Tomb Raider

posted on 06 Mar 2013 19:33 by decibelperoxide

 

                   

กำเนิดใหม่ Tomb Raider ที่สร้างสรรโดยทีมงาน Crystal Dynamics ซึ่งเคยฝากผลงานที่เคยทำให้กับซีรีย์ Tomb Raider กับภาค Legend, Anniversary และ under World มาแล้วหลายภาค อาจจะประสบความสำเร็จบ้างแต่ก็ไม่ถึงขีดสุด เมื่ออยู่ภายใต้การควบคุมของ Eidos Montreal จึงทำให้ผลงานที่เคยทำออกมาไม่เป็นตัวของตัวเองเท่าไหร์ Crystal Dynamics ต้องรอคอยให้ฝันของตัวเองเป็นจริงเมื่อ Square – Enix เข้ามาควบกิจการของ Eidos การนำ Tomb Raider มาปฏิสนธิใหม่ โดย Kart Stewart Director ของ Crystal Dynamics ภายใต้การดูแลจาก Square – Enix เมื่อทาง Crystal Dynamics ได้ใช้จินตนาการตามเจตนารมณ์ของพวกเขาอย่างเต็มที่ Lara Croft จึงถูกจับมาปรับโฉมใหม่อีกครั้งให้กลับสู่ต้นกำเนิดอีกครั้งในแบบที่พวกเขารอคอยมาถึง 4 ปีเต็ม  โดย Rhianna นักเขียนบทสาวที่เคยประสบความสำเร็จจากการสร้างตัวตนให้กับตัวละครอย่าง Faith จาก Mirror Edge และ Noriko จาก Heavenly Sword มาแล้ว Lara โฉมใหม่ในรูปลักษณ์ของเด็กสาวไร้เดียวสา หวาดกลัว และลังเลทุกครั้งในการทำร้ายคนอื่นถึงแม้คนนั้นจะเป็นศัตรูของเธอก็ตาม ถึงขนาดที่เธอยังว่ายน้ำไม่เป็นเสียด้วยซ้ำ ด้วยความธรรมดาของเด็กสาวคนนึงผ่านโชคร้ายบนเส้นทางที่เธอเลือกเดิน ทั้งหมดถูกส่งผ่านมาถึงตัวผู้เล่นให้ได้เอาใจช่วยและผลักดันให้เธอก้าวพ้นอุปสรรค์เพื่อไปสู่นักผจญภัยที่ยิ่งใหญ่ในอนาคตได้ โดยทั้งหมดทั้งปวงในภาคนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อ Time Line เนื้อเรื่องในเกม Tomb Raider ภาคที่ผ่านมาแต่อย่างใด ในทางกลับกันกลับทำให้เนื้อเรื่องสมบรูณ์และสวยงามขึ้นอีกหลายเท่าทวีคุณ …

 

 

                                    บทสรุป Tomb Raider

 

BY – Decibel per - oxide

 

    

“ การเดินทางครั้งแรกของฉัน เป้าหมายครั้งแรกขอฉันที่ฉันกำหนดเอง ไม่ใช่ความรู้ในตำราเหมือนที่เคยเรียนจบมา แต่เป็นโลกแห่งความเป็นจริงที่ฉันต้องการค้นหาการผจญภัยแบบของฉันเองซักครั้ง … หรือ การผจญภัยต่างหากที่ค้นพบตัวฉัน ทำให้ฉันค้นพบบางสิ่ง บางสิ่งที่ทำให้ฉันสามารถก้าวเดินต่อไป บางสิ่งที่ทำให้ฉัน ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป “   

 

 

Coast of Japan, เรือ Endurance วันที่ 22 ในการเดินทาง , 23.00 น. ……

Lara Croft นักศึกษาด้านโบราณคดีที่เพิ่งจบใหม่ๆ กำลังรำพึงรำพันถึงเรื่องราวและเป้าหมายที่ต้องพยายามไปให้ถึง การพจญภัยที่เธอเดินเข้าค้นหาเพียงด้วยแค่คำว่า สัญชาติญาณ แต่สิ่งที่ไม่เคยคาดหวังก็เกิดขึ้นเมื่อเรือ Endurance เข้าไปเจอพายุใหญ่ทำให้มันแตกออกเป็น 2 ซีก ผู้โดยสารมากมายต้องตกลงไปในทะเลที่เชี่ยวกราด Lara พยายามวิ่งไปหากัปตัน Roth ที่ยื่นมือออกมาเพื่อพยายามจะช่วยเธอ แต่ก็สายเกินไปกระแสนำกระแทกจน Lara ตกลงทะเลไป Lara พยายามทรงตัวเพราะเธอว่ายน้ำไม่แข็งมากนัก จนขึ้นมาถึงฝั่งได้สำเร็จ ในขณะที่สติกำลังเลือนลาง เธอได้ยินเสียงเพื่อนๆดังมาจากบนเกาะ เธอพยายามร้องเรียกให้ช่วยอย่างสุดเสียง เมื่อพยายามทรงตัวขึ้นยืนจากอาการมึนงงกับเรื่องที่เกิดขึ้น เธอก็ต้องร่วงลงอีกครั้งด้วยหมัดขวาตรงเข้าที่หน้าจากชายนิรนามจนสลบไป …

 

Lara รู้สึกตัวขึ้นมาในถ้ำแห่งหนึ่งในสภาพที่ถูกแขวนห้อยหัว พยายามดิ้นไปมา (ใช้แกนอนาล็อกซ้ายดันซ้าย – ขวา ไปมา ) จนทำให้ศพใกล้ไปโดนคบไฟไหม้ลามไปที่ไม้ด้านบน ขยับซ้ายขวาต่อให้ตัวไปโดนกับไฟ จนทำให้หลุดจากเชือกตกลงมาด้านล่าง โชคยังดีที่เธอหลบพ้นเหล็กแหลมที่ตั้งอยู่ แต่มันก็เสียบเข้าสีข้างจนบาดเจ็บอยู่ดีเดินเข้าด้านในสำรวจเก็บคบไฟ (กด X – สำรวจ) เอาไปเผาทำลายแผงไม้ที่กั้นทางตรงหน้า (กด X ค้าง) ผ่านน้ำตกเข้าไปจนถึงห้องด้านในจะพบมีแผงไม้และถังน้ำมันขวางทางอยู่

 

เรียนรู้การใช้ Survival Instincts (กด LB) ทำให้สามารถมองเห็นจุดสำคัญของปริศนาที่ต้องแก้ชัดขึ้น รวมถึงสามารถใช้ดูไอเทมต่างๆที่ซ่อนอยู่ในแผนที่ได้ชัดขึ้นด้วย ซึ่ง Survival Instincts ถือว่าเป็นระบบเอาตัวรอดที่สำคัญมากที่ต้องใช้ในการเล่น …

- เข้าไปจุดคบเพลิงกับไฟด้านขวา

- ปีน (กด A – กระโดด , ปีน ) นั่งร้านขึ้นด้านซ้ายเอาคบเพลิงจุดไฟไปที่ผ้าให้มันลามไปถึงถังน้ำมันที่ขวางทางจนระเบิดเปิดทางไปต่อได้

เข้าด้านในตามถ้ำแคบๆต่อระหว่างทางจะพบชายที่บ้าคลั่งพยายามมาจับตัว ( ใช้แกนอนาล๊อกซ้ายขยับซ้าย – ขวาและกดปุ่มที่ขึ้นมาให้ทันเพื่อเอาตัวรอด ) จนสามารถผ่านเข้ามาถึงห้องต่อไปซึ่งจะพบ แผงไม้และถังน้ำมันขวางทางอยู่ทางซ้ายและจะมีน้ำตกกั้นไม่สามารถนำไฟมาจุดระเบิดได้

- ผ่านเข้าถ้ำทางขวาก่อนจะพบ กระเช้าที่ถูกมัดอยู่ ขึ้นไปจุดคบเพลิงลงมาเผาเชือกที่มัดกระเช้าออกให้หมด กระเช้าจะลอยขึ้นด้านบน

- ขึ้นไปนั่งร้านทางขวาโดดไปที่กระเช้าแล้วจะทำให้ กล่องตกลงมาใส่ช่องทางขวา

- โดดกลับมาที่นั่งร้านทางขวา จุดไฟใส่กล่องไม้ในตะแกรงเหล็ก แล้วกระแทก (กด Y) ให้กล่องไม้ที่ติดไฟไหลไปที่ถังน้ำมันในถ้ำด้านในจนระเบิดเปิดทางไปต่อได้

จากนั้นเข้าด้านในต่อ พยายามหนีเอาตัวรอดจากพวกที่มาตามล่าและถ้ำที่กำลังถล่ม ( ด้วยการกดปุ่มตามที่ขึ้นมาให้ทัน ) จนสามารถออกมาที่หน้าออกจากถ้ำได้สำเร็จ

 

 

     

 

 

เดินเลาะลงไปตามไหล่เขาของชายฝั่งทะเลจนถึงถ้ำด้านล่างด้านในจะพบซากเครื่องบินโบราณแขวนอยู่ ใช้มันเพื่อเกาะปีน ( LS + A ) ข้ามมาที่ทางออกของถ้ำอีกฝั่ง เลาะริมหน้าผาไปจนพบกำแพงอิฐ วิ่งไต่กำแพง ( กด A ระหว่างวิ่งกระโดดขึ้นกำแพง) แล้วขึ้นไปบนเนินดินจะพบกระเป๋าของ Sam ซึ่ง Lara จะเก็บ กล้องวีดีโอ , ไม้ขีด และ วิทยุสื่อสาร มาใช้ จากนั้นเลาะลงล่างไปจนถึงหน้าผาที่เป็นแค้มป์เก่า Lara จะพยายามจุดไฟด้วยไม้ขีดด้ามอันเดียวที่เหลืออยู่เพื่อใช้สร้างความอบอุ่น

 

 

ระหว่างนั้นเธอเปิดวีดีโอที่ Sam บันทึกเอาไว้ระหว่างที่อยู่บนเรือ  Samantha Nishimura หรือ Sam ชื่อเล่นสั้นๆที่ Lara ใช้เรียกเพื่อนซี้ของเธอ Sam เดินทางมาในฐานะฝ่ายบันทึกภาพในการทำสารคดีชิ้นนี้ โดยเพราะแม่ที่เป็นคนโบตุเกส และ พ่อเป็นคนญี่ปุ่น ทำให้เธอชำนาญทางของทะเลญี่ปุ่นอยู่พอสมควร ในขณะที่ Lara นั้นเป็นฝ่ายข้อมูลในการค้นหาสมบัติโบราณของเจ้าหญิงโบราณของญี่ปุ่น ซึ่ง Lara นั้นมักจะมีปากเสียงกับ Dr. James Whitman เจ้าของรายการสารคดีด้านโบราณคดีชื่อดังอย่าง " Whitman's World " เป็นประจำในเรื่องตำแหน่งของสมบัติโบราณ ซึ่ง Dr. Whitman นั้นตามหาตามทฤษฎี แต่ Lara นั้นใช้ สัญชาติญาณ ในการค้นหา แต่ทุกคนรวมทั้ง กัปตัน Conrad Roth ที่เป็นคนสนิทของพ่อและแม่ของ Lara เองก็มักจะเห็นด้วยกับสัญชาติญาณของเธอจนทำให้ Dr. Whitman ต้องหยุดพูดไปทุกครั้ง ถึงแม้เส้นทางที่ Lara เลือกที่จะไปนั่นคือเส่นทางมรณะกลางทะเลที่เรียกกันว่า สามเหลี่ยมปากมังกร ก็ตาม และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ Lara รู้สึกผิดที่นำพาทุกคนให้มาเจอโชคร้ายแบบนี้ …

 

ออกจากแค้มป์แล้วเข้าในป่าต่อ เป้าหมายคือหาอาหารประทังชีวิต จนเข้ามาเห็นศพที่ตายแขวนอยู่บนต้นไม้พร้อมกับธนู Lara คิดจะเอาธนูมาใช้ในการป้องกันตัวและล่าสัตว์เธอจึงปีนขึ้นไปบนบ้านร้างโดดไปถึงต้นไม้และดันเอาศพตกลงมาเก็บเอาธนูมาใช้จนได้

 

การใช้ธนู

LT + RT - เล็งยิงธนู

LS แกนอนาล็อกซ้าย – สลับข้างยิง

RS แกนอนาล็อกขวา – ซูมยิง

จากนั้นก็มองหากวางหรือกระต่ายที่อยู่แถวๆนี้แล้วจัดการล่ามาให้ได้ 1 ตัว Lara จำใจต้องลงมือชำแหละเอาเนื้อมากินประทังชีวิตทั้งๆที่สงสารและไม่เคยทำมาก่อน จากนั้นมุ่งหน้ากลับไปที่แค้มป์ที่ผ่านมาเพื่อพักผ่อนซึ่งจะทำให้ที่นี่กลายเป็น Base Camp แรกของเกมทันที

 

 Base Camp – เป็นที่สำหรับพักผ่อน เซฟเกม (แบบ Auto Save) และสำหรับ Upgrade Skill ความสามารถด้านต่างของ Lara โดยใช้ Skill Point ที่ได้มาจากการกระทำต่างๆทั้งการแก้ปริศนาสำเร็จ การกำจัดศัตรูรวมถึงการล่าสัตว์ด้วย ซึ่ง Upgrade Skill ที่สามารถทำได้ตอนนี้คือ

 

Survivor Class:

Animal Instincts - เมื่อใช้ Survival Instincts (กด LB) จะทำให้เห็นสัตว์ที่จะล่า, ศัตรู และไอเทมในแผนที่ชัดเจนขึ้น (เป็นสีเหลือง)

Survivalist - ทำให้สามารถค้นพบสัตว์และไอเทมพิเศษมากขึ้น

Advanced Salvaging - ทำให้สามารถค้นพบกล่องไอเทมพิเศษ (salvage ) ได้มากขึ้น

Bone Collector - ทำให้สามารถค้นพบซากสัตว์ที่เป็นวัตถุดิบพิเศษได้มากขึ้น

Arrow Retrieval - ทำให้สามารถเก็บธนูที่ยิงไปจากศพศัตรูกลับมาใช้ได้

Scavenging - ทำให้สามารถเก็บกระสุนจากศพศัตรูได้มากขึ้น

Climber's Agility – ทำให้มีแรงในการปีนป่ายมากขึ้นและลดการบาดเจ็บจากการตกจากที่สูง

Orienteering - ทำให้ค้นหาสิ่งที่ซ่อนอยู่ในฉากแผนที่ได้มากขึ้น

Cartography - ทางเข้าซากโบราณทุกแห่งจะแสดงขึ้นมาในแผนที่ให้เห็นทั้งหมด

 

Hunter Class:

Steady Shot - ทำให้เป้าในการยิงธนูโฟกัสไปที่เป้าหมายได้เร็วกว่าเดิม

Ammo Capacity - เพิ่มจำนวนการเก็บกระสุนให้เพิ่มมากขึ้น

Heavy Lifter - เพิ่มจำนวนการแบกสำภาระทุกอย่างให้มากขึ้น

Accomplished Killer - เมื่อจัดการศัตรูด้วยลูกเล่นแปลกๆ (ยิงหัว ) จะได้ค่าประสบการ์ณมากขึ้น

Bow Expert - ทำให้สามารถใช้ท่าสังหารโดยใช้ลูกธนูปักศัตรูในระยะใกล้ได้ และปลดล็อก headshot reticleด้วย

Pistol Expert - ทำให้สามารถใช้ท่าสังหารโดยการยิงปืนในระยะใกล้ได้ และปลดล็อก headshot reticleด้วย

Rifle Expert - ทำให้สามารถใช้ปืน Rifle สังหารศัตรูในระยะใกล้ได้รุนแรงและเร็วมากขึ้น

Shotgun Expert - ทำให้สามารถใช้ปืน Shotgun สังหารศัตรูในระยะใกล้ได้รุนแรงและเร็วมากขึ้น

 

หลังจากอัพความสามารถตาม Skill Point ที่มีตามใจชอบแล้ว Lara จะได้ยินเสียงกัปตัน Roth ติดต่อมาทางวิทยุสื่อสารทำให้ทั้งคู่ดีใจมากที่ทั้ง 2 ฝ่ายยังปลอดภัย กัปตัน Roth จะบอกให้ Lara ระวังตัวและรีบเดินทางมาที่ Coastal forest โดยด่วน จากนั้นออกจากแค้มป์แล้วเดินไปจนถึงซากบ้านร้างที่ตอนนี้ Lara จะพบว่าประตูมันเปิดออกและมีเสียงเพลงสวดดังแว่วมาเรื่อยๆ ตามเสียงเข้าไปในบ้านจนพบทางลงชั้นใต้ดิน โดดลงไปจะพบภาพวาดโบราณมากมาย เข้าไปในสุสานโบราณซึ่งจะเริ่มมี Relics ชิ้นแรกให้เก็บสะสมด้วย ใช้คบเพลิงเผาเปิดทางเข้าห้องด้านใน Lara จะเก็บขวานโบราณได้ ซึ่งจะสามารถใช้มันงัดประตูทางออกอีกฝั่งออกไปได้ ( ขวานจะสามารถงัดของเล็กได้เท่านั้น ) เมื่อปีนออกมาที่ทางออก ขึ้นไปตามทางบนเนินจะพบกับ Sam และชายแปลกหน้าคนนึงที่อยู่กับเธอซึ่งมันแนะนำตัวว่าชื่อ Madsius

 ซึ่ง Sam เชื่อใจว่าเขาเป็นคนในพื้นที่แถมยังเล่าประวัติเรื่องเล่าเกี่ยวกับเจ้าหญิงญี่ปุ่นกับพลังวิญาณของเธอไปเรื่อยจน Lara เผลอหลับไป ..เมื่อตื่นขึ้นอีกครั้งจะพบ Madsius และ Sam หายไปหมดแล้ว ขณะที่กำลังออกตามหา Lara ก็โชคร้ายโดนกับดักสัตว์จนขยับไม่ได้เข้าไป ในขณะที่ฝูงหมาป่าที่หิวโหยมากมายกำลังเข้ามารุมทึ้งเธอ พยายามใช้ธนูจัดการหมาป่าที่บุกเข้ามาให้หมด แล้วซักพัก Reyes และ คนที่รอดชีวิตบนเรือทุกคนจะตามมาพบและช่วย Lara เอาไว้ได้ ทั้งหมดจะปรึกษากันโดยจะแยกกันไปตามหา กัปตัน Roth และ Sam ที่หายไปกันก่อน โดย Lara จะแยกมากับ Dr. Whitman เพื่อออกตามหา กัปตัน Roth…

 

หลังจากที่ Lara พักผ่อนที่แค้มป์จนหายเหนื่อยแล้ว ก็เดินไปหา Dr. Whitman ได้เลย ระหว่างทางจะพบฝูงหมาป่าเข้ามาโจมตีตลอดทาง [ ใช้ท่าหลบ LS + B ] จัดการมันให้หมดผ่าน Day Camp :The Gate ทางขวาไปแล้วจะพบ Dr. Whitman ที่หน้าทางเข้าวิหารโบราณซึ่งเมื่อทั้งคู่สำรวจจนพบแกนหมุนในการเปิดประตูแล้วแต่ Lara จะพบว่าแกนหมุนอีกอันมันหักและขวานที่มีอยู่ก็งัดไม่ขึ้นเพราะมันเล็กเกินไปอีก จากนั้นเดินกลับมาที่ Day Camp :The Gate แล้วจะมีเมนู Salvage ขึ้นมาใหม่

 

Salvage คือเมนูสำหรับอัพเกรดอาวุธต่างๆที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพดีขึ้นโดยใช้ Point วัตถุดิบที่ได้จากการค้นหาตามลังและกล่องต่างๆนั่นเอง สามารถอัพเกรดเพิ่มความรุนแรง เพิ่มความแม่นยำ เพิ่มจำนวนกระสุน และติดตั้งอุปกรณืเสริมต่างๆได้ ซึ่งอาวุธแต่ละชนิดยังสามารถเปลี่ยนรูปทรงได้ด้วย ทั้งจากตามเหตุการ์ณในเนื้อเรื่องและจากการเก็บชิ้นส่วนของอาวุธที่ได้จากศัตรูประเภท บอส หรือ ตามกล่องที่หายากต่างๆมาให้ครบแล้วก็จะสามารถทำให้อาวุธชิ้นนั้นๆเปลี่ยนประเภทและเพิ่มประสิทธิภาพไปอีกได้

จากนั้นก็ทำการอัพเกรดขวานให้แข็งแกร่งขึ้นด้วยราคา 50 Point แล้วกลับไปหา Dr. Whitman ที่หน้าทางเข้าวิหาร ก็จะสามารถหมุนแกนคันโยกเปิดประตูได้แล้ว และจากนี้ขวานก็จะสามารถงัดกล่องไอเทมใหญ่ๆที่เคยงัดไม่ออกให้เปิดออกได้แล้ว

 

Mountain Temple..Lara และ Dr. Whitman เข้ามาจนถึงด้านในวิหารโบราณที่เต็มไปด้วยเทวรูปและภาพสลักโบราณมากมาย ขณะทั้งคู่กำลังดื่มด่ำกับความลึกลับของที่นี่ ด้านในก็จะพบกับกองกำลังติดอาวุธที่อยู่ที่นี่ เท่าที่ Lara ได้ฟังเสียงการสนทนาของพวกมันรู้มันทีว่าเป็นคนรัสเซีย พวกมันมาล้อมพร้อมด้วยอาวุธครบมือ Lara เธอพยายามจะขัดขืนและต่อสู้ แต่ Dr. Whitman กลับยอมวางปืนแต่โดยดีทำให้พวกมันเข้ามาจับตัวทั้งคู่ได้ พวกรัสเซียพยายามจะฆ่า Dr. Whitman ทำให้ Lara หาจังหวะนี้ออกมาได้ ขณะที่พวกมันออกตามหา ใช้ความมืดอำพรางตัวหลบพวกมันไปเรื่อยๆโดยเป้าหมายคือขึ้นเนินไปที่ซากอาคารด้านบน ถึงแม้ Lara จะเข้าไปแอบอย่างปลอดภัยแล้วแต่พวกรัสเซียคนนึงก็ตามมาจนเจอ มันพยายามจะยิง Lara จนเกินการแย่งปืนไปมากันขึ้นสุดท้ายปืนก็ถูกยิงออกมาโดยพวกรัสเซียเป็นฝ่ายล้มจมกองเลือดไป ทำเอา Lara ที่ไม่เคยฆ่าคนมาเลยในชีวิตต้องพยายามตั้งสติกับอาการตกใจของเธอเองอย่างที่สุด ทหารรับจ้างรัสเซียผู้โชคดีคนนี้อาจะไม่รู้เลยว่าเขา