต่อจนมาถึงเมือง SHANTY TOWN อีกครั้ง ซึ่งจะพบว่ารอบๆเมืองไฟที่ไหม้ต่างๆเพิ่งเริ่มจะดับ โหนสลิงเข้าไปที่จุดเป้าหมาย Alex จะติดต่อมาให้ Lara ตามมาหาที่ชายหาด จากนั้นโดดไปที่กระเช้าให้มันเลื่อนเข้าด้านในจนถึงส่วน Gondola Transport ใช้ธนูเชือกทำสะพานเชือกเข้าไปด้านใน ลุยศัตรูตามทางเข้าไปจนเจอกับป้อมปืนกลของศัตรูที่ยิงถล่มเข้ามาจนกระเช้าพังจนหมด Lara ต้องโดดโหนสลิงสลับกับทิ้งตัวลงไปที่เชือกต่อไปเรื่อยๆจนตกลงมาที่น้ำตกและไหลลงมาที่บริเวณชายหาดที่อ่าวเรือแตก Shipwreck Beach ในที่สุด

 

เข้าไปที่ Base Camp : Survivors camp ที่ท่าเรือจะพบกับ Alex , Jonah , Reyes และ Sam ที่กำลังช่วยซ่อมเรือกันอยู่ แต่จะขาดอาไหล่บางอย่างอยู่ Lara จึงอาสาไปหามาให้ เข้าไปที่ซากเรือใกล้ๆจัดการศัตรูให้หมดแล้วขึ้นไปดาดฟ้ายิงโซ่ให้สมอเรือหล่นลงมา Lara ก็จะเก็บชิ้นส่วนสมอมา แล้วกลับไปที่ท่าเรือตรงชายหาด ขณะกำลังเอาวัตถุดิบให้กับ Jonah จะได้ยิน Dr.Whitman ร้องให้ช่วย เขาบอกว่าเขาหนีการตามล่าจากคนของ Mathius ซึ่ง Lara เริ่มที่จะไม่ไว้ใจ Dr.Whitman มากขึ้นทุกที Jonah จะบอกกับ Lara ว่า Alex นั้นไปเอาเครื่องมือช่างของเขาที่ซากเรือ Endurance ที่จอดเกยตื้นอยู่อีกฝั่งของชายหาดซึ่งตอนนี้เขาหายไปนานมาแล้ว ด้วยความเป็นห่วง Lara จะรีบออกไปตามหา Alex ทันที แต่ก่อนที่จะไป Jonah จะมอบ Compound Bow ธนูอันใหม่ที่ประสิทธิภาพรุนแรงกว่าเดิมกับ Lara จากนั้นเดินทางไปทางฝั่งซ้ายของชายหาด เข้าไปที่ชายขอบของชายหาดจะมีเสาไม้อยู่ ซึ่งความสามารถของ Compound Bow ก็คือ สามารถใช้ธนูเชือก (RB) ทำสะพานเชือกระหว่างเสากับแผ่นหินแข็งๆที่พนังได้ด้วย จากนั้นก็ยิงธนูเชือกไปที่กำแพงหินฝั่งตรงข้ามก็จะทำสะพานเชือกโหนไปกำแพงหินแล้วเกาะไต่ชึ้นด้านบนได้แล้ว มุดเข้าไปตามซากอาคารจนถึงทางแยก อุโมงค์ทางซ้ายนั้นจะเป็นทางไปห้องวิจัยลับใต้ดินที่เป็น Optional Tomb ด้วย ส่วนทางขวาคือทางไปต่อจนถึงหน้าบังเกอร์ ป้อมปืนโบราณขนาดใหญ่ ซึ่งจะมี Base camp : Bunker Vista ให้พักผ่อนด้วย

 

ลุยเข้าไปซากบังเกอร์ที่เต็มไปด้วยศัตรูจนถึงดาดฟ้าที่เป็นป้อมปืน จะมี Base camp: Endurance Overlook อยู่ด้วย จากนั้นโหนสลิงเข้ามาที่ซากเรือ Endurance เข้าไปที่ดาดฟ้าเรือจะพบพวกทหารของศัตรูกำลังตกปลาเล่นกันอยู่ โดยมีหัวหน้าทหารตัวใหญ่อยู่ด้วย ลอบจัดการลูกน้องมันให้หมดก่อนแล้วหัวหน้าตัวใหญ่มันจะรู้ตัวเข้ามาสู้ด้วย สู้กับมันโดยใช้การสไลด์หลบสลับกับโจมตี Dodge Counter (LS + B) ไล่ตอดจัดการมันไปเรื่อยๆก็จะจัดการได้ จากนั้น Lara จะเก็บ Rope Ascender ของมันมาใช้ ซึ่ง Rope Ascender นั้นก็คือลอกพลังสูงที่เอาไว้เสริมเข้าไปที่ธนู เมื่อใช้ธนูเชือกดึงสิ่งต่างๆจะสามารถกด X ค้างเพิ่มพลังการดึงให้ดึงสิ่งที่หนักๆได้ รวมทั้งการโหนเชือกก็ยังสามารถกด X ค้างลอกก็จะเร่งความเร็วในการพุ่งตัวไปบนเชือกได้อีกด้วย จากนั้นเข้าไปในเรือจนถึงห้องของ Lara เธอจะเก็บรูปจากในตู้แล้วเมื่อกระจกของตู้หันมาเห็นหน้าของตัวเองก็ทำให้ Lara รู้สึกขึ้นได้เลยว่าตัวเธอเองเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากจนแทบจำไม่ได้ เข้าด้านในต่อจนถึงห้องเครื่องจะพบ Alex ติดอยู่ด้านใน ที่หน้าประตูจะมีเหล็กกันอยู่ ซึ่ง Lara จะต้องหาทางเข้าไปช่วย Alex ด้านใน

- สังเกตดุหน้าห้องที่เพดานจะมีบันไดที่เลื่อนไปมาได้อยู่ ซึ่งถ้าลองใช้ธนูเชือกดึงให้มันกระแทกประตูห้องก็ยังไม่สามารถเปิดเข้าไปได้ เพราะมีแกนเหล็กขวางอยู่

- โดดโหนเกาะบันไดทางฝั่งซ้ายทำให้มันเลื่อนมาทางขวา ใช้ธนูเชือกดึงเลื่อนลงล่าง แล้วโดดเกาะบันไดทางฝั่งขวาให้มันเลื่อนมาทางซ้ายอีกครั้ง ก็จะลงล็อกกับช่องด้านบนพอดี

- ปีนบันไดขึ้นไปบนฝ้าเพดานแล้วถีบให้แกนเหล็กตกลงมา แล้วกลับลงมาด้านล่าง

- จัดบันไดที่เพดานให้เลื่อนมาอยู่ในตำแหน่งเดิมคือหน้าประตูห้องที่ Alex อยู่ แล้วใช้ธนูเชือกดึงให้มันไปกระแทกประตูก็จะเข้าไปด้านในห้องได้แล้ว

เข้าไปแล้วจะพบว่า Alex ถูกของทับจนบาดเจ็บเกินแรงที่ Lara จะช่วยยกออกได้เลย ขณะนั้นพวกศัตรูก็บุกเข้ามาโจมตีมากมาย Alex จึงเอาเครื่องมือของเขาฝากไปให้ใช้ซ่อมเรือพาทุกคนหนีออกจากที่นี่ ส่วน Alex จะต้านพวกศัตรูเอาไว้ให้ Lara ไม่มีทางเลือกจำใจต้องเอาเครื่องมือออกจากห้องไป ไม่นานก็มีเสียงระเบิดดังขึ้นจากการที่ Alex ยิงใส่แก็สทำให้ศัตรูทั้งหมดรวมทั้งตัวเขาแหลกไม่เหลือ ตัวเรือที่โดนระเบิดก็เริ่มจะจมเช่นกัน รีบวิ่งหนีออกไปที่ทางออกจะมีเชือกสลิงอยู่ รีบกด X ค้างแล้ว Lara จะใช้ลอกความเร็วสูงพุ่งตัวหนีออกจากที่นี่ได้สำเร็จ จากนั้นย้อนกลับไปที่ชายหาดอีกครั้งโดยใช้ธนูเชือกที่ติดตั้ง Rope Ascender ดึงกำแพงเปิดทางใหม่โหนสลิงกลับไปที่ชายหาดได้อย่างรวดเร็ว เมื่อมาถึงที่ชายหาด จากนั้น Reyes จะถามถึง Alex ซึ่งก็ไม่ได้รับคำตอบใดๆจาก Lara ทำให้ทั้งคู่รู้ทันทีว่าพวกเขาได้สูญเสีย Alex ไปอีกคนแล้ว

 

Lara จะเอาเครื่องมือที่ได้จาก Alex ให้ Jonah กับ Reyes ซ่อมเรือให้เสร็จ ส่วน Lara จะบอกกับทุกคนถึงเรื่องที่เธอวางแผนที่จะหาทางหยุดพายุคำสาปที่อยู่รอบๆเกาะให้ได้ ซึ่งไม่ว่าทุกคนจะเชื่อเรื่องนี้หรือไม่เธอก็ต้องไปทำให้สำเร็จ จากนั้นเดินไปที่ลิฟต์ขนาดใหญ่ใกล้ๆกับท่าเรือนี้ โดยใช้ ธนูเชือกที่ติดตั้ง Rope Ascender ดึงประตูให้เปิดออก แล้วสับคันโยกลิฟต์ด้วยขวานแล้วลิฟต์จะตกลงมาจากด้านบน จากนั้นก็ปีนขึ้นตามช่องลิฟต์จนถึงด้านบน ลุยศัตรูไปตามทางผ่านทางลงใต้ดินทะลุข้ามมาอีกฝั่งจนถึงซากตึกเข้าไปจัดการศัตรูด้านในให้หมดก่อนแล้วถึงเข้าไปพักที่ Base Camp: Research Lab ได้ (ถ้าเก็บชิ้นส่วนของธนูมาจนครบก็จะได้ Competition Bow มาใช้ เข้าไปด้านใน Research base จนถึงลิฟต์ขนาดใหญ่ เมื่อกดลิฟต์ให้ลงมาชั้น 1 จะพบว่าเฟืองของลิฟต์ทั้ง 4 ด้านเสีย ซึ่ง Lara ต้องทำการแก้ไขให้ลิฟต์ลงมาชั้นล่างสุดให้ได้

- ที่ชั้น 1 ปีนกล่องขึ้นไปงัดเอาเฟืองอันแรกทิ้งไปก่อน

- จากนั้นขึ้นไปชั้น 2 จนถึงชั้น 4 โดยการกดสวิตซ์ให้ลิฟต์ตามขึ้นไปที่ชั้น 4 ด้วย

- ยืนอยู่ที่หน้าประตูลิฟต์ชั้น 4 ระหว่างที่ลิฟต์ขึ้นมาสังเกตดูจะพบว่าพนังด้านในเป็นแผ่นไม้ที่สามารถใช้ Shot Gun ยิงได้อยู่บริเวณชั้น 3 กับ ชั้น 4 รีบโดดลงในลิฟต์ที่กำลังขึ้นมาแล้วยิง Shot Gun ทำลายแล้วรีบเข้าไปด้านใน จะเข้าไปทำลายเฟืองตัวที่ 2 ได้

- จากนั้นโดดกลับลงมาที่ชั้น 3 ตรงหน้าลิฟต์มองด้านบนจะมีบันไดห้อยลงมาให้โดดปีนขึ้นไปด้านบนได้ เข้าไปทำลายเฟืองตัวที่ 3

- จากนั้นกดสวิตซ์ลิฟต์ให้ลงมาที่ชั้น 3 สังเกตดูที่บันไดทางลงระหว่างชั้น 3 และ 2 จะมีคานไม้อยู่ โดดดหนตัวขึ้นไปด้านบน เข้าไปทำลายเฟืองตัวที่ 4

- เมื่อทำลายครบทั้ง 4 เฟืองแล้วลิฟต์จะตกลงไปยังชั้น 1 ทันที กลับลงไปชั้น 1 จะสามารถเดินผ่านลิฟต์เข้าไปที่ทางเข้าด้านในได้แล้ว

 

ลุยเข้าไปตามทางจนถึงถ้ำด้านในจะพบกับศพของซามูไรโบราณอยู่หน้าภาพสลักของราชินี Himiko จากนั้น Lara จะเอาดาบซามูไรมาแล้วแกะดูที่ด้ามจะพบกระดาษข้อความ เมื่ออ่านจบแล้ว Lara จะพบว่าศพของซามูไรผู้นี้คือองค์รักษ์ของ ราชินี Himiko ในคำบรรยายในกระดาษพูดถึงเหล่า Storm Guard ที่คอยปกป้องพายุที่ล้อมรอบเกาะนี้ Lara ตีความได้ว่า พายุร้ายที่อยู่รอบเกาะนั้นถูกสร้างด้วยมนต์ดำบางอย่าง เพื่อปกป้องพระศพของราชินี Himiko และการจะทำลายพายุได้ก็ต้องไปทำลายพระศพของราชินี Himiko ซึ่งศพนี้อยู่กับเจ้า Mathius ที่กำลังเอาไปใช้ในพิธีย้ายวิญญาณกับ Sam นั่นเอง ในขณะที่กำลังจะออกจากห้องพวกศัตรูมากมายก็เริ่มบุกเข้ามา จัดการพวกมันให้หมด แล้ว Reyes จะติดต่อมาว่าตอนนี้กำลังโดนกองทัพของ Mathius เข้ามาล้อมโจมตีอย่างหนักให้ Lara รีบกลับมาช่วย จากนั้นก็รีบย้อนกลับมาตามทางเดิมจนถึงอ่าวเรือแตก Shipwreck Beach ทันที่ที่เข้าไปถึง ซึ่ง Reyes จะบอกว่าตอนที่ Lara ไม่อยู่พวกคนของ Mathius บุกเข้ามาชิงตัว Sam และ Dr. Whitman ไปแล้ว Reyes จะบอกว่าตอนนี้เรือซ่อมเสร็จพร้อมจะออกจากที่นี่แล้ว แต่ Lara จะอธิบายว่า ถึงออกไปได้ก็จะโดดพายุคำสาปที่อยู่รอบๆเกาะฆ่าตายอยู่ดี ถ้าไม่ไปทำลายมนต์ดำที่เป็นต้นกำเนิดพายุซะก่อน ซึ่งแม้ว่า Reyes จะไม่ค่อยเชื่อแต่สิ่งที่ Lara ทำมาทั้งหมดนั้นพอจะพิสูจน์ได้ว่า เธอเชื่อถือได้ Reyes จึงตกลงจะทำตามแผนของ Lara …. เมื่อพร้อมเมื่อไหนก็ลงเรือออกเดินทางได้เลย …..

 

เมื่อเรือเดินทางมาที่ฝั่งเหนือของเกาะแล้ว Lara จะบอกให้ Jonah กับ Reyes รออยู่ในเรือนี้ส่วนเธอจะออกไปตามหาและช่วย Sam กลับมาเองเพราะเธอไม่อยากสูญเสียใครอีกแล้ว ซึ่งถ้าเธอไม่กลับมาก็ให้ออกเดินทางไปกลับไปได้เลย แต่ Jonah จะบอกว่าพวกเขาจะไม่ไปจนกว่า Lara และ Sam จะกลับมา จากนั้นปีนขึ้นมาด้านบนเขาแล้วใช้ ธนูเชือกยิงไปเกาะที่หน้าผาฝั่งตรงข้ามแล้วโหนสลิงข้ามไป ปีนขึ้นไปด้านบนเข้าไปจนถึงหน้าวิหาร CHASM SHINE ที่หน้าทางเขา Lara จะแอบดู Mathius กำลังพาตัว Sam เข้าไปด้านในโดยมี Dr. Whitman เดินทางมาด้วย ดูเหมือน Lara จะคิดไม่ผิดที่รู้ว่าหมอนี่เชื่อถือไม่ได้ หน้าวิหารจะมีทหารซามูไรคอยเฝ้าอยู่ Dr. Whitman จะทำเก่งเข้าไปพูดกับพวกมันโดยจะขอพา Sam ซึ่งจะเป็นราชินี Sun Queen องค์ใหม่เข้าด้านในทำให้ทหารซามูไรรุมทำร้าย Dr. Whitman จนตายคาที่ส่วน Mathius ก็ได้จังหวะที่จะรีบพาตัว Sam เข้าไปด้านวิหารทันที จากนั้นตามไปโดยใช้ธนูเชือกยิงไปที่หน้าผาทางด้านขวาของวิหารแล้วเกาะปีนขึ้นด้านบน เข้าไปด้านในห้องโถง จะพบว่ามีพวกนักรบซามํไรมากมายที่กำลังเดินอยู่ด้านใน แอบย่องข้ามไปฝั่งซ้ายแล้วปีนกำแพงฝั่งซ้ายเลาะอ้อมไปด้านใน แต่กลับถูกพวกซามูไรจับได้ จึงถุกยิงถล่มใส่จนหนีออกมาที่ทางออกแทบไม่ทัน แวะพักผ่อนที่ Base camp : Sheltered Hallway ก่อนแล้วเข้าด้านในต่อจนถึงสะพานขนาดใหญ่ที่ใช้ข้ามไปยังวิหารแห่ง Himiko ด้านใน ที่มีลมพัดแรงอยู่ตลอดเวลา เข้ามาถึงหน้าปราสาท Lara จะต้องเจอศึกหนักเมื่อนักรบซามูไรจำนวนมาบุกเข้ามาเพื่อขัดขวางเธอ พยายามจัดการพวกมันให้หมด โดยใช้ถังระเบิดที่มีอยู่เป็นตัวช่วย เข้าไปจนถึงประตูใหญ่ด้านในจะพบกับซามูไรปีศาจขนาดใหญ่ที่ออกมาขวาง แต่ก็โชคดีที่มันก็ถูกพายุพัดกระเด็นไปก่อน จากนั้นเข้าไปในปราสาทได้เลยแวะพักที่ Base Camp : Sacred Hall ก่อนแล้วเข้าไปด้านในต่อจนถึงห้องด้านในซึ่งจะพบคันโยก 2 ด้านและบนพื้นที่สามารถเปิดออกได้

- หมุนคันโยกขวาเปิดช่องที่พื้นห้องออก

- หมุนคันโยกซ้ายยกเอากรงเหล็กขึ้นมา

- หมุนคันโยกขวาปิดช่องที่พื้นห้อง

- หมุนคันโยกซ้ายปล่อยให้กรงเหล็กลงมาวางบนพื้น

- ปีนขึ้นชั้นบนทางฝั่งซ้ายแล้วใช้ธนูเชือกดึงกรงเหล็กให้แกว่งขึ้นมาใกล้ๆชั้นบนแล้วรีบโดดไปยืนบนกรง รอให้มันแกว่งไปด้านหน้าแล้วโดดเกาะข้ามไปห้องด้านในได้เลย

ที่ห้องเทวรูปด้านใน Lara จะพบกับรูปปั้นราชินีมากมายหลายองค์รวมทั้ง Himiko ด้วย เมื่ออ่านบันทึกและอักขระบนห้องนี้แล้วทำให้ Lara รู้ความจริงที่น่ากลัวชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อ ราชินีองค์ล่าสุดที่ตายไปนั้นเป็นฝีมือของ Himiko ที่ต้องการพลังเป็นของตัวเอง ซึ่งความชั่วร้ายนี้เหล่าซามูไรองค์รักษ์ที่รู้ถึงความน่ากลัวนี้จึงสร้างพายุคำสาปขึ้นมาเพื่อกักขังวิญญาณของ Himiko เอาไว้ และใช้ร่างของ Himiko เป็นตัวเชื่อมในการสั่งการทำงานของพายุรอบๆเกาะ ซึ่งเหล่านักรบซามูไรที่มีหน้าที่ปกป้องพระศพของ Himiko โดยหน้าที่ก็เป็นตัวช่วยอีกแรงที่จะป้องกันไม่ให้คำสาปนี้โดนทำลาย แต่ถ้า Mathius ย้ายวิญญาณมาสู่ Sam ได้สำเร็จ ราชินี Himiko ก็จะได้กำเนิดใหม่พายุคำสาปก็จะหายไปทำให้ ราชินี Himiko ที่ชั่วร้ายและกองทัพซามูไรปีศาจของเธอเป็นอิสระทันที นั่นทำให้ Lara ยิ่งต้องรีบไปหยุดยั้งแผนการของ Mathius ให้เร็วที่สุด

 

เมื่อเข้าไปด้านในต่อจนถึงหน้าวิหารชั้นในสุดก็จะพบ Mathius ที่กำลังจับตัว Sam เอาไว้ซึ่ง Lara จะพยายามบอกให้ Mathius รู้ถึงพลังที่ชั่วร้ายของ Himiko แต่ Mathius มั่นใจว่ามันสามารถควบคุมพลังที่ยิ่งใหญ่นั้นได้ มันจึงรีบพา Sam เข้าด้านในก่อนจะใช้เวทย์ไฟปิดล้อมทางเข้าเอาไว้ จากนั้นปีนเข้าไปทางฝั่งซ้ายแทนจนเข้ามาด้านในได้ ที่ห้องด้านบนจะเป็นห้องที่มีระฆังและลมกระโชกแรงพัดเข้ามา เดินมายืนที่ด้านซ้ายแล้วใช้ธนูเชือกดึงระฆังมาที่ลมให้มันพัดเข้าไปกระแทกประตูจนพัง เข้าไปด้านในแล้วทะลุออกมาที่ระเบียงนอกวิหาร จะพบนักรบซามูไรจำนวนมากกำลังบุกเข้ามาจากทางเข้าด้านล่างแล้ว โดดเกาะไปตามทางด้านนอกจนโดดไปเกาะผนังเหวได้ ปีนขึ้นไปด้านบนกระโดด 2 ชั้นขึ้นไปเกาะอาคารไม้ขึ้นไปด้านบนต่อ ใช้ธนูเชือกเกาะโหนขึ้นไปที่ด้านบนต่อ แล้วโดดเกาะผาทิ้งตัวลงมาด้านล่างแล้วเข้าไปในวิหารต่อ พักที่จุด Base Camp : Ziggurat Vestibulf แค้มป์สุดท้ายของการเดินทาง แล้วปีนขึ้นไปตามพนังของวิหารที่เต็มไปด้วยลมพัดอย่างรุนแรงจนถึงดาดฟ้า

จะพบ Mathius กำลังเริ่มจะทำพิธีถ่ายวิญญาณกับศพของราชินี Himiko ที่ถูกเก็บรักษาเอาไว้ที่นี่กับร่างของ Sam หญิงสายเลือดพิเศษที่ถูกเลือก Lara พยายามขัดขวางอย่างเต็มที่แต่ไม่ได้ผม พิธีกรรมได้เริ่มขึ้นแล้ว Mathius เรียกลูกน้องมากมายให้ออกมาจัดการ Lara จัดการพวกมันให้หมดแล้วลุยเข้าไปด้านในต่อจนถึงส่วนในจะพบ นักรบซามูไรปีศาจร่างยักษ์ที่ออกมาโจมตีใส่ทุกคนเพื่อปกป้องศพของราชินี Himiko ซึ่ง Lara จะต้องหาทางหยุดมัน

 

การต่อสู้กับ ซามูไรปีศาจร่างยักษ์ นั้นต้องใช้การ Dodge (LS + B ) หลบการโจมตีของมันแล้วยิงไปที่จุด่อนที่ส่วนหัวและหลังของมันไปเรื่อยๆ Lara ก็จะเข้าไปเอาขวานจามหน้ามันจนมันตายลงไปในที่สุด Lara ตรงเข้าไปหา Mathius ทันทีซึ่งมันเองก็พร้อมที่จะกำจัด Lara เหมือนกัน หลังจากพยายามสู้กับมันอยู่นานสุดท้าย Lara ก้แย่งปืนมาจากมันได้และกระหน่ำยิงด้วยปืนคู่ใส่ Mathius จนมันตกวิหารลงไปตายในที่สุด

 

..Lara รีบเข้าไปทำลายศพของ ราชินี Himiko ทันทีจนวิญญาณของมันแตกสลายไปในที่สุด เมื่อคำสาปทั้งหมดจบสิ้นลงแล้ว แสงสว่างที่เรืองรองก็ส่องผ่านมาถึงเกาะมิยาเกะแห่งนี้เสมือนมันไม่เคยส่องมาถึงเป็นเวลาหลายร้อยปี ..เฉกเช่นแสงสว่างที่ส่องมาถึง Lara ก็ช่วย Samantha เพื่อนรักของเธอเอาไว้ได้สำเร็จและอุ้มมาส่งที่เรืออย่างปลอดภัย ทำเอา Jonah กับ Reyes ดีใจอย่างมากที่เห็นเธอกลับมา ทุกคนก็ออกเรือกลับบ้านและทิ้งเรื่องเลวร้ายเอาไว้ที่เกาะแห่งนี้แบบไม่คิดจะหันไปมองมันอีกเลย ….

 

 

 

 

 

6.15 AM... Dragon's triangle South of Japan ..ไม่กี่วันต่อมา

 

 

บนเรือเดินสินค้าลำใหญ่ ลูกเรือเดินมาบอกถึงความพร้อมทุกอย่างในการเดินทางกับ Lara Croft ที่ถือหนังสือขนาดใหญ่ในมือ หนังสือที่เต็มไปด้วยความลับที่รอการค้นพบ Lara กำลังจะออกเดินทาง หาใช่เส้นทางกลับบ้านไม่ แต่เป็นเส้นทางสู่การผจญภัยครั้งหม่ จากจุดเริ่มต้นของผู้รอดชีวิตจากเกาะนรกกลางทะเลปากมังกร สู่การกำเนิดใหม่ ของนักผจญภัยที่โลกไม่มีวันลืม “ Lara Croft “

 

 

 

 

   *******************  A SURRIVOR IS BORN ************************

  

Tomb Raider Challenges Guide – Hidden Collectible Locations

Secret Tomb Locations & Solutions ทั้งหมด