Dead Space 3

posted on 30 Jan 2013 19:24 by decibelperoxide

          

 

                                     Dead Space Time Line

        เส้นทางก่อนความเป็นไปในจักรวาลของ Dead Space จากจุดเริ่มต้นจนถึงภาค 3

            http://decibelperoxide.exteen.com/20130128/dead-space-time-line

 

 

  *********************************************************************
  
                     

 

                                            บทสรุป Dead Space 3



BY Decibel per – oxide

 

Prologue

เมื่อ 200 ปีก่อน …..18 มิถุนายน 2314 ที่ดาว Tau Volantis ที่แสนจะหนาวเย็นด้วยบรรายกาศของพายุน้ำแข็งที่แสนโหดร้าย Tim และ Sam นายทหารจากหน่วยสำรวจ S.C.R.F ( Sovereign Colonies Armed Forces ) จากรัฐบาลโลกได้ออกสำรวจตามหาของบางอย่างท่ามกลางสภาพอากาศที่สุดเลวร้าย [ กด RS แกนอนาล๊อกขวา – จะเป็นการเปิดใช้ระบบ Navigator สำหรับค้นหาทิศทางในเป้าหมายที่ต้องไป ] เดินฝ่าหิมะไปตามทาง [ กด LB เพื่อวิ่ง ] จนพบซากยานที่ตกอยู่บนภูเขาน้ำแข็ง [ กด RB ในการกระทืบ กล่องและซากศพต่างๆเพื่อเก็บไอเทม ] แล้วยิงปืนไปที่ประตูทางเข้า [ กด LT + RT ในการใช้อาวุธปืน ] จนสามารถเปิดประตูยานได้ แต่ก็จะพบกับพวก Necromorphs มากมายที่บุกออกมา จัดการมันให้หมด แล้วลุยเข้าด้านในจนถึงห้องบังคับยาน Tim ก็จะพบแค็ปซูลข้อมูลที่ตามหา เมื่อเก็บมาได้แล้วยานจะเริ่มถล่มลงมาจนทำให้ Tim ต้องรีบหนีเอาชีวิตรอดลงมาจนมาตกที่ government base ที่อยู่ตีนเขา ผู้พัน Earl ออกมาแนะนำตัวก่อนจะขอดูแค็ปซูลข้อมูลที่ Tim ได้มา เขาถาม Tim ว่า รักดาวโลกบ้านเกิดมั๊ย รักครอบครัวมั๊ย ซึ่ง Tim ก็บอกว่า แน่นอนเขารัก หลังจบคำถาม ผู้พัน Earl ก็ยิงเข้าแสกหน้า Tim จนตาย ก่อนที่จะเปิดระบบส่งสัญญาณข้อมูลในแค็ปซูลออกไป หลังจากนั้นเขาก็ยิงตัวตายตามไปในทันที ….

 

 

Chapter 1: Rude Awakening

200 ปีต่อมา …..ที่ Lunar Colony  หลังจาก ไอแซค และ เอลลี่ หนีออกมาจากนรกที่สถานีอวกาศ Sprawl ได้สำเร็จ ไอแซค ถูกจับควบคุมตัวเอาไว้ที่ Lunar Colony หนึ่งในอณานิคมของดาวโลก ทาง EarthGov ต้องการใช้ความทรงจำทั้งหมดของ ไอแซค เกี่ยวกับ The Marker เพื่อใช้ในการควบคุมพลังของ Red Marker ที่ทาง EarthGov  ซึ่งมันก็ตั้งอยู่ใน Titan Station สถานที่เดียวกับที่ไอแซคถูกจับกุ่มตัวมันนั่นเอง ส่วน เอลลี่ นั่นเธอแยกทางกับไอแซคและออกเดินทางกับพวกนักวิทยาศาสตร์ในทีมของเธอเพื่อหาทางหยุดยั้งพลังของ The Makers โดยเธอได้เบาะแสเกี่ยวกับข้อมูลที่ถูกส่งมาจากดาว  Tau Volantis ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีอายุเก่าแก่ถึง 200 ปี เอลลี่และทีมนักวิจับของเธอจึงเดินทางไปยังดาว Tau Volantis ต้นต่อของข้อมูลลึกลับโดยเธอหวังว่าจะได้ข้อมูลเกี่ยวกับลัทธิ Unitology เพื่ออาจจะเป็นทางออกในการหยุดยั้งความวุ่นวายจากพลังของ The Makers ลงได้

 

ในขณะที่ ไอแซค กำลังฟุ้งซ่านอยู่ใน Apartment ของเขาที่เขาโดนควบคุมตัวอยู่ หนึ่งด้วยเพราะความวุ่นวายจากข้อมูลมากมายที่ได้รับการส่งต่อมาจาก The Marker และอีกผลหนึ่งคือทั้งเป็นห่วงและเจ็บใจ เอลลี่ ที่ทิ้งเขาไว้ที่นี่ส่วนเธอก็ออกเดินทางไปหาทางหยุดยั้ง The Marker ด้วยตัวเอง จนจู่ก็เกิดแรงระเบิดอย่างรุนแรงมากจาก Red Marker ที่ Titan Station ใกล้ๆ พร้อมกับนายทหาร 2 คนที่พังประตูเข้ามาช่วยเหลือไอแซค ยังไม่ทันขาดคำประกาศเตือนของโคโลนี่ถึงภัยจากพวก Necromorphs ก็เริ่มขึ้น นายทหาร 2 คนแนะนำตัวว่าชื่อ กัปตัน Robert Norton และ จ่า John Carver เขามีภาระกิจที่จะมาช่วยเหลือและพาไอแซคหนีออกจากที่นี่ ซึ่งไอแซคไม่ยอมไปแน่นอน ก่อนที่เขาต้องเปลี่ยนใจเมื่อ นอร์ตัน บอกว่าจะพาเขาไปหาเอลลี่ เมื่อได้อาวุธจาก นอร์ตัน แล้วเขาจะบอกให้ไอแซคหนีไปตามทางที่เขาบอกเพื่อไปที่จุดรับตัวของยานของทหาร ระหว่างทางจะพบกับพวก Unitologist ( มนุษย์ที่นับถือลัทธิบูชา The Marker Unitology ) มากมายที่บุกเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง ซึ่งนอร์ตันก็บอกเหตุผลไปว่าทั้งหมดนั่นเพราะพวกมันมีเป้าหมายในการกำจัดนายนั่นแหละไอแซค ..

 *******************************************************************

เรียนรู้การบังคับเบื้องต้น

A – สำรวจ

B –  ใช้ไอเทมเติมพลัง

X – รีโหลดกระสุน

Y – ใช้ระบบ Kinesis 

LB – วิ่ง / กด 2 ครั้งในการกลิ้งตัวหลบ  

RB – กระทืบ กล่องและซากศพต่างๆเพื่อเก็บไอเทม

LT + RT - โจมตีด้วยปืน

RT – โจมตีด้วยหมัด

LS แกนอนาล็อกซ้าย – บังคับทิศทาง

RS แกนอนาล็อกขวา – บังคับมุมกล้อง / กดลงตรงๆจะเป็นการก้มต่ำ / กดลงตรงๆค้างเอาไว้จะเป็นการเปิดใช้ระบบ Navigator สำหรับค้นหาทิศทางในเป้าหมายที่ต้องไป

ปุ่มทิศทาง D-pad – ปุ่มทิศทางซ้าย ขวา บน ใช้ในการสลับเปลี่ยนใช้อาวุธเสริม

*********************************************************************

 Mission

Mission ต่างๆสามารถกดดูได้ด้วยปุ่ม back เข้าเมนูหลักซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 อย่างคือ

Objectives – คือ Mission หลักของเนื้อเรื่อง

Optional Mission - คือ Mission เสริมที่ต้องเก็บ Codex เครื่องบันทึกเสียงที่ซ่อนอยู่ตามทางใน Chapter ต่างๆก่อนถึงจะทำได้ ถึงจะไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องโดยตรงแต่ก็จะได้ไอเทมวัตถุดิบดีๆเป็นรางวัลตอบแทนด้วย     

 ********************************************************************  

Navigators Guide

 เมื่อกด RS แกนอนาล๊อกขวาลงไปตรงจะเป็นการเปิดใช้ระบบ Navigator สำหรับค้นหาทิศทางในเป้าหมายที่ต้องไปได้โดยสามารถกดปุ่มทิศทางซ้าย ขวาในการเลือกจุดหมายที่จะไปได้ด้วยโดยจะแบ่งเป็นเส้นสีต่างๆคือ

เส้นทางสีน้ำเงิน – จะนำทางไปตาม Mission หลักที่กำลังทำอยู่ และ สามารถสลับสับเปลี่ยนกับการทำ Optional ได้ด้วย

เส้นทางสีส้ม – จะนำทางไปที่เครื่องสวมชุด Suitkiosk

เส้นทางสีม่วง – จะนำทางไปที่เครื่องผสมอาวุธ BENCH

**********************************************************************

                                   

เมื่อลุยเข้ามาจนถึงถนนของเมืองจะพบรถวิ่งไปมาหนีตายกันมากมายจนข้ามไปไม่ได้ เรียนรู้การใช้ STASIS โดยการกด LT เล็งเป้าหมายแล้วกด Y จะสามารถใช้พลัง STASIS เพื่อให้วัตถุหรือแม้แต่ศัตรูให้ช้าลงได้ ใช้มันกับรถที่วิ่งบนถนนจนรถชนกันวินาจสันตะโรก่อนถึงจะข้ามไปอีกฝั่งได้ เข้ามาแล้วขึ้นไปที่ทางเขาของตึกบริษัท DREDGER CROP ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่บูชา Unitology เมื่อเขามาด้านในไอแซคจะเห็นแถลงการ์ณของ Jacob Arthur Danik ผู้นำองค์กรที่ชั่วร้าย และ อยู่เบื้องหลังในเหตุการ์ณวุ่นวายที่เกิดขึ้นในตอนนี้นั่นเอง เก็บปืนกล Sub machine Gun ที่สุดทางด้านในมา [ เปลี่ยนอาวุธได้ด้วยปุ่มทิศทาง ]   

 

แล้วลุยเข้าด้านในต่อไปขึ้นลิฟต์ด้านในขึ้นไปด้านบนไอแซคหวังว่าจะได้พบทีมช่วยเหลือที่ทาง นอร์ตัน นัดให้มารับแต่กับ Danik ที่นำเอาลูกน้องของมันมาฆ่าพวกหน่วยทหารซะเกลี้ยงก่อนที่มันจะพยายามจับตัวไอแซคไปเพื่อใช้ประโยชน์จากงานวิจัยของมันที่มันเรียกว่า Cycle of Rebirth ก่อนที่มันจะเปิดการทำงานของ Red Marker ใน Marker Test Lab ที่มันทดลองอยู่เพื่อเพิ่มความวุ่นวายมากขึ้นไปอีก แน่นอนว่าเมื่อ Marker เริ่มแสดงพลังออกมามนุษย์มากมายก็ต้องกลายเป็น Necromorph ซึ่งจะทำให้ที่นี่เป็นนรกบนดินได้ภายในพริบตา ไอแซคใช้จังหวะที่ Danik กำลังโม้อยู่รีบหนีโดดลงไปชั้นล่างของตึกทันที เมื่อรอดมาได้แล้ว ไอแซค จะติดต่อไปบอกกับ นอร์ตัน ว่าทีมที่ส่งมานั้นตายหมดแล้วเขาจึงบอกให้ใช้รถไฟในการหนีแล้วเขาจะเอายานไปรับที่ขบวน ทำให้ไอแซคต้องลุยต่อไปจนถึงสถานีรถไฟ ด้านในจะพบรถไฟที่ถูกแยกออกจากกัน

 

เรียนรู้การใช้ KINESIS โดยการกด LT เล็งเป้าหมายแล้วกด B แล้วใช้แกนอนาล็อกขวา RS ในการลากสิ่งของ จะสามารถใช้แส้พลังงานออกมาดึงวัตถุต่างๆที่มีตราสีฟ้าแสดงให้เห็นว่าดึงได้อยู่ จากนั้นก็ใช้มันเล็งไปที่ตราสีฟ้าท้ายขบวนรถไฟแล้วใช้ แกนอนาล็อกขวา RS ในการลากรถไฟขบวนทางซ้ายและขวามาต่อกันได้ เมื่อรถไฟเข้าที่แล้วจัดการศัตรูที่ออกมาให้หมดก่อนขึ้นรถไฟทางท้ายขบวนไป ไอแซคยังคงถามถึง เอลลี่ ทุกครั้งที่นอร์ตันติดต่อมา ซึ่งนอร์ตันก็ตัดความรำคาญไปว่า เธอยังมีชีวิตอยู่ เท่านั้น จากนั้นก็ลุยเข้าไปตามขบวนรถไฟไปจนถึงท้ายขบวนให้เร็วที่สุดเพื่อโดดขึ้นยานที่ นอร์ตัน มารับก่อนที่รถไฟจะระเบิด ซึ่งนายทหารที่ยื่นมือมาช่วยไอแซคจากนรกครั้งนี้ก็คือ จ่า จอห์น คาร์เวอร์ นั่นเอง  …

 

Chapter 2: On Your Own

ยาน U.S.M Eudora ..ไอแซคตื่นขึ้นมาในห้องพยาบาลของยาน ได้พบกับจ่า คาร์เวอร์ ที่กำลังดูรปูครอบครัวที่เสียไปของเขาก่อนที่บอกให้ไอแซคเข้าไปพบ กัปตัน นอร์ตัน ที่ด้านในห้องบังคับการ์ณ นอร์ตัน บอกกับไอแซคว่าเขารู้จักกับเอลลี่ เมื่อตอนที่พบกันที่ Uxor และคบหากับเธออยู่ตอนนี้ ซึ่งล่าสุดเขาได้รับสัญญาณของความช่วยเหลือจากเธอมากจากตำแหน่งนึงหลังจากที่เธอกับทีมนักวิจัยของเธอกำลังเดินทางไปยังยาน C.M.S ROANOKE ของทีมสำรวจของ S.C.R.F เมื่อ 200 ปีก่อน  เพื่อตามหาต้นตอของสัญญาณที่ถูกส่งมาเมื่อ 200 ปีก่อน เมื่อยาน Eudora เดินทางด้วยความเร็วแสงมาถึงที่หมายที่ได้รับสัญญาณจากเอลลี่  พื้นที่ใกล้ๆกับดาว Tau Volantis ก็จะพบว่ามีแต่เศษซากของยานมากมายที่ถูกทำลายจนลอยเกลื่อนไปหมดรวมทั้งซากของยาน C.M.S ROANOKE ด้วย แถมยังมีทุ่นระเบิดมากมายที่พุ่งเข้ามาตอนรับยาน Eudora ที่เพิ่งเดินทางมาถึงจนถูกถล่มจนเสียหายอย่างหนัก นอร์ตัน จึงบอกให้รีบหนีออกจากยานให้เร็วที่สุด 

 

ไอแซคต้องพยายามหนีจากยานที่กำลังจะระเบิดและสูญญากาศที่กำลังจะเข้ามาในยานจนถึงที่เก็บชุด E.V.R suit รีบใส่ชุดแล้วพุ่งตัวในอวกาศ[ กด LB ในการพุ่งตัว / กด RB ในการหลบสิ่งกีดขวาง ] มาที่ยานหนีภัยที่ติดอยู่ ใช้ KINESIS โดยการกด LT เล็งเป้าหมายแล้วกด B แล้วใช้แกนอนาล็อกขวา RS ในการดึงมันให้หลุดออกจากตัวยานจนกระเด็นออกไปนอกยาน พุ่งตัวตามหลบสิ่งกีดขวางต่างๆตามไปให้ทันจนถึงประตูคลังสินค้า ซึ่งนอร์ตันจะให้ไอแซคหาทางเข้าอีกทางไปเปิดประตูใหญ่ให้เขาให้เร็วที่สุด

 

 

 

 

Chapter 3: C.M.S ROANOKE

 

 

ขณะที่ ไอแซค กำลังอยู่ในอวกาศนอกยาน จากนั้นใช้ RS แกนอนาล็อกขวากดลงค้างเอาไว้เพื่อหาเป้าหมายจากนั่นพุ่งตัวตามไปที่ทางเข้า [ LB ] ของซากยาน C.M.S ROANOKE ตรงหน้า เมื่อเข้ามาด้านในแล้วใช้ KINESIS โดยการกด LT เล็งเป้าหมายแล้วกด B ค้างในการเปิดประตูสีฟ้าเข้าไปด้านในได้ เก็บไอเทมต่างๆซึ่งจะมีไอเทมชิ้นส่วนของปืนอยู่ด้วย ซึ่งตอนนี้ยังใช้ผสมไม่ได้เก็บมาให้หมด ลุยเข้าไปด้านในจนถึงห้องควบคุม ใช้ KINESIS โดยการกด LT เล็งเป้าหมายแล้วกด B  แล้วดึงด้วยแกนอนาล็กขวา RS เปิดประตูคลังสินค้าให้นอร์ตันเข้ามา จากนั้นลุยเข้าไปด้านในต่อจนถึงห้องควบคุมซึ่งจะพบว่ามันไม่มีพลังงานอยู่เลย ต้องใช้  KINESIS โดยการกด LT เล็งเป้าหมายแล้วกด B ค้างในการยกแกนพลังงานเอาไปใส่ในช่องของมันที่ท้ายห้องจนพลังงานทั้งหมดกลับมา ซึ่งในนี้จะมีเครื่องผสมอาวุธและไอเทมอยู่ด้วย

 

เครื่อง BEAVH คือเครื่องที่ใช้ในการผสม อัพเกรด อาวุธ และ ไอเทมต่างๆรวมทั้งเป็นที่เก็บของอีกด้วย โดยจะมีเมนูต่างๆจากซ้ายไปขวาคือ

 

- Weapon Crafting ผสมอาวุธ จากชิ้นส่วนปืนและไอเทมวัตถุดิบต่างๆที่เก็บมาได้ โดยแยกออกเป็น

Upper Tool ชิ้นส่วนส่วนบนของปืน

Lower Tool ชิ้นส่วนส่วนล่างของปืน

Frame ชิ้นส่วนด้ามจับปืน

Upper Tool ปากกระบอกปืนส่วนบน หรือ ส่วนที่ใช้ RT ในการยิงนั่นเอง

Lower Tool ปากกระบอกปืนส่วนล่าง หรือ ส่วนที่ใช้ RB ในการยิงนั่นเอง

- Blueprint แปลนอาวุธ ใช้สร้างอาวุธแบบใหม่ โดยใช้ชิ้นส่วนปืนไอเทมวัตถุดิบต่างๆที่เก็บมาได้

- Weapon Upgrade อัพเกรดความสามารถให้อาวุธโดยใช้ไอเทม Upgrade Circuit ที่เก็บมาได้

- item Crafting ผสมไอเทม จากชิ้นส่วนปืนและไอเทมวัตถุดิบต่างๆที่เก็บมาได้

- Safe Store คลังสำหรับเก็บอาวุธและไอเทมต่างๆที่ไม่ๆได้ใช้ ( นั่นเพราะภาคนี้ไอแซคสามารถพกปืนไปได้แค่ 2 กระบอกเท่านั้นเอง )

 

เมื่อลองผสมจากชิ้นส่วนปืนและไอเทมต่างๆที่เก็บมาทั้งหมดที่ผ่านมาก็จะได้ปืน Heavy Standard Line Gun มาใช้ จากนั้นลุยเข้าไปตามทางจนถึงห้องที่เป็นสุญญากาศ [ กดแกนอนาล็กซ้าย LS ในการลอยตัวขึ้นและลงบนพื้น / LB เร่งความเร็ว / RB หลบสิ่งกีดขว้าง พุ่งตัวไปฝั่งตรงข้ามเข้าไปด้านในจนถึงห้องแกนพลังงาน ซึ่งมันจะไม่มีพลังงานสิ่งที่ต้องทำคือเข้าไปชาร์ทพลังงานของแกนทั้ง 3 ตัวรอบๆห้องด้วยการใช้ KINESIS โดยการกด LT เล็งเป้าหมายแล้วกด B แล้วใช้แกนอนาล็อกขวา RS ในการลากแกนลงไปด้านล่าง แล้วกด LT เล็งเป้าหมายที่เครื่องหมายที่ฟ้าด้านบนแล้วกด B ค้างเอาไว้จนกว่าจะชาร์ทไฟเสร็จ จัดการชาร์ทไฟจนครบ 3 แกนแล้วเข้าไปกดแท่นควบคุมเพื่อเปิดพลังงานทั้งหมดของยานกลับคืนมา

 

จากนั้นเข้าด้านในต่อจนถึงลิฟต์ขึ้นไปยังชั้นบนห้อง ROANOKE Central Transport ด้านในจะพบกับ เอลลี่ และทีมนักวิจัยของเธอที่รอดอยู่ Jennifer Santos และ Austin Buckell จากหน่วย Marker Ops จากนั้นนอร์ตันและคาร์เวอร์จะเดินทางมาสมทบ นอร์ตัน รีบโผเข้าไปกอดเอลลี่ทันทีด้วยความเป็นห่วง ส่วนเอลลี่เดินมาทักทายไอแซคเพื่อขอบคุณที่ยอมมาช่วยเธออีกครั้ง ซึ่งดูเหมือนไอแซคจะตอบแบบติดตลกไปว่า เขาคงไม่มีทางเลือดมากนักหรอกน๊ะ นั่นเป็นการสื่อความหมายตรงๆของไอแซคว่าเขายังคงโกรธเอลลี่อยู่ หลังคุยกันจบ นอร์ตัน จะรีบบอกใทุกคนหนีออกจากที่นี่โดยด่วน แต่เอลลี่ยังไม่ยอมไปเพราะเธอยังไม่ได้ข้อมูลสำคัญที่อยู่ในห้องทำงานของ Marjoriel นักวิจัยที่ค้นคว้าเรื่อง The Marker ซึ่งเอลลี่เชื่อว่า Marjoriel นั้นมีข้อมูลสำคัญซ่อนอยู่ ทำให้ความลำบากต้องตกอยู่กับไอแซคอีกแล้วที่ต้องยอมลงไปเอาข้อมูลที่ห้องชั้นล่างมาให้ โดยเขาจะให้ นอร์ตัน และ คาร์เวอร์ พาทุกคนไปที่ที่ปลอดภัยก่อน

 

Chapter 4:History’s Ember

ยาน C.M.S ROANOKE …เป้าหมายคือลงไปชั้นล่างของ Admiral’s Quarter เพื่อลงไปที่ห้องทำงานของ Marjoriel เพื่อเก็บข้อมูลมาให้เอลลี่ เตรียมตัวให้พร้อมแล้วลงลิฟต์ไปชั้นล่างต่อที่ชั้น 3 เข้าไปด้านในจนถึงห้องแกนพลังงาน ซึ่งนอกจากมันจะไม่มีพลังงานแล้ว ยังจะมีสัตว์ต่างดาวขนาดใหญ่ที่มีหนวดยาวคอยโจมตีอยู่ด้วย สิ่งที่ต้องทำคือเข้าไปชาร์ทพลังงานของแกนทั้ง 3 ตัวรอบๆห้องด้วยการใช้ KINESIS โดยการกด LT เล็งเป้าหมายแล้วกด B แล้วใช้แกนอนาล็อกขวา RS ในการลากแกนลงไปด้านล่าง แล้วกด LT เล็งเป้าหมายที่เครื่องหมายที่ฟ้าด้านบนแล้วกด B ค้างเอาไว้จนกว่าจะชาร์ทไฟเสร็จ ถ้าหนวดของสัตว์ต่างดาวเข้ามาโจมตีก็ใช้ พลัง STASIS ยิงให้มันช้าลงแล้วยิงที่จุดแดงบนหนวดเพื่อทำลายมันได้ จัดการชาร์ทไฟจนครบ 3 แกนแล้วเข้าไปกดแท่นควบคุมเพื่อเปิดพลังงาน จากนั้นเข้าประตูด้านในลงไปชั้นล่างต่อจนถึงทางเดินที่เป็นพัดลมระบายอากาศขนาดใหญ่ในช่องทางสุญญากาศ ตรงนั้นจะมีเครื่องเติมพลัง STASIS อยู่ด้วย ใช้ STASIS โดยการกด LT เล็งเป้าหมายแล้วกด Y ยิงไปทีใบพัดของพัดลมให้มันช้าลงแล้วพุ่งตัวรอดผ่านไปจนถึงทางเข้าฝั่งตรงข้าม

 

เข้าไปที่หน้าห้องำงานสำรวจหน้าจอแล้วจัดการกดลากจุด 2 จุดบนจอให้ไปทับตรงที่จุดที่ขึ้นมาด้วยแกนอนาล็อกซ้าย – ขวา ให้ครบทุกชุดที่ขึ้นมาประตูลิฟต์ด้านในก็จะเปิด ขึ้นไปที่ห้องทำงานชั้นบนจะเป็นห้องของ Marjoriel ซึ่งก็พบเธอนอนเป็นปุ๋ยอยู่ในห้องด้วย เมื่อไอแซคเห็นอักขระของภาษา Unitology เขาก็เริ่มจดจ่อกับมันทันที จนคราเวอร์ที่ตามเข้าทีหลังต้องดึงสติเขากลับคืนมา โดยเขาจะพบว่า Marjoriel กำลังค้นคว้าและตามหาสิ่งนึงที่เรียกว่า Key ซึ่งมันจะนำพาไปสู่จุดกำเนิดของ The Marker  ไอแซคจึงรีบส่งรายละเอียดกลับไปให้เอลลี่ทันที แล้วเธอจะบอกให้รีบกลับมรรวมกลุ่มที่ห้องควบคุม จากนั้นก็ลุยย้อนกลับมาตามทางจนถึงห้องควบคุม จะพบกับเอลลี่ที่กำลังหาข้อมูลยานอวกาศทั้งหมดที่อยู่ที่นี่ว่ามีลำไหนพอจะใช้หนีออกจากที่นี่ได้บ้างจนพบยานลำนึงที่ชื่อ Crozier ซึ่งมันจอดอยู่ในซกยานแม่ Terra Nova โดยเธอจะให้ไอแซคหาทางไปที่นั่นเพื่อตรวจสอบดู จากนั้นออกไปทางประตู Repair Bay ระหว่างทางจะพบกับเครื่อง SuitKidsk ซึ่งใช้ในการเปลี่ยนชุด (ซึ่งตอนนี้มีแค่ชุดเดียวนั่นแหละ) และอัพเกรด RIG ระบบต่างๆของชุด

 

SuitKidsk

 
 
 
 
 
 
 
RIG Upgrade

- Hit Point อัพดกรดแถบค่าพลังชีวิต

- AIR อัพดกรดแถบค่าของอากาศ

- Armor อัพดกรดความทนทานของชุด

KINESIS Upgrade เพิ่มความสามารถให้ระบบ KINESIS

STASIS Upgrade เพิ่มความสามารถให้ระบบ STASIS

 

ระหว่างทางที่เข้าไปด้านใน นอร์ตัน จะติดต่อมาเพื่อขอให้ไอแซคช่วยเขาหยุดการกระทำของเอลลี่ที่ต้องการไปหยุดยั้ง Marker เพราะเกรงว่าเธอจะได้รับอันตราย แต่ไอแซคกับเห็นด้วยกับเอลลี่ที่ต้องหาทางหยุดยั้ง The Marker ก่อนด้วยทุกวิธีที่ทำได้ ซึ่งไม่ว่ายัง นอร์ตัน ก็จะทำทุกวิถีทางที่จะหยุดเธอ เขาบอกก่อนที่จะขาดการติดต่อไป จากนั้นลุยเข้าไปตามทางจนถึงประตูทางออกเปิดแอร์ล็อคออกไปที่นอกยาน จากนั้นใช้ RS แกนอนาล็อกขวากดลงค้างเอาไว้เพื่อหาเป้าหมายจากนั่นพุ่งตัวตามไปที่ยานขนส่งขนาดเล็กที่จอดอยู่ เข้าแล้วเลือกเดินทางไปยัง Terra Nova ได้เลย

 

Chapter 5:Expect Delays

ยาน C.M.S Terra Nova … ไอแซคจะเข้ามาทางส่วน Crew Dock ชั้น 3 ของยาน แล้วลงลิฟต์ด้านในมาชั้นที่ 2 ส่วนของ Bridge เข้าห้องควบคุมจัดการ Hack ระบบที่แผงไฟด้วยการใช้แกนอนาล็อกซ้าย LS หมุ่นจนเจอแถบสีนำเงินแล้วกด A ไปเรื่อยๆก็จะสามารถเปิดระบบพลังงานของยานได้ เข้าไปด้านในผ่านห้องเก็บสินค้า (Cargo Hold ) ไอแซคจะสำรวจพบหุ่น Scavenger Bot ตกอยู่เขาจึงเอามันมาใช้งานซึ่งมันจะติดตั้งอยู่ที่มือของไอแซค กดปุ่มทิศทางขึ้นบนแล้วกด LT ในการใช้มันสแกนหาไอเทมตามที่ต่างๆ หรือ กด RT เพื่อปล่อยให้มันสำรวจไปเอง จนได้ระยะเวลาพอเหมาะค่อยไปสำรวจ เครื่อง BEAVH เจ้าหุ่นมันก็จะส่งไอเทมต่างๆที่มันหามาได้มาให้ผ่านทางเครื่องนี้ ซึ่งดูเหมือนให้มันหาเองจะปลอดภัยกว่าเดินสแกนหาในสถานที่อันตรายแบบนี้แน่นอน

 

ลุยเข้าไปตามทางจนถึงห้อง Fore Station เมื่อกดสวิตซ์ที่แท่นควบคุมรถรางอวกาศจะพบว่ารางมันขาดจนหมด ไอแซคจึงต้องไปหาทางซ่อมแซมรางก่อน จากนั้นขึ้นลิฟตืไปชั้นบนที่ห้องควบคุมด้านใน ที่ด้านนอกยานจะพบชิ้นส่วนของรางรถไฟกระจายไปทั่ว สำรวจหน้าจอเพื่อทำการประกอบรางโดยใช้แกนอนาล็อกซ้าย ขวา นำชิ้นส่วนทั้ง 2 ด้านมาประกอบกันให่ลงล็อกให้หมดจะได้เป็นรางกลับมาเหมือนเดิม จัดการศัตรูให้หมดแล้วลุยย้อนกลับมาที่ห้อง Fore Station ระหว่างจะพบ Necromorphs ชนิดที่สามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งสามารถใช้ STASIS ยิงให้มันช้าลงแล้วทำลายมันได้ซักพัก เพื่อถ่วงเวลาการหนีเท่านั้น เข้ามาในห้อง Fore Station กดสวิตซ์ควบคุมรถราง แล้วต้านศัตรูมากมายที่บุกเข้ามาเอาไว้จนกว่ารถรางจะมาเทียบท่า แล้วรีบขึ้นไปได้เลย สำรวจแท่นควบคุมเลือกเดินทางไปยัง Mid Station เพื่อเก็บไอเทมต่างๆก่อนแล้วค่อยเลือกเดินทางไปยัง Aft Station ต่อไป …

 

 

Chapter 6: Repair to Ride

ยาน C.M.S Terra Nova .. Aft Station มาถึงแล้วลงลิฟต์มาที่ชั้นล่างจะมาที่โรงเก็บยาน Crozier ลงลิฟต์กลางเลือกลงล่างมาที่ยานด้านล่าง เมื่อไอแซคสำรวจดูที่แผงควบคุมบนตัวยานซึ่งตอนนี้มันยังต้องซ่อมแซมเพราะไม่มีตัวรับสัญญาณ Shuttle Remote อยู่ทำให้ต้องหาไอเทมต่างๆมาผสมกันเพื่อสร้าง Shuttle Remote ขึ้นมาทดแทน จากนั้นก็เริ่มหากันเลย ในโรงเก็บนี้จะมีอยู่ 2 ฝั่งซ้ายที่ทางเข้าและฝั่งขวา ลงลิฟต์เล็กไปชั้นล่างของทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวาไป ก็จะมีไอเทม Circuit Broad , Radio Controller และ RRS Location Module โดยจะอบู่ชั้นล่างของฝั่งซ้าย 1 อันและชั้นล่างของฝั่งขวา 2 อัน ระหว่างลงไปเก็บนั้นพวกศัตรูจะออกมาตลอด รีบเก็บให้ครบแล้วข้ามลิฟต์มาที่ฝั่งขวาจะมีเครื่องผสมไอเทมอยู่ จัดการเอาทั้ง 3 ไอเทมที่เก็บมาผสมเป็น Shuttle Remote ออกมา แล้วนั่งลิฟต์ลงไปใส่ที่หัวยานได้เลย

 

จากนั้นนอร์ตันจะวิทยุมาบอกอีกว่า ยานยังไม่มีน้ำมันเชื้อเพลิง ไอแซคก็ต้องข้ามไปฝั่งขวาลงลิฟต์มาชั้นล่างของโรงเก็บยานเข้าประตูบนปีนขึ้นไปบนห้องควบคุมการส่งจ่ายเชื้อเพลิง เข้าไปที่หัวจ่ายน้ำมันทางขวา แล้วใช้ KINESIS โดยการกด LT เล็งเป้าหมายแล้วกด B แล้วใช้แกนอนาล็อกขวา RS ในการลากหัวจ่ายน้ำมันลงมาที่ยานแล้วไปกดสวิตซ์ปล่อยน่ำมันออกมา ต้านศัตรูที่ออกมาจนกว่าน้ำมันจะเต็ม จากนั้น นอร์ตันจะบอกว่าเส้นทางออกของยานมีสิ่งผิดปกติขวางอยู่อีก ไอแซคก็ต้องขึ้นลิฟต์ฝั่งซ้ายขึ้นไปชั้นบนหลังคาของโรงเก็บยาน เข้าไปใช้ป้อมปืนกลยิงทำลายสิ่งกีดขวางและศัตรูให้หมดจนเกิดการระเบิดขึ้นทำให้ไอแซคกระเด็นออกไปด้านนอกอวกาศแต่ยาน Crozier ก็ออกมาที่ด้านนอกโรงเก็บได้ในที่สุด เมื่อไอแซคพุ่งตัวข้ามมายังทางเข้าฝั่งตรงข้าม นอร์ตันจะวิทยะมาบอกว่า เครื่องยนต์ของยานต้องการอะไหล่มาซ่อมแซมอีก ทำให้ไอแซคต้องเหนื่อยต่อ เข้าไปด้านในจนถึงทางเข้ายานขนส่งแล้วเลือกเดินทางกลับมายัง Greely อีกครั้ง

 

Chapter 7: Mayhem

เมื่อออกมาจากยานขนส่งแล้ว กดแกนอนาล็กขวา RS ดูเป้าหมายที่ต้องไปให้ชัดแล้วพุ่งตัวอกไปยังอวกาศเพื่อเข้าไปที่ยาน C.M.S Greely ที่ลอยอยู่ ใช้ KINESIS โดยการกด LT เล็งเป้าหมายแล้วกด B ดึงเอาพนังยานออกให้หมดแล้วดึงเอา เครื่องยนต์ ออกมาด้านนอกจากนั้นนอร์ตันจะเข้ามารับช่วงต่อนำไปติดตั้งยานเอง ซึ่งตรงนี้สามารถทำ Optional Mission (มิชชั่นเสริม) ได้ด้วย

 

Optional Mission . .พุ่งตัวเข้าไปในยาน C.M.S Greely จะพบว่าด้านในมือสนิทเพราะไม่มีพลังงาน เข้าไปด้านในต่อจนถึงห้องควบคุมลงมาชั้นล่างจะพบเครื่องปั่นไฟ ใช้ KINESIS โดยการกด LT เล็งเป้าหมายแล้วกด B ค้างเพื่อทำให้เครื่องปั่นไฟทำงานจนพลังงานของยานกลับมาทั้งหมด จากนั้นขึ้นลิฟต์ไปชั้นบนต่อที่ห้อง Radio Room สำรวจ Fuse Box แล้วปรับระบบไฟให้เป็นดังนี้ [จากบนลงล่าง]  แดงขวา / แดงขวา / ส้มซ้าย / แดงขวา / แดงซ้าย / ส้มซ้าย เท่านี้ระบบสื่อสารทั้งหมดก็จะทำงาน เข้าไปด้านในต่อจนถึงห้องทำงานใช้ KINESIS โดยการกด LT เล็งเป้าหมายแล้วกด B ค้าง เปิดฟังข้อมูลในเครื่องบันทึกบนโต๊ะทำงานจะได้ข้อความของ Laura Engstrom มา จากนั้นย้อนกลับไปห้องที่มีเครื่องผสมอาวุธตรงหน้าทางเข้าช่วงแรก จะสามารถเข้าห้องทำงานของ Laura Engstrom ได้แล้ว เก็บข้อมูลเสียงในคอมมาให้หมด แล้วไอแซคจะสั่งไปให้เอลลี่ ก็เป็นอันจบเควสย่อย …..

 

จากนั้นกลับมาทำมิชชั่นหลักกันต่อ เข้าไปยังยานขนส่งเพื่อเลือกเดินทางกลับไปที่ยาน ROANOKE อีกครั้งเพื่อเก็บวัตถุดิบส่วนสุดท้ายเพื่อใช้ซ่อมแซมยาน สิ่งที่ต้องทำคือพุ่งตัวไปในอวกาศเป้าหมายคือเรดาร์ขนาดเล็กๆ ( ที่มีไฟกระพริบสีเขียว) ที่ลอยอยู่รอบยาน ROANOKE เข้าไปเก็บไอเทม Flight Record มาให้หมดทั้ง 3 จุด แล้วเข้าไปในซากยาน ROANOKE เข้าไปจนถึงเครื่องผสมไอเทมนำ Flight Record ทั้ง 3 อันผสมกันออกมาก็จะได้ไอเทม Uav Brray มา ออกจากยาน ROANOKE พุ่งตัวไปในอวกาศเข้าไปที่ยาน Crozier ที่จอดรออยู่นำไอเทม Uav Brray ไปใส่ที่แผงวงจรบนหัวยานแล้วเข้าไปในยานได้เลย เข้ามาแล้ว เอลลี่จะให้ช่วยยกแท่นพลังงาน 3 แท่งใส่ลงไปในช่อง โดยการใช้ KINESIS กด LT เล็งเป้าหมายแล้วกด B ค้าง พลังงานทั้งหมดของยานก็จะกลับมาปกติพร้อมใช้งานแล้ว ทุกคนจึงเตรียมออกเดินทาง ซึ่งถึงแม้ว่านอร์ตันจะไม่ต้องการให้เอลลี่ไปเสี่ยงอันตรายก็ตามแต่เขาก็รู้ดีว่า ตอนนี้หน่วย EarthGov ของโลกนั้นไม่มีเหลืออีกแล้ว เขาจึงขัดเอลลี่ไม่ได้ในที่สุด

 

เมื่อทุกอย่างพร้อม ไอแซค , เอลลี่ , นอร์ตัน และ คาร์เวอร์ ก็ทำการกำหนดเป้าหมายไปที่ดาว Tau Volantis ตรงหน้า แต่ที่ไอแซคกำลังห่วงคือ ทุ่นระเบิดและซากยานมากมายที่ขวางทางเข้าสู่วงโคจรของดาวมากกว่า เขาจึงพยายามใช้ปืนกลยิงทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้าให้พ้นทางวิ่งของยานให้หมด แต่ถึงอย่างนั้นยาน Crozier ก็ถูกชนจากทุ่นระเบิดและซากยานจนเสียหายอย่างหนักซึ่ง ไอแซค

 

 

ไม่มีทางเลือกที่จะดันทุลังนำยานพุ่งเข้าสู่วงโคจรแรงดึงดูดของดาว Tau Volantis อย่างเต็มแรงจนยานเสียหายอย่างหนักจนตัวยานเกิดการฉีกขาดขนระเบิดออกจากกัน ส่งผลให้ทุกคนบนยานกระจัดกระจายหายไปและถูกกลืนหายไปกับพายุหิมะสีขาวโพรนบนดาว Tau Volantis นรกเยือกแข็งที่แสนจะน่ากลัวโดยไม่รู้ชะคากรรม  …..

 

Chapter 8: off the Grid

 

 

       

 

ดาว Tau Volantis …ไอแซครอดชีวิตจากยานตกกระแทกพื้นอย่างบอบช้ำทามกลางซากยานที่กระจัดกระจายไปทั่วทุ่งน้ำแข็งที่เต็มไปด้วยสภาพเลวร้ายของพายุน้ำแข็งที่หฤโหดของดาวดวงนี้ แต่เขาก็ไม่วายตระโกนหาเอลลี่ด้วยความเป็นห่วง เขาจึงพยายามเดินหาเอลลี่ไปตามทาง

 

ซึ่งตอนนี้สภาพชุดของไอแซคนั้นเสียหายอย่างหนักจึงไม่สามารถใช้ระบบ Navigator Guide ได้ แถมชุดที่ใส่อยู่ตอนนี้ก็เป็นสูทที่ใช้กับอวกาศจึงไม่สามารถทนสภาพอากาศที่เลวร้ายของที่นี่ได้เลย ด้านหลังของไอแซคจึงมีตัวเลขของอุณหภูมิร่างกาย 37 องศาอยู่ ซึ่งมันจะค่อยๆลดลงไปเรื่อยๆเหมือนกันค่าอากาศตอนอยู่ในอวกาศ ซึ่งสามารถให้มันเพิ่มได้ก็ต่อเมื่อเข้าไปใกล้ไฟหรืออยู่ในอาคารเท่านั้น ดังนั้นตอนนี้ไอแซคต้องใช้การเอาตัวรอดจากสถานะการ์ณไปให้ได้โดยการเข้าไปใกล้กองไฟข้างๆและบรรดาค่ายของนักสำรวจที่ยังพอมีเครื่องปั่นไฟให้ความร้อนอยู่บ้างตาม (ใช้ KINESIS โดยการกด LT เล็งเป้าหมายแล้วกด B ย้ำๆเพื่อเปิดการทำงานของเครื่องปั่นไฟ )  แถมยังมีพวก Necromorphs พันธ์เยือกแข็งออกมาก่อกวนอีก ถือว่าลำบากจริงๆงานนี้ พยายามเดินไปตามพลุไฟสีแดงที่ตกตามทางไปเรื่อยๆ จนถึง Way Station  ค่ายใหญ่ค่ายสำรวจของ SCAF ซึ่งก็จะสุดทางของเขตนี้พอดีเพราะพรมแดนด้านหน้าจะเป็นเขตพายุรุนแรงยังไม่สามารถผ่านไปได้เลยในสภาพชุดแบบนี้ เข้าไปในค่ายจะพบ Buckell กำลังนอนหนาวใกล้ตายอยู่ เขาบอกถึงความเลวร้ายของสภาพอากาศให้ไอแซคฟังก่อนจะสิ้นใจตายไปต่อหน้า ..ทำให้ไอแซคเริ่มคิดได้ว่าก่อนอื่น ต้องหาชุดมาเปลี่ยนเพื่อความอยู่รอดของสภาพอากาศที่เลวร้ายแบบนี้ก่อน

 

Chapter 9: Onward

Way Station … สำรวจค่ายนี้ให้ทั่วๆ ด้านในจะพบเครื่องปั่นไฟใช้ KINESIS กด LT เล็งเป้าหมายแล้วกด B ย้ำๆเพื่อเปิดการทำงานของเครื่องปั่นไฟก่อนเลย ข้างๆจะพบเครื่อง BENCH ที่ใช้ในการผสมอาวุธอยู่ด้านในด้วย สังเกตดูที่พนังจะมีเฟืองเรืองแสวสีน้ำเงินอยู่ ใช้ KINESIS กด LT เล็งเป้าหมายแล้วกด B ค้างดึงมันออกมา 1 อันแล้วยกไปใส่ที่ข้างๆลิฟต์ตรงที่ Buckell นอนตายอยู่ ลิฟต์ด้านในก็จะทำงานแล้ว ลงลิฟต์ไปด้านล่างแล้วดูจากสภาพศพของผู้โชคร้ายที่นอนตายในนี้ก็ต้องรู้ได้เลยว่ามันเต็มไปด้วย Necromorphs มากมายแน่นอนเขาถึงปิดตานชั้นใต้ดินเอาไว้ ลุยเข้าไปด้านในจนถึงห้องเครื่อง ที่แผงวงจรที่พนังให้ใช้ KINESIS กด LT เล็งเป้าหมายแล้วกด B ค้างเพื่อหมุนฟันเฟืองให้ขั้วมันตรงกันจนต่อการะแสไฟให้ลูกสูบทำงาน จากนั้นก็วิ่งเข้าไปในช่องทางที่ลูกสูบเลื่อนเข้าออกโดยใช้ STASIS ช่วยทำให้มันช้าลงแล้ววิ่งเข้าไปด้านในจะพบแผงวงจรควบคุมอันที่ 2 ใช้ KINESIS กด LT เล็งเป้าหมายแล้วกด B ค้างเพื่อหมุนฟันเฟืองให้ขั้วมันตรงกันจนต่อการะแสไฟให้เครื่องจักรทั้งหมดทำงาน แล้วพลังงานของชั้นใต้ดินนี้ก็จะใช้การได้ทั้งหมดแล้ว จัดการพวก Necromorphs มากมายให้หมด แล้ววิ่งเข้าไปในช่องทางที่ลูกสูบเลื่อนเข้าออกโดยใช้ STASIS ช่วยทำให้มันช้าลงแล้ววิ่งเข้าไปด้านในจนถึงบันไดขึ้นชั้นบน ในห้องควบคุมเก็บ Codex Code บันทึกเสียงของจ่า Conchran บนแท่นควบคุมมาด้วย ( จะเป็นการปลดล็อก Optional Mission ของ Chapter นี้ ) ด้านในห้องจะพบเครื่อง Suitkiosk สำหรับเปลี่ยนชุดอยู่ สำรวจดูจะพบว่ามีชุดใหม่อยู่ด้วย จัดการเปลี่ยนเป็นชุด Arctic Survive Suit  ได้เลย เท่านี้ระบบต่างๆของไอแซคก็จะกลับสู่สภาพปกติและยังทนสภาพอากาศหนาวได้อีกด้วย ผ่านการสแกนเปิดประตูเข้าด้านในลงลิฟต์กลับมาชั้นแรกแล้วออกจากที่นี่ได้เลย .. [ ออกมาแล้วไม่รีบไปไหนก็แวะทำ Mission เสริมก่อนก็ได้ ]

 

Optional Mission  – Supply Depot  …กดเข้าดูใน Mission เลือกทำ Optional Mission นี้แล้วกด RS แกนอนาล๊อกขวาลงไปตรงจะเป็นการเปิดใช้ระบบ Navigator กดปุ่มทิศทางซ้ายขวาเพื่อสลับมาทำเนื้อเรื่องเสริมก่อน ย้อนกลับไปที่ค่ายของ SCAF ที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ที่เข้าไม่ได้ตอนนี้จะสามารถเปิดเข้าไปได้แล้ว ลุยเข้าไปด้านในตามทางจนถึงห้อง Explosive Storage ด้านในจะพบลิฟต์ขนาดใหญ่กลางห้อง จัดการฝูงNecromorphs ที่ออกมามากมายให้หมด แล้วลิฟต์จะเลื่อนลงมาพร้อมลังไอเทมดีๆเพียบ เก็บมาให้หมดก็เป็นอันจบเควส ออกจากที่นี่ได้เลย

 

 

กลับมาเนื้อเรื่องหลักกันต่อ…  ที่หน้าค่าย Way Station จะมีด่านเขตแดนที่มีพายุรุนแรงซึ่งตอนแรกผ่านไปไม่ได้เพราะไม่มีชุด Snow Suit เข้าไปในอาคารเพื่อสแกนชุดประตูก็จะเปิดออกให้ผ่านเข้าไปอีกด้าน เขตพายุนั้นค่อนข้างมองทางยากและเดินลำบากแถมยังมี Necromorphs ออกมาก่อนกวนอีก ลุยเข้าไปตามทางผ่านเนินเขาไปจะพบรั้วของป้อมขนาดใหญ่ ซึ่งไอแซคจะพบกับ นอร์ตัน และ เอลลี่ที่นี่ด้วย เอลลี่จะติดต่อมาว่าทุกคนปลอดภัยอยู่ที่นี่กันหมด ในขณะที่กำลังคุยกัน สัตว์ต่างดาวขนาดใหญ่ก็บุกเข้ามาทำให้พวก นอร์ตัน ต้องเข้าไปต้านมันเอาไว้ เข้าไปที่อาคารข้างลิฟต์เข้าไปใช้ KINESIS กด LT เล็งเป้าหมายแล้วกด B เพื่อเปิดที่ปั่นไฟแล้วออกมาขึ้นลิฟต์ข้างๆ แต่เจ้า สัตว์ต่างดาวขนาดใหญ่ ก็โจมตีลิฟต์จนพังทำให้ไอแซคต้องร่วงมาที่ลานกว้าง ไม่มีทางเลือกเขาต้องสู้กับมันแบบตัวต่อตัวแล้ว Boss - Snow Monster

 

จุดอ่อนอยู่ในปาก แต่ต้องยิงทำลายเส้นหนวดสีแดงบนหลังของมันทั้ง 3 เส้นให้หมดก่อนแล้วมันจึงจะอ้าปากให้ยิงถล่มเข้าไป พยายามทำแบบนี้ไปเรื่อยๆก็จะจัดการจนมันหนีไปได้ จากนั้นขึ้นด้านบนรั้วแล้วเข้าไปด้านในป้อมได้เลย …

 

 

 

 

                                                            DISC 2

 

 

 

Chapter 10: Now We Know

Excavation Headquarter…. ภายในห้องทำงานหลักของ Site ก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ทาง SCAF ได้เริ่มขุดเจาะเอาไว้เมื่อ 200 ปีก่อน ไอแซคได้พบกับเอลลี่ , คาร์เวอร์ , นอร์ตัน และ ซานโตสอีกครั้ง อย่างน้อยเขาก็ดีใจที่ 4 คนที่เหลือยังปลอดภัย  เอลลี่รีบเข้ามาถามเรื่องราวต่างจากไอแซคด้วยความห่วงใยทันที ทำให้นอร์ตันที่ไม่ค่อยชอบหน้าไอแซคอยู่แล้วแสดงความหึงหวงและไม่พอใจออกมา ทำให้เอลลี่ต้องปรามว่า การทำงานทั้งหมดต้องพึ่งไอแซคอย่างมาก เขาจึงสำคัญที่สุด เธอบอกถึงแผนการต่อไปว่า เธอมีเป้าหมายที่จะสืบค้าต่อ ไม่ว่าอะไรที่ทาง SCAF ได้ขุดค้นหาและทำการวิจัยค้างไว้เมื่อ 200 ปีก่อน อาจจะมีข้อมูลที่ใช้ในการทำลาย The Marker อยู่ในนั้นด้วยก็ได้ ส่วนซานโตสจะบอกข้อมูลเสริมถึงเรื่องที่เธอค้นหาข้อมูลมาว่า ข้อมูลการทดลองทั้งหมดน่าจะอยู่ในห้อง Lab ของ Rosetta ที่อยู่ด้านใน ซึ่งนั่นเป็นภาระกิจที่ทุกคนกำลังจะเข้าไปด้านใน …

 

เมื่อออกมาด้านนอกอาคารทุกคนจะสังเกตเห็นว่ายานของพวกลัทธิ Unitology ของ Danik ได้เข้ามาถึงที่นี่แล้วเหมือนกันและเป้าหมายของพวกมันก็น่าจะเป็นการค้นหาข้อมูลที่กำลังจะทำลายสิ่งที่มันเคารพบูชาอยู่นั่นเอง จนทำให้ไอแซคต้องตกลงไปชั้นล่าง พยายามจัดการทหาร Unitologist ให้หมดแล้วเอลลี่จะบอกว่าให้หาทางไปเจอกันที่โกดังด้านใน จากนั้นก็ลุยเข้าไปตามทางที่เต็มไปด้วยทหาร Unitologist ที่รวมตัวกับเนโครมอร์ฟกันเละเทะไปหมด ทำให้พวกมันตายยากขึ้นแถมยังมีชิ้นส่วนล่างกายที่ยังหลังเหลือเข้าโจมตีได้อีกต่างหาก ลุยไปตามสถานที่ก่อสร้างที่มีขุดเจาะค้างเอาไว้ลงลิฟต์ไปชั้นล่างเรื่อยๆ ยิ่งไอแซคพยายามลงลึกไปเรื่อยๆเขาก็จะได้เห็นอรายธรรมแปลกๆและน่าสยดสยองมากขึ้น รวมทั้งสิ่งปลุกสร้างประหลาดขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าที่ไม่แตกต่างอะไรกับเขากำลังก้าวเข้าสูขุมนรกเลยก็ว่าได้  เข้ามาจนถึงหน้าห้องด้านในที่หน้าแท่นควบคุมจะต้องใช้แกนอนาล็อกลากจุดวงกลม 2 วงให้มาทับจุดวงกลมที่ขึ้นมาบนจอแล้วกด A ให้ทันเวลาที่กำหนดให้ครบทุกจุดก็จะเปิดประตู Drill Site เข้าด้านในได้ เข้าไปจนถึงห้อง Coning Platform แล้วใช้ Kiensis หมุนเปิดเครื่องปั่นไฟเพื่อเปิดประตูด้านในเข้าไปจะพบว่าเป็นเขตขุดเจาะและมีสว่านขนาดใหญ่ขวางทางเข้าด้านในเอาไว้ จัดการใช้ KINESIS กด LT เล็งเป้าหมายแล้วกด B ค้างเพื่อหมุนฟันเฟืองทั้ง 2 ข้างของหัวสว่านทำให้มันเริ่มทำงานอีกครั้ง

 

 

Boss Big Drill ที่หมุนเจาะพื้นเข้าโจมตีแถมพวก เนโครมอร์ฟมากมายก็ออกมารุมอีกด้วย พยายามใช้ Stasis ทำให้สว่านช้าลง แล้วเล็งยิงไปที่หลอดแก้วด้านในของหัวสว่าน พยายามหลบการหมุนของมันให้ดีๆรวมทั้งก็ต้องจัดการพวกศัตรูไปด้วย ยิงเข้าไปที่จุดอ่อนด้านในของมันเรื่อยๆก็จะจัดการมันได้

 

 

จากนั้นก็จะสามารถเข้าประตุด้านในไปได้แล้ว ขึ้นลิฟตืไปชั้นบนเข้าประตู NX – 03 Site ไปตามทางจนถึงส่วนล่างของโกดังเก็บซากโบราณของ Nexus อสูรกายขนาดใหญ่เมื่อหลายร้อยปีก่อน ซึ่งเอลลี่จะติดต่อมาว่าเธอมีแผนที่จะตรวจสอบดีเอ็นเอและความทรงจำของมันวึ่งอาจจะนำทางเราไปเจอสิ่งที่เราตามหาอยู่ใต้ดินด้วยก็ได้ ไอแซคเห็นเอลลี่ตื่นเต้นกับเจาสัตว์ยักษ์จึงบอกไปว่า เดี๋ยวก็ได้วิ่งป่าราบกันอีกจนได้ ..เข้าห้อง Furnace Room จะพบเครื่อง Suitkiosk สำหรับเปลี่ยนชุดอยู่ในนี้ด้วย ซึ่งจะมีชุดใหม่อยู่ด้วย Archaeologist Suit ชุดสูทนักสำรวจ จากนั้นก็ขึ้นลิฟต์ไปชั้นบนต่อ …

 

Chapter 11: Signal Hunting

Speciman Facility … ขึ้นลิฟต์ออกมานอกอาคารเข้าไปสำรวจที่ห้องพลังงานที่สุดทางจะพบว่าประตูมันเปิดแง้มเปิดได้แค่ครึ่งเดียว จากนั้นเดินย้อนไปที่ช่องทางซ้ายของลิฟต์ ใช้ KINESIS กด LT เล็งเป้าหมายแล้วกด B เปิดฝามันออกแล้วจะพบแท่นพลังงานด้านใน ยกมันมาใส่ในห้องพลังงานตรงช่องว่างของประตู แล้วขึ้นบันไดไปทางซ้าย ลุยศัตรูขึ้นไปจนถึงหลังคาห้องจะมีทางโดดลงไปในห้องได้ ใช้ KINESIS กด LT เล็งเป้าหมายแล้วกด B เอาแกนพลังงานใส่ในช่องเพื่อให้พลังงานทั้งหมดกับมาเหมือนเดิม แล้วย้อนกลับลงลิฟต์ไป เอลลี่จะติดต่อมาให้ไอแซคเปิดวาล์ว Heater เพื่อละลาบน้ำแข็งให้ซากของ Nexus โดยเมื่อมาถึงที่ดกดังเก็บซากแล้ว ไอแซคต้องทำการเปิดเครื่องทำความร้อนโดยสำรวจที่แท่นควบคุมความร้อนจะมีหม้อแปลงอยู่ 4 อัน เมื่ออันไหนมีไฟติดขึ้นมาก็รีบใช้ ใช้ KINESIS กด LT เล็งเป้าหมายแล้วกด B ค้างหมุน ทำแบบนี้ต่อเนื่องกันเรื่อยๆจนพลังงานเต็ม 100 % Heater ก็จะละลายน้ำแข็งบนซาก Nexus ออกจนหมด จากนั้นขึ้นไปคุยกับซานโตสชั้นบนของโกดังเก็บซาก เธอจะบอกแผนของเธอว่า เธอต้องการตรวจสอบจุดรับรู้ความจำผ่านทาง DNA ของซาก Nexus เพื่อหาร่องรอยของสัญญาณที่อาจตกค้างอยู่ในซากสัตว์ดึกดำบรรพ์ตัวนี้ โดยเธอต้องการจะทำปืนสัญญาณขึ้นมาเพื่อใช้ตรวจจับสัญญาณที่อยู่ภายในตัวมัน เธอจึงให้แบบแปลนกับไอแซคมาโดยจะให้เขาไปช่วยหาวัตถุดิบ Probe Components มา 3 ชิ้น และผสมสร้างปืนนี้มาให้ด้วย

 

เมื่อได้ตำแหน่งของไอเทมที่จะหาจากซานโตสแล้วก็เดินทางลงลิฟต์ย้อนกลับไปแถวสิ่งก่อสร้างประหลาดที่ริวเหวแล้วเข้าประตู Plateau Access ทางขวาต่อไป ลุยเข้าไปตามทางผ่านห้อง Delta Barracks จะเห็นหนังที่ฉายให้ดูเกี่ยวกับสิ่งที่ SCAF อาจจะคิอทำเมื่อในอดีตนั่นก็คือใช้พลังของ Marker ในการสะกดจิตทหารของตัวเองรวมถึงทำให้ศัตรูฆ่าตัวตายด้วยพลังจิตอีกด้วย เข้าไปต่อจนถึงลานกว้าง Staging yard จัดการเนโครมอร์ฟให้หมด แล้วเข้าไปสำรวจแท่นควมคุมของประตูทางซ้าย ใช้แกนอนาล็อกลากจุดวงกลม 2 วงให้มาทับจุดวงกลมที่ขึ้นมาบนจอแล้วกด A ให้ทันเวลาที่กำหนดให้ครบทุกจุดก็จะเปิดประตู NX – 02 Site เข้าไปด้านได้ต่อ ลุยเข้ามาจนถึงโกดังที่ตอนนี้โดนทำลายจนแทบไม่เหลือซากแล้ว ซึ่งไอแซคต้องลงไปหาไอเทมที่ต้องการในนี้ เดินมาทางระเบียงความ แล้วใช้ KINESIS กด LT เล็งเป้าหมายแล้วกด B ค้างหมุนเฟืองของเครนกลางพื้นที่ให้ยกเอากรงด้านล่างขึ้นมา จากนั้นก็ลงบันไดไปเก็บไอเทม Probe Engine กับ Probe Tip บนพื้นและ Probe frame ในกรงมาให้ครบทั้ง 3 ชิ้น จากนั้นย้อนกลับไปหา ซานโตส จนถึง ลานกว้าง Staging yard จะพบกับเจ้า Snow Beast อีกครั้ง ก็จัดการมันเหมือนเดิม ซึ่งถ้ามีปืนเกรเนตยิงลูกระเบิดใส่หนวดของมันตูมเดียวก็เกลี้ยงไม่ต้องมานั่งเล็ง เมื่อมันหนีไปแล้ว เอลลี่ จะติดต่อมาให้ไปตามหา คาร์เวอร์ ที่ห้องคลังเก็บอาวุธ  ซึ่งจะเป็นการปลดล็อก Optional Mission Protect the Armory Munitions ซึ่งสามารถทำได้ตอนนี้เลยเพราะทางไปอยู่ที่ประตูด้านเหนือของ Staging yard นี่เอง

 

Optional Mission - Protect the Armory Munitions

ปรับ Mission ให้เป็น Optional Mission แล้วเดินเข้าประตูด้านเหนือของ Staging yard แล้วลุยเข้าไปด้านใน (ระหว่างนี้ถ้าเข้าเครื่องผสมไอเทมมันจะตัดเข้าสู่การผสมปืน Probe Gun ใน Mission เนื้อเรื่องทันที แต่ก็ไม่เป็นไรถือปืนไว้แล้วอย่าลืมปรับเป็น Optional Mission แล้วทำเควสย่อยต่อก็เท่านั้นเอง )

ลุยเข้าไปด้านในจนถึงห้อง Raised Hall จัดการศัตรูให้หมดแล้วเก็บกุญแจ Armory Key มา แล้วย้อนกลับลงลิฟต์ไป 1 ชั้นใช้กุญแจที่เก็บมาเปิดเข้าห้อง Back tube 01 ลุยเข้าไปจนถึงห้อง Security Hall 01 จัดการเนโครมอร์ฟที่ออกมาให้หมดแล้วเข้าไปเปิดลังไอเทมด้านใน เก็บไอเมวัตถุดิบดีๆมาให้หมด ก็จะจบ Optional Mission ทันที …

 

กลับสู่เนื้อเรื่องหลักต่อ … หลังจากเอาไอเทมที่ได้มาผสมเป็นปืน Probe Gun เรียบร้อยแล้วก็ย้อนกลับไปหาซานโตสที่โกดังเก็บซาก Nexus ซึ่งก็จะพบ นอร์ตัน อยู่ที่นี่ด้วยซึ่งเขาก็ยังคงไม่กินเส้นกับไอแซคมากขึ้นทุกที เข้าไปที่เครนทั้ง 2 ฝั่งของระเบียงแล้วใช้ KINESIS กด LT เล็งเป้าหมายแล้วกด B ค้างหมุนให้เครนทั้ง 2 ด้านแยกซากของ nexus ออกจนสามารถเข้าไปด้านได้ จากนั้นเข้าไปที่กรงเพื่อให้นอร์ตันบังคับเอากรงลงไปที่ซากด้านล่าง ซึ่งไอแซคต้องเข้าไปในซากของ Nexus ที่ค่อนข้างจะมืดและมองทางลำบากมากๆ จริงๆแล้วเส้นทางแคบมาแต่เรามองไม่เห็นเท่านั้นเอง สิ่งที่ต้องทำก็คือถือปืน Probe Gun เล็งเพื่อค้นหาสัญญาณไปเรื่อยๆ โดยเล็งไปที่ก้อนเหลืองๆที่ติดอยู่ตามพนังลำตัวของมัน เมื่อเจออันที่ใช้สัญญาณจากปืนจะดังเตือนถี่ขึ้นเรื่อยๆ ยิงไปที่ก้อนสีเหลืองเพื่อดักจับสัญญาณ โดยต้องหาให้ครบ 3 อันซึ่งแต่ละอันเจ้าพวก เนโครมอร์ฟก็จะออกมาก่อกวนในความมืดทุกครั้งเหมือนกัน เมื่อได้สัญญาณมาครบแล้ว ไอแซคจะสัมผัสถึงเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดจาก Nexus อีกตัวขึ้นมาในหัวทันที กกลับขึ้นลิฟต์ไปด้านบน พอดีกับที่ซานโตสออกไปดูข้อมูลนอกสถานที่ ก็เหลือแค่ นอร์ตันกับไอแซค จึงเกิดเรื่องขึ้นจนได้เมื่อนอร์ตันขังไอแซคเอาไว้ในกรง แล้วบอกว่าเขาทำเพื่อช่วยเอลลี่ ก่อนที่จะวิ่งหนีออกไป จากนั้น KINESIS กด LT เล็งเป้าหมายแล้วกด B ค้างไปที่สวิตซ์ข้างๆกรงก็จะเปิดกรงออกไปได้ แล้วรีบตามนอร์ตันไปทันที

 

Chapter 12

เมื่อไอแซคตามนอร์ตันออกมาด้านนอกก็จะโดนทหารของ Darik มาจับเอาไว้ซึ่งจะพบว่า Darik มันจับคาร์เวอร์และนอร์ตันเอาไว้ด้วย Darik หัวเราะอย่างดีใจที่จับตัวก้างขวางขอตัวสำคัญอย่างไอแซคศัตรูคนสำคัญกับ The Marker ที่เขากำลังค้นคว้า ก่อนจะบอกขอบคุณกับนอร์ตันที่ช่วยให้แผนนี้สำเร็จ ทำให้ไอแซคตกใจมากที่นอร์ตันทรยศ ซึ่งนอร์ตันได้สัญญากับ Darik ว่าจะล่อพาตัวไอแซคมาให้จับโดยแลกให้เขากับเอลลี่หนีไปได้อย่างปลอดภัย แต่สุดท้าย Darik ก็สั่งลูกน้องให้ฆ่าทั้ง 3 คนทิ้งทันที ทำให้นอร์ตันโวยวายว่า Darik ผิดสัญญาณ ซึ่งมันเองก็ตอบแทนให้โดยจะฆ่านอร์ตันทิ้งเป้นคนแรกเลย ไอแซคหาจังหวะโดดเข้าไปใส่ Darik จนแย่งปืนมันได้ แต่มันจะหนีไปได้และเรียกลูกน้องมันเข้ามาโจมตี จัดการพวกทหาร Unitologist ให้หมด แล้วทั้งหมดจะรู้สึกถือความสั่นสะเทือนที่กำลังจะเข้ามาใกล้ Nexus สัตว์โบราณขนาดใหญ่ตัวเป็นๆบุกเข้ามาโจมตีโดยทุกคนยังไม่ทันตั้งตัว ไอแซคหลบไปไม่ทันจึงต้องอยู่เผชิยหน้ากับมันแบบตัวต่อตัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  

 

Boss Nexus มันจะโจมตีด้วยมือทั้ง 2 ข้างโดยการทุบลงมาที่พื้นผสมกับส่งพวกเนโครมอร์ฟออกมาช่วยก่อกวน จุดอ่อนมันอยู่ที่จุดเหลืองที่กลางอกซึ่งต้องยิงกระหน่ำเข้าไปจนมันล้มลงแล้วเริ่มออกปากดูดไอแซคเข้าไปจังหวะนี้จะสามรถยิงไปที่จุดอ่อนในปากมันได้ โดยยิงไปที่จุดเหลืองในปากมันให้หมเทุกจุดแล้วมันก็จะดูดกลืนไอแซคเข้าไปในตัวมัน เข้าไปจัดการกับหัวใจ 4 ดวงของมันให้หมดแล้วมันก็จะพ่นไอแซคออกมาด้านนอกก่อนจะตกหน้าผาลงไปตายในที่สุด

 

ไอแซครอดออกมาจากท้อง Nexus ได้อย่างบอบช้ำแต่เรื่องยังไม่จบแค่นี้ นอร์ตันเข้ามาเตะเข้าอย่างแรงด้วยความเจ็บใจที่ไอแซคขัดขวางเขาที่จะช่วยเอลลี่หนีออกจากเรื่องบ้าๆนี้ นอร์ตันโมดหจนสติแตกควักปืนออกมาว่าโวยวายกับไอแซคด้วยความโมโหก่อนที่จะชี้ปืนเล็งไปที่ไอแซคหมายจะฆ่าทิ้งให้มันจบๆ แต่สุดท้ายไอแซคก็ไม่มีทางเลือกที่จะต้องยิงสวนกลับไปจนกรัสุนเข้าที่หัวตายคาที่ในที่สุด ไอแซคตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นถึงแม้คาร์เวอร์จะพยายามเข้ามาพูดว่าเขาทำถูกแล้ว แต่สิ่งที่ไอแซคต้องเจอต่อไปคือจะบอกเอลลี่ยังไงว่าเขาเป็นฆ่านอรตันแฟนของเธอไปด้วยมือเขาเองมากกว่า ….

 

Chapter 13:Reach for the Sky

Cliffs of Volantis  … ในขณะที่ไอแซคยังทำใจไม่ได้เขาก็ต้องเดินทางเข้ามายังแค้มป์เล็กๆที่ เอลลี่ และ ซานโตสรออยู่ที่ ทางขึ้นหน้าผาแห่ง โวเลนทีส เอลลี่เข้ามาทักทายก่อนจะถามหานอร์ตันแฟนของเธอ แต่ก็ต้องหน้าเปลี่ยนสีเมื่อไอแซคยอมบอกความจริงไปว่าเขาฆ่านอร์ตันไปแล้ว ถึงแม้จะมีคาร์เวอร์เป็นพยานในความบ้าคลั่งของนอร์ตันแต่เอลลี่ก้เสียใจจนแทบรับไม่ได้กับเรื่องที่เกิดขึ้น รวมถึงซานโตสเองก็เสียใจจนจะทำงานต่อไม่ได้ แม้ไอแซคพยายามจะบอกว่าเขาจำเป็นต้องท้เพราะนอร์ตันเอวปืนทาจ่อเล็งที่เขา จนเอลลี่สวนกลับด้วยความโกรธว่า ทุกคนก็เล็งปืนมาที่นายทุกคนแหละ ไอแซค ถึงแม้จะต้องกล้ำกลืนแต่ไอแซคก็อย่างจะให้ทุกคนรวมงานกันต่อไปให้สำเร็จ เพราะอนาคตของโลกกำลังอยู่ในมือพวกเรา ทำให้ทุกคนยอมเดินทางต่อไปพร้อมความเสียใจและสับสัน ..

 

จากนั้นไอแซคต้องใช้เครื่องยิงสลิงปีนหน้าผาขึ้นไปด้าน [ หลบสิ่งกีดขวางที่หล่งลงมาด้วยการกด LB ] ปีนเชือกขึ้นไปด้านบนจนถึงเครนและกระเช้าด้านบน ใช้ KINESIS กด LT เล็งเป้าหมายแล้วกด B ค้างหมุนเฟืองของเครนด้านบนของกระเช้าเพื่อเอากระเช้าลงไปรับพวกของเอลลี่ แต่ขณะนั้นเอลลี่ก็แจ้งเข้ามาบอกว่าพวกเธอกำลังโดนโจมตีอย่างหนัก ทำให้ไอแซคต้องรีบขึ้นไปด้านบนภูเขาต่อเพื่อหาแท่นควบคุมกระเช้าให้เร็วที่สุด ขณะที่กำลังปีนเขาไปเอลลี่ก็ติดต่อมาว่าพวกเธอปลอดภัยแล้ว ทำให้ไอแซคสบายใจขึ้นเยอะ และดูเหมือนเอลลี่เธอก็จะใจเย็นลงพอที่จะหาเหตุผลว่าทำไมนอร์ตันถึงพยายามจะทำร้ายไอแซค ซึ่งไอแซคก็บอกได้ทันทีเลยว่าเป็นเรื่องที่เขาสนับสนุนให้เอลลี่ลุยต่อในขณะที่นอร์ตันต้องการจะกลับบ้าน ปีนเขาช่วงต่อมาไอแซคต้องเจอกับหินขนาดใหญ่ที่ร่วงลงมาพราะกระเช้าด้านบนกำลังเหวี่ยงกระแทก ทำให้ต้องใช้ Stasis (LT + Y ) ทำให้ก้อนหินช้าลงแล้วรีบปีนหลบขึ้นไปให้ได้ ด้านบนจะพบกับแท่นควบคุมกระเช้า ซึ่งต้องเข้าไปปรับ Fuse Box [ โดยการปรับสวิตซ์อันที่ 3 จากล่างไปทางซ้าย และ อันล่างสุดไปทางขวาก็เรียบร้อย ] จากนั้นหมุนกระเช้าด้วยมือให้พวกเอลลี่ขึ้นมาจนถึงด้านบนสำเร็จ ขณะที่ทุกคนลงมาจากกระเช้าแล้วเอลลี่ยังไม่ทันลงมาเจ้า Snow Beast โผล่มาขย้ำใส่จนกระเช้ากำลังจะดึงหน้าผาที่ทุกอยู่ถล่มตามไปด้วย คาร์เวอร์และไอแซคพยายามหมุนดึงกระเช้าเพื่อช่วยเอลลี่อย่างสุดกำลังแต่ไม่ไหว จนคาร์เวอร์ต้องตัดใจตัดเชือกที่มีเอลี่อยู่ให้ตกลงไปพร้อม Snow Beast ก่อนที่ทุกคนจะตายกันหมด ทำเอาไอแซคโมโหมากๆ แต่จู่ๆ Snow Beast ก็โดดขึ้นมาโจมตใส่ไอแซคทันที

 

Boss Snow Beast การเจอกันครั้งนี้จะสู้กับมันอย่างเดิม ใช้ปืนเกรเนตยิงลูกระเบิดใส่หนวดของมันแล้วยิงปากมันก็ได้แต่ได้แค่ช่วงแรกเท่านั้น เมื่อสู้ไปเรื่อยๆคาร์เวอร์จะบอกว่าให้ใช้ปืนฉมวกจัดการกับมันแทน ด้านในลานกว้างจะมีป้อมปืนฉมวกอยู่ ใช้ KINESIS กด LT เล็งเป้าหมายแล้วกด B ค้างหมุนเฟืองปรับมุมเล็งของมันลงมาด้านล่างก่อนแล้วล่อ Snow Beast ให้มาอยู่ในระยะยิง แล้วรีบไปใช้ KINESIS กด LT เล็งเป้าหมายแล้วกด B ค้างหมุนสวิตซ์ที่แท่นควบคุมเพื่อดึงร่างของ Snow Beast ให้แยกจากกันจนมันขาดเป็น 2 ท่อนตายไปในที่สุด จากนั้นปีนเขาต่อไปจนพบกับพวกเอลลี่ที่ด้านบน เอลลี่จะยกโทษให้ไอแซคด้วยความเข้าใจเพราะรู้ว่าเขาเป็นคนดี แต่ไอแซคเองก็ยังรับกับสิ่งที่ตัวเขาเองทำลงไปไม่ได้เลย

 

 

Chapter 14:Everything has it’s place

Research Compound … ไอแซค , เอลลี่ , คาร์เวอร์  เดินทางมาถึงสถาบันวิจัยขนาดใหญ่ของ S.C.A.F ซึ่งเอลลี่ต้องการค้าหาว่าอะไรที่พวกเขากำลังค้นคว้าไว้เมื่อ 200 ปีที่แล้วกันแน่ โดยสิ่งที่ต้องตามหาคือ Rosetta Lab ของ Dr. Sorano ที่เอลลี่มั่นใจว่าเขาต้องซ่อนกุญแจที่จะไขความลับทั้งหมดของ The Markers อยู่ที่นั่นแน่นอน ขณะที่ไอแซคกำลังปีนบันไดขึ้นไปด้านบน บันไดก็เกิดหักจนเขาตรงลงไปที่ช่วงกลางของพื้นที่ ทำให้เขาต้องหาทางอื่นขึ้นไปสมทบกับทุกคนภายหลัง 

 

ไอแซคเดินทางต่อไปยังทางเข้า Science division facility แล้วทำการ HACK แผงไฟเพื่อเปิดเข้าไปในส่วน Bio Lab ซึ่งด้านในก็จะมีเครื่องผสมอาวุธและเครื่องสวมใส่ชุดด้วย เมื่อสำรวจก็จะพบชุดใหม่เพิ่มเข้ามาคือ Legionary Suit ใส่มันซะแล้วขึ้นลิฟต์ไปต่อชั้นบนเข้าไปด้านในจนถึงห้องทดลอง Rosetta Lab ของ Dr. Sorano ซึ่งจะพบเอลลี่และคาร์เวอร์อยู่ที่นั่นด้วย เดินเข้าไปที่ช่องเก็บของฝั่งขวาใช้ KINESIS เปิดมันออกก็จะพบ แผ่นตัวอย่างเนื้อเยื่อของเอเลี่ยนอยู่ ยกมันนำมาให้เอลลี่ในช่องส่งของเธอจะเอามาเรียงไว้ที่เตียงทดลองกลางห้อง  โดยเธอมีแผนที่จะรวบรวมร่างของเอเลี่ยนเพื่อดูความจำในเซลสมองของมันที่อาจพอจะหลงเหลืออย฿ก้ได้ว่า กุญแจ ที่ว่านั่นอยู่ที่ไหน แต่มันยังขาดอีก 3 ชิ้นเธอจึงต้องหารให้ไอแซคไปหามันมาให้ครบ คือ Biology 1 ชิ้น / Paleontology 2 ชิ้น / Geology 1 ชิ้นโดยที่เอลลี่จะให้กุญแจ Research facility Key มาด้วย จากนั้นก็เริ่มค้นหากันเลย

-  กลับมาชั้นล่างเข้าไปที่ประตูที่สุดทางเดินใช้ Research facility Key ไขเข้าไปใน Central Hall ลงไปชั้นล่างสุดจนถึงห้องควบคุมพลังงานจัดการปรับระบบของแผงไฟเสียใหม่ต้องแบ่งไฟให้เกททั้ง 2 ข้างเขียวทั้งคู่ โดยต้องปรับสวติซ์จากบนลงล่างคือ ซ้าย – ซ้าย – ขวา – ซ้าย – ขวา – ขวา เท่านี้ไฟก็เท่ากันแล้ว กลับขึ้นลิฟต์ไปชั้นบนเข้าห้องรมแก็ส ใช้แก็สฆ่าพวกวิ่งติดเชื้อให้หมด แล้วเข้าไปจนถึงห้อง Neurology ด้านใน จัดการศัตรูให้หมดแล้วเข้าไปเปิดช่องเก็บของเอา แผ่นตัวอย่าง Biology มาใส่ลิฟต์ส่งของกลับไปให้เอลลี่

-  จากนั้นขึ้นลิฟต์ตรงทางเดินไป ลุยผ่านทางเชื่อมเข้าด้านในจนถึง Paleontology Sector เข้าห้องด้านในเก็บไอเทม Rapper Barrack Key มา (ซึ่งเป็นไอเทมสำหรับปลดล็อก Optional Mission นั่นเอง ) แล้วลุยเข้าไปจนถึงห้องด้านในต่อ จะพบตัวอย่างเนื้อเยื่ออยู่หลอดแก้วกลางห้องซึ่งจะต้องปรับช่องภายในหลอดแก้วให้ตรงกันจนสามารถเปิดสวิตซ์เลื่อนตัวอย่างเนื้อเยื่อ Paleontology ชิ้นแรกออกมาด้านนอกได้ แล้วเอามันใส่ลิฟต์ส่งของไปให้เอลลี่ได้เลย

จากนั้นเข้าไปด้านในต่อจนถึงทางแยกที่หน้าประตู Paleo จะมีประตู Barrack ซึ่งเป็นทางไปทำ Optional Mission นั่นเองที่ได้มานั่นเอง

 

Optional Mission – Scavenge the 153rd Reaper

เมื่อเข้าประตู Barrack มาแล้วก็ลุยเข้าไปด้านในผ่านห้องลูกสูบโดยใช้ Stasis ทำให้ลูกสูบช้าลงแล้วผ่านท่อเข้าด้านใน ระหว่างทางจะเจอเลเซอร์ดักทางเอาไว้ ให้เอาสิ่งของหรือศพอะไรก็ได้โยนไปใส่มันจนมันระเบิดหายไปก็จะผ่านไปได้ ลุยเข้าไปจนถึงห้องด้านในสุด จัดการศัตรูมากมายในนั้นให้หมดแล้วเก็บไอเทมดีๆในลังมาให้หมดก็จะจบมิชชั่นนี้

 

จากนั้นก็ออกทางประตูสุดทางก็จะวนกลับมาที่หน้าประตู Paleo ทางไปหาแผ่นตัวอย่างเนื้อเยื่อของเนื้อเรื่องหลักอีกครั้ง

- เข้าไปด้านในต่อจะพบพวกก้อนระเบิดติดเชื้อที่ติดอยู่เต็มไปหมดทั้งห้องหลบหรือทำให้มันระเบิดหายไปเพื่อเข้าไปสุดทางด้านในห้องแล้วใช้ Kinesis หมุนแกนพลังงานให้ใช้งานได้แล้วกลับมาที่ห้องควบคุมตรงทางเข้า กดปุ่มฆ่าเชื้อในห้องให้หมดแล้วเข้าไปยังห้องทดลองด้านใน จัดการศัตรูให้หมดแล้วเข้าไปเก็บ ตัวอย่างเนื้อเยื่อ Paleontology ชิ้นที่ 2 ในช่องเก็บของเอาไปส่งให้เอลลี่ในช่องส่งของได้เลย

- เมื่อได้ Paleontology ชิ้นที่ 2 มาแล้วก็เข้าประตูด้านในของห้องนี้ไปต่อ ลุยเข้าไปตามทางจนมาออกที่ลานกว้างหน้าตึกซึ่งจะพบยานลาดตระเวณของ Danik คอยบินเฝ้าดูอยู่ หลบไฟค้นหาของมันแล้วเข้าไปทางประตู Bio Lab อีกครั้ง ลุยเข้าไปด้านในไปเข้าประตู Exterior Access to Geology โดยใช้กุญแจที่เอลลี่ให้มาไขเข้าไปด้านในส่วนของ Geology Sector ในห้องเก็บไอเทมมาให้หมด 1 ในนั้นคือไอเทม Disposal Services Key (ซึ่งเป็นไอเทมสำหรับปลดล็อก Optional Mission นั่นเอง ) เข้าไปต่อจนถึงห้องทดลองด้านในซึ่งจะพบเลเซอร์เลื่อนไปมากลางห้องซึ่งต้องใช้ KINESIS กด LT เล็งเป้าหมายแล้วกด B ค้างเลื่อนแผ่นหินให้บังเลเซอร์เอาไว้เพื่อจะเข้าไปด้านในได้ เข้าไปเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อ Geology ในช่องเก็บของเอาไปส่งให้เอลลี่ในช่องส่งของได้เลย เท่านี้ก็จะหาตัวอย่างเนื้อเยื่อที่เอลลี่ต้องการครยแล้ว จากนั้นก็ย้อนกลับออกมาตามทางเดิมจนถึงลานกว้างด้านนอก ซึ่งประตูทางซ้ายจะเป็นทางไปทำ Optional Mission ที่ได้มานั่นเอง

 

Optional Mission – Explore the Disposal Services

เข้าไปที่ประตูทางฝั่งซ้ายของลานกว้างโดยใช้ กุญแจ Disposal Services Key ไขเข้าไป ลุยเข้าไปด้านในจนถึงห้องที่มีสะพานยกอยู่ ลงไปด้านล่างของสะพานสำรวจแผงควบคุมซึ่งต้องใช้ KINESIS กด LT เล็งเป้าหมายแล้วกด B ค้างหมุนเฟืองให้ขั่วไฟฟ้าของทุกเพื่อตรงกันและเชื่อมกันได้ ข้ามสะพานลุยเข้าไปด้านในต่อจนถึงห้องลิฟต์ด้านใน จัดการศัตรูมากมายที่ออกมาให้หมดแล้วเข้าไปเก็บไอเทมในลังมาให้หมดก็จะจบมิชชั่นนี้

จากนั้นก็กลับมาทำเนื้อเรื่องหลักกันต่อ.. เมื่อเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อมาจนครบ 3 แผ่นแล้วก็ย้อนกลับมาที่ลานกว้างเพื่อเข้าประตูตรงข้ามกลับไปหาเอลลี่ที่ Rosetta Lab ได้เลย

 

Chapter 15:A Change of Fortune

Rosetta Lab … ไอแซคนำตัวอย่างเนื้อเยื่อมาจนครบ 3 แผ่นที่ได้มากลับมาให้เอลลี่ที่ห้องทดลอง เมื่อนำมารวมกับของเดิมจนครบแล้วเธอจะให้ไอแซคเรียงทั้งหมดให้ถูกต้อง โดยการเรียง Rosetta Plate นั้นต้อใช้ KINESIS กด LT เล็งเป้าหมายแล้วกด B ในการสลับ Plate แต่ละอัน โดยต้องดูที่รอยตัดของชิ้นส่วนแต่ละชิ้นให้ตรงกันจากหัวถึงเท้า สลับไปมาจนเรียงกันอย่างถูกต้อง แล้วขึ้นไปกดสวิตซ์ควบคุมเพื่อดึงข้อมูลความทรงจำต่างๆในเซสสมองของเอเลี่ยนออกมา ซึ่งแน่นอนว่าอะไรที่เกี่ยวกับ The Marker นั้นมันจะไหลเข้าสุ้การรับรู้ของไอแซคทันทีไม่ว่าเขาจะต้องการมันหรือไม่ หลังจากข้อมูลถุกปล่อยออกมาจนหมด ไอแซคที่รับเอาไว้ถึงกับตกใจแล้วบอกกับเอลลี่ทันที่ว่า

 

“  จริงๆเอเลี่ยนพวกนี้ไม่ได้เป็นคนสร้างหรือรับต้นกำเนิดรู้ที่มาของ The Marker แต่อย่างใดพวกเขาก็ค้นพบมันโดยบังเอิญเหมือนกับพวกเราจนเอามาค้นคว้า โดยผลที่พวกเขาได้มาคือ Black Marker นั้นถูกค้นพบมาจกาดาวดวงนี้เป็นที่แรกก็จริงแต่ที่มาของมันก็ยังเป็นความลับดำมืด แต่ด้วยพลังการควบคุใจิตใจของมันจึงมีผู้ที่ค้นพบนำไปสร้างเป็น Red Marker เพื่อใช้งานตามที่ตัวเองต้องการและยังมี Red Marker อีกมากมายหลายอันกระจายอยู่ทั่วกาแล็กซี่ ซึ่งไม่ว่ามันจะอยู่ที่ไหน The Marker ก็สามารถเชื่อมต่อกันได้ด้วย The Marker Signal สัญญาณเชื่อมต่อถ่ายเทพลังงานระหว่าง The Marker ทั้งหมดโดยผ่านดวงจันทร์เป็นตัวเชื่อมสัญญาณของมันโดยใช้การมอมเมาสมองผ่านไปยังพวกลัทธิ Unitology ที่นับถือมันเป็นตัวช่วย และเมื่อมันสามารถเชื่อมต่อจนครบทุก Marker ที่มีอยู่ทั่วกาแล็กซี่แล้ว และเกิดหายนะใหญ่จนกลืนกินทุกชีวิตของทุกเผ่าพันธ์ที่มันอยู่บนดาวดวงนั้นจนหมดซึ่งจะเรียกเหตุการ์ณนี้ว่า Blood Moon  และตอนนี้เมื่อ The Marker ที่ Lunar Colony ถูกเปิดขึ้นโดยพวกลัทธิ Unitology ของ Danik ก็ถือว่าสัญญาณ The Marker Signal เชื่อมต่อกันได้อย่างสมบูรณ์แล้ว แต่โชคยังดีที่พวกเอเลี่ยนที่เหลือเมื่อรู้ความจริงแล้วพวกเขาจึงสร้างเครื่องจักรขนาดใหญ่ขึ้นมาเพื่อยิงกระแสความเย็นมหาศาลขึ้นไปแช่งแข็งดวงจันทร์เอาไว้เพื่อกันเอาไว้แต่แรกแล้วทุกชีวิตบนการแล็กซี่จึงยังปลอดภัยอยู่ แต่ถ้าเครื่องจักร์ถูกปิดการทำงานลงหายนะก็จะเกิดขึ้นทันที โดยกุญแจที่ว่าก็คือ Codex บันทึกข้อมูลและก้อนที่ใช้หักล้างพลังของ The Marker ที่พวกเอเลี่ยนเขาทิ้งไว้ให้ แต่พวกเขาก็ไม่ทันได้ใช้ตายกันหมดซะก่อน ( จนพวก S.C.A.F หน่วยสำรวจของโลกมาพบงานทดลองพวกนี้เข้าพวกเขาจึงส่งข้อมูลต่างๆส่งกลับไปให้โลกรับรู้ในช่วงแรกของเกมนั่นเอง แต่กว่าที่จะถึงมือผู้รู้และเข้าถึงอย่างเอลลี่และไอแซคก็ปาเข้าไปกว่า 200 กว่าปีแล้ว ) ซึ่ง Codex ที่ว่าก็คือกุญแจที่ทุกคนตามหานั่นเอง และมันก็เป็นแกนพลังานของห้องทดลองนี้อยู่  “

 

ขณะที่ไอแซคกำลังพร่ำบอกความลับที่น่ายินดีกับทุกคนเขาก็หันไปพบ Danik ที่นำลูกน้องมาจับกุมทุกคนเอาไว้แล้วยึดเอา Codex ไปโดยแน่นอนว่าเขาจะต้องทำทุกทางที่จะใช้มันปิดเครื่องจักร์ใต้ดาวดวงนี้เพื่อทำให้วัตถุประสงค์ของ the Marker สำเร็จให้ได้ ระหว่างนั้นไอแซคจะรีบทุบแท่นควบคุมจนเสียหายสัญญาณเตือนไฟดังไปทั่วเพราะไฟที่เริ่มไหม้ทำให้ Danik รีบเอา Codex หนีไปทันที เอลลี่บอกให้ไอแซคและคาร์เวอร์รีบตามไปส่วนเธอจะตามไปทีหลัง พยายามหลบไฟในห้องออกมาที่ประตูให้ได้ แต่เมื่อไอแซคมองกลับไปก็พบว่าเอลลี่ถูกไฟล้อมรอบอยู่และไม่สามารถหนีมาทันแล้ว ไอแซคพยายามจะรอเอลลี่ให้เข้ามาหา แต่เธอก็บอกให้ไอแซคตามไปจัดการ Danik ให้ได้และให้รีบปิดประตูหนีไปก่อนไฟจะไหม้ตายกันหมดก่อน ไอแซคคิดอยู่นานก่อนจะตัดใจยอมปิดประตูทิ้งเอลลี่ไว้กลางห้องที่ไฟไหม้อยากเศร้าโศก ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังตาม Danik ไปไม่ว่าคาร์เวอร์จะปลอบใจไอแซคยังไงก้ไม่ทำให้ความแค้นในใจเขาหมดไปได้ง่ายๆแน่นอน โดยไอแซคกับคาร์เวอร์ตัดสินใจแยกกันตามคนละทาง ระหว่างทางที่ไอแซคไล่ตาม Danik ไปก็ไม่ต่างอะไรกับนรกบนดินทั้งพวก Unitologist ลูกน้องของมันที่ออกมาตต่อต้านด้วยอาวุะหนักครบมือผสมกับเนโครมอร์ฟอสูรกายร้ายในพื้นที่ผสมปนเปกันไปหมด ลุยเข้าไปจนถึงประตูสำรวจแท่นควบคุมลากจุดวงกลมไล่ทับวงกลมที่ขึ้นมาแล้วกด A ให้ทันหมดทุกจุด เพื่อเปิดประตูเข้าด้านในต่อ

 

 

Chapter 16:What Lies Below

Underground Descent … ไอแซคยังคงลุยพวก Unitologist และเนโครมอร์ ตาม Danik ไปอย่างไม่คิดชีวิตจนถึงห้องด้านในสุดจะมีทั้งเครื่องผสมอาวุธและเครื่องสวมชุด โดยจะมีชุดใหม่ออกมาให้ใช้ด้วย Elite Suit ใส่แล้วออกไปด้านนอกจะพบ Danik กำลังหนีลงลิฟต์สินค้าไปชั้นล่าง ไอแซคจึงต้องใช้สลิงในการไต่ตามมันลงไป จัดการพวก Unitologist ที่ออกมายิงสกัดให้หมด ระหว่างทางจะพบเอเลี่ยน 4 ขาขนาดใหญ่ไต่ขึ้นมาโจมตีถึงบนพนัง จุดอ่อนมันอยู่ที่ขาพยายามยิงที่ขาไปเรื่อยๆไม่นานมันก็ตกไปตาย ไต่ลงไปจนถึงพัดลมขนาดใหญ่ที่หมุนกันทางอยู่ ให้ใช้ Stasis (LT – Y ) ทำให้มันช้าลงก่อนแล้วค่อยไต่ลอดผ่านมันไปจนถึงด้านล่างก็จะเห็น Danik กำลังออกจากลิฟต์เข้าไปในถ้ำด้านใน

 

 

Chapter 17:A Strange

Alien Ruin …. เมื่อไอแซคตาม Danik เข้าไปจนถึงห้องด้านในซึ่งจะเป็นโบราณสถาณของพวกมนุษย์ต่างดาว และร่องรอยของทีม S.C.A.F ที่เข้ามาค้นคว้าภาษาของพวกมันด้วย ประตูรหัสที่ต้องใช้ภาษาเอเลี่ยนในการเปิด เดินไปเปิดมอนิเตอร์ทางซ้ายเพื่อดูคำว่า OPEN ก็จะมีแสดงให้ดู

 

จากนั้นก็จำมาใส่รหัสที่ประตูเพื่อเปิดเข้าไปด้านใน ทั้งไอแซคและคาร์เวอร์ต้องตะลึงกับ เครื่องจักรขนาดใหญ่ที่ส่งแสงไปบนท้องฟ้า คาร์เวอร์เห็นจึงรู้ว่างานนี้เขาคงไม่รอดแน่ จึงบอกกับไอแซคว่าไม่ว่าเกิดอะไรชขึ้นกับเขา ไอแซคต้องทำเรื่องนี้ให้จบให้ได้น๊ะ แต่ไอแซคจะบอกว่าเราทั้งคู่จะทำมันด้วยและทุกอย่างต้องสำเร็จเพราะเขาสูยเสียมามากจนไม่เกรงกลัวอะไรที่จะมาขวางหน้าอีกแล้ว ทั้งคู่จะเห็น Danik หนีอยู่ชั้นล่างของที่นี่ คาร์เวอร์จึงจะอ้อมไปดักมันอีกด้าน ไอแซคพยามตะดะโกนเตือน Danik ถึงภัยร้ายที่จะทำให้ทุกคนตายกันหมดถ้าปิดเครื่องจักร์แต่ดูเหมือน Danik มันจะไม่สนใจอะไรแล้ว เดินเข้ามาด้านในเอาตัวจุดระเบิดที่อยู่ในพนังออกมาโดยใช้ Kinesis ดึงออกมาใส่ที่ช่องในหินที่ขวางทางอยู่เพื่อระเบิดมันเข้าไปด้านใน เมื่อเข้าไปด้านในแล้วจะพบกับคาร์เวอร์ที่ดัก Danik เอาไว้ที่ก้อนหิน เมื่อระเบิดก้อนหินนี้ทุกคนจะกระเด็นตกไปด้าล่างคนละทิศละทางแต่โชคยังดีที่คาร์เวอร์แย่ง Codex มาโยนให้ไอแซคที่อยู่ด้านล่างไว้ได้

 

ไอแซคจะตกลงมาส่วนหน้าของ Alien Ruin ที่ประตูรหัสใส่รหัสเดิมเหมือนประตูที่แล้ว ถ้าจำไม่ได้ก็ไม่ต้องกลัวเพราะมีเสียงเอเลี่ยนกระซิบบอกรหัสให้ไอแซคได้ยินอยู่แล้ว ( มองดูหน้าจอซับไตเติ้ลด้านล่างเอา ) เข้ามาด้านใสใช้ Kinesis เปิดเครื่องปั่นไฟแล้วมายืนที่วงกลมสีน้ำเงินที่พื้นซึ่งมันจะเป็นตำทำสุญญากาศ กดแกนอนาล็อกซ้าย LS ลงไปตรงๆก็จะลอยตัวขึ้นไปด้านบนได้ พุ่งตัวขึ้นด้านบนจนถึงที่ยืนจะพบประตูรหัสอีก ใส่รหัสเดิมเหมือนประตูที่แล้ว ถ้าจำไม่ได้ก็รอให้เสียงเอเลี่ยนกระซิบบอกรหัสให้ ( มองดูหน้าจอซับไตเติ้ลด้านล่างเอา ) เปิดประตูเข้ามาด้านในไม่ต้องไปสนใจสิ่งแปลกประหลาดใดๆในพื้นที่ ใช้ Kinesis เปิดเครื่องปั่นไฟแล้วขึ้นลิฟต์ไปบนแท่นหิน จะพบวงกลมสัญญาลักษณ์สีฟ้าที่พื้น ซึ่งมันจะเป็นวงกลมที่ใช้เสริมพลังให้ทั้ง Stasis และ Kinesis ของไอแซคให้ทรงพลังและไม่มีวันหมดเมื่อยืนอยู่บนนี้ สังเกตดูบนพนังจะมีรูปโบราณวาดอยู่ 2 รูปและคำอธิบายในเทปบันทึกของ Dr. Sorano ที่ทำวิจับเรื่องนี้อยู่ จากนั้นยืนบนพื้นวงกลมแล้วหันไปที่เสางอๆสี่เสา ใช้ KINESIS กด LT เล็งเป้าหมายแล้วกด B ค้างแล้วใช้แกนอนาล็อกขวาดันมันไปมาให้เป็นเหมือนในรูปบนพนังด้านซ้าย แล้วแท่นพลังงานจะเรืองแสงออกมา เข้าไปสำรวจจะเกิดจุดวาร์ปขึ้นมาที่แท่นด้านล่าง ลงไปที่จุดวาร์ปแล้วลอยตัวพุ่งเข้าไปด้านในต่อได้เลย

 

 

 

 
Chapter 18: Kill or be Killed

Alien Machine … เมื่อไอแซคเข้ามาถึงส่วนหน้าเครื่องจักรที่เอเลี่ยนสร้างขึ้น ข้างในนั้นมือสนิทพยายามเดินไปฝั่งขวาเพื่อใช้ Kinesis เปิดเครื่องปั่นไฟซะก่อน จากนั้นค่อยลุยเข้าไปด้านในจนพบประตูรหัส ( ดูบนขอบประตูก็มีเขียนไว้หรือรอซักพักก็จะมีเสียงเอเลี่ยนกระซิบบอกเอง )

 

เปิดเข้ามาด้านในจัดการศัตรูในความมืดให้หมดแล้วเข้าไปจนถึงประตูรหัสขุดที่ 2 ( ดูที่เขียนอยู่แถวๆประตูหรือรอซักพักก็จะมีเสียงเอเลี่ยนกระซิบบอกเอง )

 

เปิดเข้าไปด้านในจะพบจุดวาร์ปที่จะส่งตัวไอแซคพุ่งเข้ามาด้านในต่อซึ่งจะพบกับลานกว้างที่มีเสาพลังงานขนาดใหญ่อยู่ 4 ตน เข้ามาจัดการศัตรูที่ออกมาให้หมดก่อนแล้วใช้ KINESIS กด LT เล็งเป้าหมายแล้วกด B รัวๆเพื่อหมุนปรับเสาให้ขั้วที่แขนของเสาตรงกันกับเสาข้างๆจนต่อครบทั้ง 4 เสาทำให้พลังงานของเครื่องจักรกลับมาเหมือนเดิมแล้ว แล้วเข้าไปสำรวจที่แท่น Codex จะเห็นแกนกลางของเครื่องจักรที่เป็นลำแสงขนาดใหญ่พุ่งขึ้นบนท้องฟ้าเริ่มเปิดออกแล้ว จากนั้นย้อนกลับออกมาตามทางเดิมยาวจนถึงแท่นหินที่มีรูปโบราณบนพนังอีกครัง แล้วจัดการใช้ KINESIS กด LT เล็งเป้าหมายแล้วกด B ค้างแล้วใช้แกนอนาล็อกขวาดันมันไปมาให้เสางอๆ 4 เสาเป็นเหมือนในรูปบนพนังด้านขวา แล้วแท่นพลังงานจะเรืองแสงออกมา เข้าไปสำรวจจะเกิดจุดวาร์ปขึ้นมาที่แท่นด้านล่าง ลงไปที่จุดวาร์ปแล้วลอยตัวพุ่งเข้าไปด้านในต่อได้เลย ขณะที่พุ่งตัวไปไอแซคจะเห็นยานของ Danik ที่บินเข้าไปด้านในเหมือนกันและเขาก็ต้องตกใจปนดีใจที่ได้ยินเสียงเอลลี่ร้องให้ช่วยเพราะโดน Danik จับเป็นตัวประกัน อย่างน้อยๆไอแซคก็เบาใจที่เธอยังไม่ตายถึงแม้กำลังจะเจออันตรายครั้งต่อไปอยู่ก็เถอะ

 

เมื่อพุ่งตัวมาถึงส่วนในแล้วที่หน้าประตูทางเข้าจะต้องใช้ตราสัญญาลักษณ์ 3 อันในการเปิด โดยอันกลางก็จะแปะอยู่บนประตูทางเข้านั่นแหละใช้ Kinesis ดึงมาใส่ที่ช่องกลางซะก่อน แล้วค่อยลุยศัตรูไปทางซ้ายและขวาไปเก็บอีก 2 อันมาใส่ช่องทั้งซ้ายและขวาจนครบประตูก็จะเปิดออก เข้าไปด้านในแล้วใช้ลวดสลิงปีนขึ้นไปด้านบนต่อซึ่งต้องหลบทั้งเลเซอร์ที่พื้นและเฟืองขนาดใหญ่ที่แกว่งไปมาซึ่งต้องใช้ Stasis (TL + Y) ยิงให้มันช้าลงก็จะไต่ผ่านมันขึ้นไปได้ ขึ้นมาถึงชั้นบนจะพบแท่นควบคุมหลักของเครื่องจักรและจะพบ Danik ที่เอาตัวเอลลี่มาเป็นตัวประกันเพื่อขอต่อรองแลก Codex จากไอแซคเพื่อแลกกับตัวเธอ ซึ่งคราวนี้ไอแซคไม่ยอมให้เพราะยังไงถ้าให้ไปเมื่อเปิดการทำงานของเครื่องจักร์นี้ทุกคนก็ตายกันหมดอยู่ดี แต่ด้วยความเป็นห่วงคาร์เวอร์จึงแย่ง Codex จากไอแซคแล้วโยนไปให้ Danik เพื่อให้เอลลี่ปลอดภัย Danik รีบเอา Codex ใส่ที่แท่นควบคุมแล้วปิดการทำงานของเครื่องจักรทันที และทันทีที่เครื่องจักรถูกปิด ปีศาจต่างดาวขนาดใหญ่ที่กำลังจะหลุดออกมาจากอีกมิติก็ได้ออกมาพ้นมิติของมันแล้วหลังจากไม่มีอะไรแช่แข็งมันไว้ มันเริ่มดูดกลืนทุกอย่างเข้าไปแม้กระทั้ง Danik สาวกเอกก็โดนทับตายอย่างไม่ใยดี ..

 

Chapter 19: Endings

 

 

Convergence Vortex …ขณะที่พายุหายนะกำลังจะกลืนกินทุกสิ่ง ทุกอย่างกำลังถล่มทลาย ไอแซครีบดึงเอลลี่มาสวมกอดก่อนจะให้รูปอีกครึ่งนึงของเขาให้เธอไป ไอแซคให้เธอรีบหนีไปขึ้นยานของ Danik หนีออกจากที่นี่ซึ่งเขาจะเป็นคนไปหยุดยั้งอสูรกายต่างมิติตัวนี้เอง ซึ่งมาถึงตอนนี้เขาไม่มีอะไรที่ต้องกลัวอีกแล้ว จากนั้นแท่นควบคุมจะเริ่มแตกออกทำให้ไอแซคแยกทางกับคาร์เวอร์ พยายามวิ่งหนีพื้นถล่มเข้าไปตามทางให้ทันท่ามกลางเนโครมอร์ฟที่มันก็ยังบุกเข้ามาไม่เลิก หนีเข้าไปจนถึงจุดวาร์ปแล้วพุ่งตัวออกจากที่นี่ หลบสิ่งกีดขวางที่เข้ามาจนถึงพื้นที่ด้านในสุดที่ใกล้ตัวอสูรกายต่างมิติมากที่สุด การต่อสู้ก็เริ่มต้นขึ้นทันที

 

 

Boss – Blood Moon อสูรกายต่างมิติมันจะสั่งพวกเนโครมอร์ฟเข้ามารุมโจมตีมากมายสลับกับใช้หนวดฟาดลงมาใส่ แต่ที่พื้นก็มีวงอักขระที่สามารถจะใช้ Stasis และ Kinesis ไม่หมดอยู่ จัดการพวกเนโครมอร์ฟที่เข้ามาแต่ละชุดให้หมดก่อนแล้วใช้ KINESIS กด LT เล็งเป้าหมายแล้วกด B ดึงเอา Marker ขนาดเล็กที่ลอยอยู่ขวางเข้าไปเสียบที่ตาของมัน

 

 สลับกับยิงจุดแดงที่หนวดของมันให้ขาด พยายามต้านเนโครมอร์ฟเอาไว้แล้วหาจังหวะใช้ขวาง Marker แทงตามันจนหมด มันก็จะดึงเอาแท่นควบคุมที่มี Codex อยู่มาอยู่ในตัวมัน ซึ่งคาร์เวอร์ก็อยู่บนนั้นก็ต้องโดนกลืนเข้าไปด้วยทันที จากนั้นรีบใช้ KINESIS กด LT เล็งเป้าหมายแล้วกด B และดันอนาล็อกขวา RS ดึงหนังของเจ้าปีศาจให้หลุดออกจนทำให้แท่นควบคุมและคาร์เวอร์หลุดออกมาด้วย รีบขึ้นไปที่แท่นควบคุมก่อนที่ไอแซคจะเปิดระบบใหม่อีกครั้ง

 

 คาร์เวอร์ก็อดไม่ได้ที่จะถามว่า ถ้าเราทำแล้วเราจะตายใช่มั๊ย ไอแซคตอบว่า ใช่ แต่โลกของเราก็จะมีวันพรุ่งนี้ต่อไป ก่อนที่เขาจะใช้ Codex เปิดระบบใหม่อีกครั้งเพื่อส่งพลังหักล้าง The Marker ออกไปทำให้อสูรกายต่างมิติขนาดใหญ่และเนโครมอร์ฟบนดาวดวงนี้ถูกแช่แข็งจนหมด

 

เอลลี่นั่งรออบู่บนยานด้วยความหวังเล็กว่าไอแซคจะรอดกลับมา ซักพักเมื่อเธอสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของดาว Tau Volantis เธอก็รู้ทันที่ว่าไอแซคทำสำเร็จแล้วและนั่นย่อมแปลว่าเขาไม่มีวันได้กลับมาอีกแล้วเช่นกัน เอลลี่บังคับยานกลับโลกทันทีด้วยน้ำตาแห่งความตื้นตันที่โลกยังมีวันพรุ่งนี้ต่อไปด้วยด้วยฝีมือของคนที่เธอรักหมดหัวใจคนที่ประวัติศาสตร์โลกจะไม่มีวันลืม …. .. Isaac Clarke …

 

 

 

ไม่กี่นาที่หลังจากนี้ .เสียงติดต่อวิทยุแบบขาดๆหายๆก็เริ่มดังออกมาอย่างเบาๆแต่จับใจความได้ว่า เอลลี่ …เอลลี่

 

 

----------------------------------------- THE END -------------------------------------------------------                                   

Comment

Comment:

Tweet

ช่วยพิมพ์เนื้อเรื่องแยกกะวิธีเล่นทีเถอะ! อ่านไม่รู้เรื่องโว้ย!

#27 By Fuck (203.144.144.172|203.144.144.172) on 2015-07-25 17:39

อาจมีภาค 4 แต่เปลี่ยนพระเอกครับ
(อาจจะน๊ะ) ^^ 

#26 By Leon (180.183.183.2|192.168.0.142, 180.183.183.2) on 2014-07-17 16:06

แต่ ภาค นี้ บัด มัน เยอะ น่า เสี่ย ดาย
sad smile

#25 By john (114.109.48.218|114.109.48.218) on 2014-02-01 02:30

ถ้าเกิดมีภาค4ก็คงจะดีนะ 

#24 By saran (223.206.0.28) on 2013-10-18 15:45

isaac ตายใช่มั้ย

#23 By saran (223.206.0.28) on 2013-10-18 15:39

เสริมนิด บอสใหญ่ของเกมไม่ใช่อสูรกายต่างมิติครับ แต่เป็นหนึ่งใน Brother Moons หรือสิ่งมีชีวิตขนาดดวงดาวที่ไม่สมบูรณ์แบบ ซึ่งเจ้าตัวนี้ เป็นตัวสร้าง Marker ปล่อยไปยังดาวที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ แล้วมันจะปล่อยคลื่นที่ทำให้สัตว์บนดาวนั้นๆ บ้าคลั่ง รวมตัวกันเป็น Necromorph ใหญ่ขึ้นๆ แล้วเจ้าดวงจันทร์นี่จะลอยมากิน หรือรวมร่างต่อไป
ทั้งนี้ ดวงจันทร์ที่เห็นอยู่เหนือ Tau Volantis นั่น คือ Blood Moon ผลพวงจากการรวมตัวที่ไม่สมบูรณ์แบบของเอเลี่ยนในสมัยโบราณ ซึ่งหยุดไว้ได้ก่อนโดยสร้าง codex ขึ้นมาแช่แข็งมันไว้ทัน มันถึงเว้าๆ แหว่งๆ ไป ถ้ามีคนมาปิด codex มันก็จะตื่น ทำการกินจนเสร็จ แล้วก็จะย้ายไปทำแบบเดียวกับดาวอื่นๆ เช่นเดียวกับญาติๆ ของมันต่อไปครับ
รบกวนแก้ไขด้วย ที่เหลือเป็นประโยชน์มากครับ

#22 By lugal (27.55.233.100) on 2013-08-30 10:32

ก็ตอนสู้บอส สุดท้าย หมวกมันพังมันดึงหมวกทิ้งไม่ใช่หรอ 
ยังจะเอลี่ เอลี่ได้ ยังไง นิ

#21 By Up (118.172.36.188) on 2013-08-10 15:49

ภาค3 มันยังมีภาคเสริมครับ เป็น DLC : Awakened
และแว่วๆว่า ถ้าภาค3ขายดี ภาค4 ก็จะพัฒนาครับ
http://www.gamenhalen.com/2013/03/%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%81-dead-space-%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84-4-%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD-%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B9%88/

#20 By bank (103.7.57.18|182.52.140.74) on 2013-03-26 21:38

Awakened DLC ใหม่ของ dead space 3 ครับ Isaac กับ john ยังไม่ตายครับ

#19 By DSMAN (103.7.57.18|182.53.11.175) on 2013-03-08 17:00

ผมว่ามันยังไม่จบ มันต้องมีภาคเสริมแน่ๆ แต่คงจะไม่ทำภาค5แล้ว มั้ง

#18 By ผมว่ามันยังไม่จบ (103.7.57.18|125.27.183.126) on 2013-03-03 18:28

ผมว่า Isaac น่าจะยังไม่ตาย เพราะตอนจบ มันมีคำพูดของ เฮีย แซค เรียกหา เอลลี่ด้วยcry  ปไม่แต่ก็นะ มันก็สรุปไม่ได้ว่า เฮียแซค จะรอดอีกป่าว
  ( Isaac : ให้ตูตายเห้อตูประเชิญโชคมา3ภาคและangry smile )

#17 By Nut (103.7.57.18|192.168.2.213, 180.183.242.215) on 2013-02-28 01:52

ต้องขอบคุณที่สรุปมาให้เล่นจบแล้วแต่ก็ยังงง

#16 By F (103.7.57.18|202.12.74.1) on 2013-02-26 10:57

ถามหน่อยครับ พอเล่น จบ ของ หายหมดเลย รึครับ  กะ จะเล่น รอบสอง นะครับ

#15 By thezeez (103.7.57.18|192.168.1.192, 183.89.147.96) on 2013-02-26 10:50

55 ขำไอตรง เอเลีย กระซิบ ครับ
 งง มากเลย ผมเลยได้มั่ว

#14 By เอิน (103.7.57.18|1.2.140.112) on 2013-02-20 12:50

ขอบคุณมากนะครับ ดีมากเลยครับbig smile

#13 By Arm (103.7.57.18|49.49.197.138) on 2013-02-15 22:21

อยากให้มี ภาค4 จัง

#12 By a (103.7.57.18|180.183.180.101) on 2013-02-15 16:28

ขอบคุณมากครับ เป็นบทสรุปพร้อมอธิบายเนื้อเรื่องความเป็นมาได้ดีมากครับbig smile

#10 By าระิระผำพ (103.7.57.18|180.183.156.125) on 2013-02-12 10:25

ติดตาม ใช้รีวิว ของคุณในการแคสเกมส์ นะครับ ต้องขอบคุณด้วยนะครับ :D)

#9 By eyedoedo (103.7.57.18|58.9.102.170) on 2013-02-11 00:25

เนื้อเรื่องสนุกมากๆเลยครับ ขอบคุณมากๆครับ

open-mounthed smile surprised smile surprised smile

#8 By ponggun (103.7.57.18|58.9.37.132) on 2013-02-09 12:38

Chapter 13:Reach for the Sky
ตอนที่หลังดึงกระเชาแล้วมันจะให้เดินไปปีนหน้าผาต่อจากนั้นผมไปต่อไม่ได้ครับมันติดปีนขึ้นไม่ไดงะช่วยทีครับ v.pc

#7 By evapok (103.7.57.18|124.121.93.64) on 2013-02-08 23:58

ขอบคุณมากน๊ะครับคุณ M สำหรับคำชี้แนะ big smile

#4 By Decibel per - oxide on 2013-02-07 14:40

ขอคอมเม้นไว้นิดนึงนะครับว่า ตอนต้นเรื่องไอแซคไม่ได้โดนจับมาคุมขังไว้ตอนต้นเรื่องนะครับ แต่เป็นคนหนีมากบดานที่ Lunar  Colony เอง สังเกตได้จาก
1. message ค้างค่าเช่าที่ไม่ได้จ่ายจนกำลังจะถูกไล่ออกจากอพาทเมนต์
2. log message ของหน่วยที่มาช่วย จะบอกว่าพวกเขาจะไม่มีทางเจอไอแซคได้เลยหากไม่ได้ความช่วยเหลือด้านข้อมูลจากเอลลี่ (ท่าทางจะหาตัวยากมาก)

#3 By M (103.7.57.18|58.11.95.21) on 2013-02-06 07:58

อาจจะน๊ะครับ เพราะฉากจบมันสามารถต่อไปได้อีก ซึ่งก็แล้วแต่รายได้ของภาคนี้แหละครับ big smile

#2 By Decibel per - oxide on 2013-02-04 11:44

นี้คงจะเป็นภาคสุดท้ายจริงๆเเล้วสินะ TT^TT

#1 By JR (103.7.57.18|171.100.116.130) on 2013-02-03 20:43